สายบ่ายคล้อย ของวันศุกร์ ผมรีบทำไฟล์นำเสนอเพื่อไปพูดคุยกับนักศึกษาวันรุ่งขึ้น ให้ทันหลังจากที่เตรียมมาพักใหญ่แต่สะดุดต้องเดินทางทริปยาว แม่สอด กำแพงเพชร พิษณุโลก กลับมาหอบๆอยู่หน้าจออีกคราแต่ไม่ยากเกินความตั้งใจ เอกสารประกอบการสอนเสร็จลงไปด้วยความสมบูรณ์ ส่งไฟล์ให้ นศ. นำไปถ่ายเอกสารเป็นเอกสารประกอบการสอน เตรียมไว้ให้พร้อม...

ในความคิดเดิม ผมต้องออกเดินทางจากเมืองปายวันนี้ เพราะผมไม่อยากรีบมากในวันสอนที่จะต้องไปถึงก็เข้า Class ทันที เป็นเรื่องที่ผมไม่นิยม  คุณลองคิดดูผมต้องขับรถออกจากเมืองปาย ประมาณ ตี ๕ ขับมาเรื่อยๆถึงเชียงใหม่ ก็ได้เวลาพอดี เพราะนึกภาพตนเองตอนนั้นคงโทรม คงดูไม่ดีเป็นแน่ผมเป็นห่วงมากก็เรื่องนี้มากกว่าเรื่องราวที่จะนำมาคุยกับนักศึกษาเสียอีก อิอิ

จู่ๆคุณแม่ก็มาบอกผมว่า "วันเสีย -ไม่ดีไม่อยากให้ออกบ้าน" หมายถึงตามความเชื่อของคนชนบท วันที่ไม่ดีตามหลักโหราศาสตร์ของแม่ ไม่อยากให้ผมออกไปไหน เพราะเกรงเรื่องอุบัติเหตุเรื่องอื่นๆปัญหาตามมา...คำทักทายช่วงบ่ายของวันก่อนที่ผมจะเตรียมออกรถไปเชียงใหม่วันนี้ ทำให้ผมต้องเลิกล้มโครงการเป็นการชั่วคราว  ผมจะไปก็ได้ แต่ผมอยากให้คุณแม่สบายใจมากกว่า หมายถึงว่าผมต้องเดินทางไปวันพรุ่งนี้เช้าๆไปถึงก็จู่โจมทำงานเลย....

วันรุ่งขึ้น...

ผมตื่นตีสี่กว่า ทำธุระส่วนตัว อาบน้ำแต่งตัว จิบกาแฟ ทักทายสวัสดี MSN กับเพื่อนเม้ง (คนนี้เขาคนละเวลากับเมืองไทย)ตอบอีเมลด่วนๆสักพักใหญ่ ก่อนออกเดินทาง ตีห้ากว่าๆ คาดว่าจะถึงเชียงใหม่ ก่อนเวลาสอนพอสมควรให้พักเหนื่อย

ยามเช้าอากาศเย็นสบายไม่หนาวมากเเล้ว อากาศแบบนี้ผมชอบครับ ไม่ทรมานจนเกินไป เพลงในรถถูกเปิดขึ้นมาประสานสอดคล้องกับอารมณ์สดใหม่ที่เพิ่งตื่น ผมเลือกเพลงของ คุณชรินทร์ นันทนาครครับ ซีดีแผ่นนี้จะเป็นเพื่อนผมตลอดการเดินทาง ปาย - เชียงใหม่

เรื่องของเพลง...ผมเลือกเปิดเพลงตามอารมณ์ ตามสิ่งแวดล้อม เพลงเก่าคลาสสิคแบบนี้ ลองเปิดเช้า อากาศดี คุณเอ้ย...โลกแห่งความสุขมาประจุตัวที่ผมคนเดียวครับ เพลง "ทาสเทวี" ก็เพราะครับ เพลง "เรือนแพ" ก็หวานนุ่ม บาดใจ ส่วนผมก็ฮัมเพลงเรื่อยๆตามถนนที่ลาดชัน คดเคี้ยว...

