เราควรเป็นผู้มีความเอาใจใส่ คนที่อยู่รายรอบเราบ้าง สังเกต หรือพินิจเขากันบ้าง เพราะบางที เขาเหล่านั้น ก็กำลังรอ เพื่อขอเวลาส่วนตัว กับเราเหมือนกัน โดยเฉพาะยามทุกข์ใจ
วันนี้ ผู้เขียนนั่งอบรม อย่างสนใจ กับวิชาการ ที่อาจารย์ ดร.สุรชาติ ณ หนองคาย สอนได้เข้าใจมากๆ เลยไม่ได้สนใจใครมากนัก มีเพื่อนๆมากันหลายคน ก็พูดคุยฉาบฉวย เพราะเวลาจำกัด ต้องเข้ากลุ่ม ทำงานจนหมดเวลา
ผู้เขียนไม่ทันสังเกตทุกข์สุขของใครมากนัก เจอก็เดินยิ้มให้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงเวลากลับบ้าน ผู้เขียนเดินออกจากโรงพยาบาลที่มาประชุม ข้ามไปอีกฝั่งเพื่อรอรถกลับบ้าน ขณะนั้น มีเพื่อนรุ่นเดียวกัน เดินมายืนข้างๆ ทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็เพิ่งสังเกตว่าเธอ อยากมีเรื่องคุยด้วย สักพักเธอก็บ่นว่า รอสามีมารับ หมู่นี้มีแต่เรื่องเครียดๆ เครียดเรื่องสามีเธอ ผู้เขียนคิดไปเองว่า คงมีปัญหาครอบครัว เลยว่า ใจเย็นๆนะ ค่อยๆคิด คนเราก็แบบนี้แหละ มีปัญหาให้คิดตลอด แล้วเธอก็ยังย้ำ ปวดหัวเรื่องสามี ผู้เขียนเลยยกเรื่องตัวเองว่า เราเองก็หมดปัญหาแล้ว เพราะเป็นอิสระ จากกันด้วยดี เธอหันมามองหน้าผู้เขียน แล้วผู้เขียนก็ใจหาย เธอน้ำตาคลอ พูดเสียงสั่นๆว่า เธอจากกันทั้งยังมีชีวิตใช่ไหม ผู้เขียนพยักหน้า แล้วเธอก็พาลทำเสียงจะร้องไห้ พูดว่า แต่เรากำลังจะจากกันเหมือนกัน แต่.........
ผู้เขียนตกใจ เพราะสามีเธอ ก็เพื่อนรุ่นเดียวกัน ทำไมเขาเป็นอะไร ผู้เขียนจับมือเธอไว้ เขาเป็นมะเร็งที่คอ นี่เข้าไปในเม็ดเลือดแล้ว ผู้เขียนอึ้งไม่รู้จะพูดอะไรได้ ตอนนั้น เธอถามว่า วัดเขาพุทธโคดมอยู่ตรงไหน จะพาเขาไปนั่งสมาธิ เพราะคงไม่ได้รักษาอะไรแล้ว หมอว่าไม่หาย แต่เขายังพอทำงานได้อยู่ เราอยากให้เขาเตรียมตัว รับกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้ ผู้เขียนนึกต่อในใจ ความตาย
ผู้เขียนได้ให้คำแนะนำ สถานที่ปฏิบัติธรรม ไปหลายแห่ง เลือกที่สงบ สวยงาม และบอกว่า การจะให้คนเจ็บนั่งสมาธิ อาจไม่ได้ผล ถ้าไม่เคยฝึกมา ลองไป เที่ยวชมวัด หรือสถานที่สงบๆก่อน ให้ใจสบาย ผ่อนคลาย แล้วจึงค่อยฝึกกันต่อไป การที่ใจเราสบาย ธาตุธรรมในตัว ก็จะเรียงกันเป็นระเบียบ มีพลังขึ้น แล้วก็เล่า ถึงพี่คนหนึ่ง รักษาโรคมะเร็งหมดไปหลายแสน ฉีดคีโม สองรอบ แทบตาย แต่สุดท้าย ผลก็คือ มะเร็งยังอยู่ เธอตัดสินใจเลิกการรักษาทุกชนิด หันกลับมาปฏิบัติธรรม อะไรเป็นบุญเธอทำ จะปล่อยชีวิตสัตว์ กฐิน ผ้าป่า ไปสอนชาวบ้าน เธอทำเหมือนไม่ใช่คนไข้ ปัจจุบัน เธอยังแข็งรง เหมือนคนปกติเลย ทั้งที่น่าจะตายไปนานแล้ว
