เราควรเป็นผู้มีความเอาใจใส่ คนที่อยู่รายรอบเราบ้าง สังเกต หรือพินิจเขากันบ้าง เพราะบางที เขาเหล่านั้น ก็กำลังรอ เพื่อขอเวลาส่วนตัว กับเราเหมือนกัน โดยเฉพาะยามทุกข์ใจ

 วันนี้ ผู้เขียนนั่งอบรม อย่างสนใจ กับวิชาการ ที่อาจารย์ ดร.สุรชาติ ณ หนองคาย สอนได้เข้าใจมากๆ เลยไม่ได้สนใจใครมากนัก มีเพื่อนๆมากันหลายคน ก็พูดคุยฉาบฉวย เพราะเวลาจำกัด ต้องเข้ากลุ่ม ทำงานจนหมดเวลา

  ผู้เขียนไม่ทันสังเกตทุกข์สุขของใครมากนัก เจอก็เดินยิ้มให้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงเวลากลับบ้าน ผู้เขียนเดินออกจากโรงพยาบาลที่มาประชุม ข้ามไปอีกฝั่งเพื่อรอรถกลับบ้าน ขณะนั้น มีเพื่อนรุ่นเดียวกัน เดินมายืนข้างๆ ทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็เพิ่งสังเกตว่าเธอ อยากมีเรื่องคุยด้วย สักพักเธอก็บ่นว่า รอสามีมารับ หมู่นี้มีแต่เรื่องเครียดๆ เครียดเรื่องสามีเธอ ผู้เขียนคิดไปเองว่า คงมีปัญหาครอบครัว เลยว่า ใจเย็นๆนะ ค่อยๆคิด คนเราก็แบบนี้แหละ มีปัญหาให้คิดตลอด แล้วเธอก็ยังย้ำ ปวดหัวเรื่องสามี ผู้เขียนเลยยกเรื่องตัวเองว่า เราเองก็หมดปัญหาแล้ว เพราะเป็นอิสระ จากกันด้วยดี เธอหันมามองหน้าผู้เขียน แล้วผู้เขียนก็ใจหาย เธอน้ำตาคลอ พูดเสียงสั่นๆว่า เธอจากกันทั้งยังมีชีวิตใช่ไหม ผู้เขียนพยักหน้า แล้วเธอก็พาลทำเสียงจะร้องไห้ พูดว่า แต่เรากำลังจะจากกันเหมือนกัน แต่.........

  ผู้เขียนตกใจ เพราะสามีเธอ ก็เพื่อนรุ่นเดียวกัน ทำไมเขาเป็นอะไร  ผู้เขียนจับมือเธอไว้ เขาเป็นมะเร็งที่คอ นี่เข้าไปในเม็ดเลือดแล้ว ผู้เขียนอึ้งไม่รู้จะพูดอะไรได้ ตอนนั้น เธอถามว่า วัดเขาพุทธโคดมอยู่ตรงไหน จะพาเขาไปนั่งสมาธิ เพราะคงไม่ได้รักษาอะไรแล้ว หมอว่าไม่หาย แต่เขายังพอทำงานได้อยู่ เราอยากให้เขาเตรียมตัว รับกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้ ผู้เขียนนึกต่อในใจ ความตาย

   ผู้เขียนได้ให้คำแนะนำ สถานที่ปฏิบัติธรรม ไปหลายแห่ง เลือกที่สงบ สวยงาม และบอกว่า การจะให้คนเจ็บนั่งสมาธิ อาจไม่ได้ผล ถ้าไม่เคยฝึกมา ลองไป เที่ยวชมวัด หรือสถานที่สงบๆก่อน ให้ใจสบาย ผ่อนคลาย แล้วจึงค่อยฝึกกันต่อไป การที่ใจเราสบาย ธาตุธรรมในตัว ก็จะเรียงกันเป็นระเบียบ มีพลังขึ้น แล้วก็เล่า ถึงพี่คนหนึ่ง รักษาโรคมะเร็งหมดไปหลายแสน ฉีดคีโม สองรอบ แทบตาย แต่สุดท้าย ผลก็คือ มะเร็งยังอยู่ เธอตัดสินใจเลิกการรักษาทุกชนิด หันกลับมาปฏิบัติธรรม อะไรเป็นบุญเธอทำ จะปล่อยชีวิตสัตว์ กฐิน ผ้าป่า ไปสอนชาวบ้าน เธอทำเหมือนไม่ใช่คนไข้ ปัจจุบัน เธอยังแข็งรง เหมือนคนปกติเลย ทั้งที่น่าจะตายไปนานแล้ว

   ดูเธอสนใจ และอยากคุยต่อ พอดีรถมารับผู้เขียน แต่พรุ่งนี้เจอกันอีก จึงร่ำลากัน นึกได้ว่า มีหนังสือ ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย ที่ท่านพลเดชเขียนไว้ จึงส่งให้เธอหนึ่งเล่ม ชื่ออาจฟังดูแล้วใจหาย แต่ผู้เขียนมั่นใจว่า เนื้อหาหนังสือ จะช่วยให้ทั้งเธอและสามี รู้สึกดีขึ้นแน่นอน

  เสียดาย อยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่ผู้เขียน ก็ไม่ได้สังเกตทุกข์สุขของเธอ คนเราบางครั้งก็ลืมไป ลืมมองสิ่งรอบข้าง สนใจแต่ตัวเอง โชคดีที่มาพบกันตอนกลับบ้าน และดีใจ ที่ได้มีโอกาส พูดปลอบ แบ่งเบาทุกข์ให้เธอได้บ้าง ให้ได้หยุดคิดถึงความเศร้าใจด้วยความหมดหวัง ไปได้ แม้ชั่วขณะก็ยังดี

 ตั้งใจว่า ต่อแต่นี้ จะดู จะฟังคนอื่นให้มาก เผื่อเขาอาจกำลังรอที่จะเอ่ยปากคุยกับเราบ้าง สักแค่ สองสามคำก็ยังดี เปิดโอกาสให้เขาบ้างนะ