...บุญ ฉันมี แต่คงไม่ถึง
ฟ้า จึง ไม่เวทนา
คอยเฝ้า แต่คอยทุกครา
ดวงจันทรา
ไม่ลอยเลื่อนมาใกล้เรา


คงแหงนคอยแต่คอยหาย
เสียดาย
ดวงจันทร์ไม่บรรเทา
ลอยลับไม่เหลือแม้เงา
รู้หรือเปล่า
ว่าเรานี้ ช้ำชอกฤดี


เธอเป็น ดอกฟ้า
รู้ไหมว่า
เราเป็น ดั่งทาสเทวี...
 

 

ถนนที่เราเดินทางก็เหมือนถนนชีวิต แม้ว่าการเดินทางจะลำบากหากเราคิดถึงสภาพถนนที่ไม่เหมือนที่อื่น แต่เราคิดตรงกันข้าม ถนนคดเคี้ยวทำให้เรามีสติ ไม่ประมาท ไม่เกินสามสิบนาทีผ่านไป หน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ฟ้ายังปิด ยังมืด แต่เห็นรถตู้นักท่องเที่ยวรอคิวเข้าตรงประตูอุทยาน ใช่ครับ...นักท่องเที่ยวเหล่านี้ต้องการไปชมหมอกสวยและแสงแรกของตะวันยามเช้าที่นี่...ทุกคนต้องการวิ่งเข้าหาสุนทรียของชีวิต ถึงแม้ว่าช่วงอากาศเย็นสบายน่าหลับไหลยามเช้าจัดๆเช่นนี้ เขาก็ยังตื่นขึ้นมาเพื่อตามหาสิ่งที่เขาตั้งหวังไว้ในใจ ความสุขที่รอพวกเขาอยู่ปลายทางนั้น...ทุกอย่างไม่สำคัญเท่าความพึงพอใจของชีวิตอีกแล้วตอนนี้

ฟ้าสางที่กลางดอย... 

ถนนกลางหุบเขา ฟ้าเริ่มสาง เห็นแสงสีทองรำไรตรงปลายหุบเขาไกลออกไป เสียงเพลงนุ่มๆในรถผมก็ยังบรรเลงไปต่อเนื่อง...

มีการซ่อมแซมถนน วางกรวยสะท้อนแสงเป็นระยะๆ การขับขี่ที่ทัศนวิสัยลำบากอยู่แล้ว ทำให้เราต้องลุ้นกันไปใหญ่ น่าสนุกแฮะ...วิ่งซิกแซกไปมา ผมคิดถึงเกมส์แข่งรถในคอมพิวเตอร์ที่ผมโปรดปรานช่วงหนึ่งของชีวิตวัยเยาว์ วันนี้ก็มาวิ่งแข่งกับตัวเองอย่างเสรีบนดอย ด้วยใจอันแสนสุข

ผมรู้สึกว่าถึงเมืองเชียงใหม่ไม่รู้ตัว...หยิบโทรศัพท์ไปบอกคุณแม่ว่า "ถึงแล้วค๊าบบบ" ให้ท่านได้อุ่นใจ ไม่วายแม่จะบอกว่า "ทำไมเร็วจัง!!!"  อิอิ 

 ยังมีเวลาเหลืออีกมาก ก่อนจะเข้าชั้นเรียน อาจารย์ ดร.นิ่มอนงค์ งามประภาสม ท่านโทรมาชวนไปจิบกาแฟก่อนเพื่อวอร์มอัพสมองก่อน

ดีทีเดียวครับวันนี้ ...เช้าที่สดใส  และวันที่สดใสของผม

บรรยากาศในชั้นเรียนของ นศ.ป.โท สนุกสนานอย่างมาก การเรียนรู้ที่ถูกสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติทำให้ทุกคนพร้อมที่จะเปิดรับแลกเปลี่ยนกันเต็มที่

--------------------------

แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงไหน ขอให้เรามองโลกในแง่มุมที่สดใส มีความสุข เมื่อเรายิ้มให้กับโลก โลกก็จะยิ้มตอบคุณในทันที

เสี้ยวหนึ่งของชีวิตของผม...วิถีของผม ครับ