ดูเธอสนใจ และอยากคุยต่อ พอดีรถมารับผู้เขียน แต่พรุ่งนี้เจอกันอีก จึงร่ำลากัน นึกได้ว่า มีหนังสือ ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย ที่ท่านพลเดชเขียนไว้ จึงส่งให้เธอหนึ่งเล่ม ชื่ออาจฟังดูแล้วใจหาย แต่ผู้เขียนมั่นใจว่า เนื้อหาหนังสือ จะช่วยให้ทั้งเธอและสามี รู้สึกดีขึ้นแน่นอน
เสียดาย อยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่ผู้เขียน ก็ไม่ได้สังเกตทุกข์สุขของเธอ คนเราบางครั้งก็ลืมไป ลืมมองสิ่งรอบข้าง สนใจแต่ตัวเอง โชคดีที่มาพบกันตอนกลับบ้าน และดีใจ ที่ได้มีโอกาส พูดปลอบ แบ่งเบาทุกข์ให้เธอได้บ้าง ให้ได้หยุดคิดถึงความเศร้าใจด้วยความหมดหวัง ไปได้ แม้ชั่วขณะก็ยังดี
ตั้งใจว่า ต่อแต่นี้ จะดู จะฟังคนอื่นให้มาก เผื่อเขาอาจกำลังรอที่จะเอ่ยปากคุยกับเราบ้าง สักแค่ สองสามคำก็ยังดี เปิดโอกาสให้เขาบ้างนะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอรุ่ง
โชคดีปีใหม่ ตลอดปี และตลอดไปค่ะ
ขอฝากกำลังใจไปให้เพื่อนคุณหมอรุ่งด้วยคนครับ เคยอ่านหนังสือหลายเล่มที่บอกว่าการทำสมาธิจะช่วยบรรเทาโรคมะเร็งได้บางคนถึงกับหายไปเลย เพราะการทำสมาธิจะทำให้สารเคมีในร่างกายทำงานอย่างปกติ ใครเชื่อเรื่องทำสมาธิหรือไม่ก็ตาม ผมบอกกับภรรยาว่าถ้าผมป่วยเป็นมะเร็ง ผมจะบวชแล้วเข้าธุดงค์ในป่าทำสมาธิ ถ้าออกจากป่าแสดงว่ารอด ถ้าไม่ออกมาก็ไม่มีใครเดือดร้อน เพราะทำทุกอย่างไว้ให้คนข้างหลังไม่ลำบากแล้ว
ภรรยาผมบ่นปวดหน้าแข้งมาก ผมขี้เกียจนวดก็เลยทำสมาธิแล้วเพ่งความร้อนไปที่มือแล้วตั้งใจส่งกระแสไปที่หน้าแข้งมืออยู่ห่างจากหน้าแข้งประมาณ ๑-๒ นิ้ว ลูบไปทางปลายเท้า ๔-๕ ครั้ง เช้าขึ้นมาภรรยาถามว่าเมื่อคืนทำอะไรหน้าแข้งรู้สึกร้อนๆ อาการดีขึ้น แต่พอวันหลังเธอขอร้องให้ทำอีก แต่สมาธิไม่ดีเธอบอกว่าความร้อนไม่เท่ากับวันก่อน ผมจึงเชื่อเรื่องการทำสมาธิรักษาครับ
สวัสดีค่ะครูอ้อย
คนไข้ ต้องใช้กำลังใจอย่างมากที่จะปรับตัเอง คนที่มีอาการแรกๆ ก็คงฟุ้ง่านเกือบทุกคน ทำใจได้เมื่อไหร่ ถ้าเร็ว ก็เป็นผลดี แต่ถ้าช้า หรือทำไม่ได้ ก็ทรดเร็วมาก คนเราก็กลัวความตาย กลัวเพราะต้องไปคนเดียว กลัวเพราะไม่มั่นใจกรรมที่ทำไว้ ว่า ดีพอจะมีแรงส่งให้ไปอยู่ที่ภพดีๆหรือไม่ ทบทวนบุญบาป แล้วมันก้ำกึ่ง ต้องตั้งใจเหมือนกัน ว่าต่อแต่นี้ ต้องฝึกสร้างกรรมดี ให้มาก จะได้อุ่นใจ ยามเมื่อถึงเวลานั้น
ใครจะเชื่อหรือไม่ แต่กฎแห่งกรรม ก็ทำงานอย่างเที่ยงตรงตลอดไป "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"
ขอบคุณครูอ้อย ที่ร่วมสนทนาธรรม ตั้งแต่เช้าค่ะ
สวัสดีค่ะ
ท่านเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ประมาท เตรียมทุกอย่างให้พร้อม ที่สำคัญเตรียมตัว เตรียมใจตนเอง สำคัญมากค่ะ คนเราถ้าไม่เคยฝึก เคยคิด เช่นการทำสมาธิ จะทำให้รู้ ถึงคราวคับขัน จรดใจยากมากค่ะ
สิ่งที่ท่านทำให้ภรรยา เป็นการส่งกระแสจิต พลังจิต ในการบำบัด ส่งความปรารถนาดี ต่อกัน แม้มองไม่เห็นแต่เหล่านี้ เป็นพลังงาน
แต่คนเราก็มีคุณภาพใจในแต่ละวันไม่เหมือนกัน จึงได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง จึงต้องฝึกกำลังจิตให้เข้มแข็งตลอด เพื่อให้มีพลังสม่ำเสมอค่ะ
ขอบคุณท่านมากค่ะ ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ ซึ่งคาดว่า เป็นประโยชน์กับหลายท่าน ที่เข้ามาบันทึกนี้ค่ะ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
บุคคลอันเป็นที่รัก...มีแนวโน้วว่าจะต้องจากกัน เธอย่อมเกิดอาการห่วงหาอาลัย...เป็นธรรมดาของโลก...ถึงจะมีจิตใจที่เข้มแข็งดุจขุนเขา...ก็ยังต้องมีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา แม้จะน้อยนิดก็ตาม...นี่แหละ "ความรัก"
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะพี่รุ่ง
ทุกๆท่านกล่าวได้น่าฟังค่ะ เบิร์ดขอเสริมในด้านการให้ความหมายของโรคและความตายละกันนะคะ ( ดึงไปทางการแพทย์บ้าง ^ ^ )
แต่ละคนจะมีความรู้สึกต่อคำๆนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อทราบว่ามีโรคร้ายเกิดกับตัวเรา หรือคนใกล้ชิดวงจรที่เกิดขึ้นคือ Deny Anger Depress Accept
โดย 3 ขั้นแรกนี่จะเกิดวนไปเวียนมาซ้ำๆกว่าจะก้าวไปสู่ขั้นยอมรับได้เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา ความอดทน และความเข้าใจสูงมาก
เพื่อนพี่รุ่งเป็นสาธารณสุข เรื่องความเข้าใจลำดับขั้นของโรคคงไม่ต้องพูดถึงนะคะ แต่เรามาดูในเรื่องของ ความหมายของความตายที่ทำให้เกิดความเศร้าโศกกันอยู่ในตอนนี้
นอกจากจะเป็นความหมายของ " ความสูญเสีย " แล้ว ช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาที่จะได้ทำสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ หรือไม่มีโอกาสทำที่เรียกว่า Unfinish Business น่ะค่ะพี่รุ่ง ..ทั้งการจัดการเรื่องราวในทางพฤติกรรม นิติกรรม ให้ครบถ้วน มีอะไรที่อยากจะทำ ที่อยากจัดการให้เรียบร้อยก็ทำ เมื่อถึงเวลาจากไปจะได้ไม่มีห่วงและคนข้างหลังก็ไม่ยุ่งยาก ..เตรียมไว้ก่อน..ไป - ไม่ไปหรือจะไปเมื่อไหร่นั่นอีกเรื่องหนึ่งค่ะพี่รุ่ง เพราะใครบ้างที่ไม่จากไป ?
ความทุกข์ของผู้อยู่ร่วมเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะไม่ว่าใครก็ต้องการให้คนที่รักอยู่ด้วยกันนานๆทั้งนั้น แต่นี่ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ทำทุกอย่างในสิ่งที่เราอยากทำให้กับเค้า เป็นเวลาที่เราควรใช้ร่วมกันอย่างคุ้มค่าที่สุด การเศร้าโศกในทุกวันเวลาคงเป็นการทำให้ช่วงเวลาที่เหลือนี้เต็มไปด้วยความทุกข์มากกว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำรำลึกน่ะค่ะ..
การจัดการ Unfinish Business ทั้งผู้อยู่และผู้เตรียมตัวเดินทางดูจะเป็นการเดินออกจากทุกข์ได้ดีอีกวิธีหนึ่งค่ะพี่รุ่ง
เพราะทุกคนต้องเดินทางไกลกันทั้งนั้น..ขนาดเราจะไปอบรม 2 - 3 วันเราก็ยังต้องจัดเตรียมข้าวของมากมาย..แล้วการเดินทางไกลข้ามภพชาติล่ะคะ เรายิ่งต้องจัดเตรียมมากขึ้นเท่าไหร่ ?..เวลาที่เหลืออยู่ของทุกๆคน ไม่เว้นแม้แต่เรา ต่างก็ต้องเตรียมเสบียงด้วยกันทั้งนั้นนะคะพี่รุ่ง เอาใจช่วยให้พี่เค้าก้าวออกจากทุกข์ด้วยบารมีที่พี่เค้ามีและบารมีที่พี่รุ่งร่วมกับทุกๆท่านได้ช่วยกันในครั้งนี้นะคะ
ขออนุโมทนากับการช่วยเหลือ แนะนำค่ะ
สาธุ
ก้าวหนึ่งของผู้เดินทาง ย่อมเป็นประโยชน์กับผู้อื่น ที่ยังไม่ได้เริ่มเดินเสมอ
และในที่สุด ก็จะไปเจอกันในเส้นทางชีวิต เส้นทางธรรม
พลังจิต ใช้เป็น ใช้ให้ดี ก็เป็นประโยชน์กับการเรียนรู้จักธรรมชาติได้ดีครับ
ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย เราทุกคนอยุ่ในเรือลำเดียวกัน
ทุกเวลา นาที มีคุณค่า
ทำและธรรม จะได้เรียนรู้สิ่งนี้
เวลาจะนอนทุกคืน กำหนดจิตไปตามร่างกายของเรา จนกว่าจะหลับครับ
จะได้ประโยชน์มหาศาล
ด้วยความปรารถนาดี
อีกครั้งนะคะพี่รุ่งเพราะยังไม่หมด ^ ^
สาธุกับท่านพลเดชค่ะ
ในช่วงสุดท้ายของการจากไป ( ด้วยโรค ) ทุกขเวทนาจะแรงกล้านัก ถ้าจิตไม่ได้รับการฝึกให้ดี การจากไปจะทุรนทุรายและเกิดภาวะที่เรียกว่า " จิตตก " ได้โดยง่าย ทำให้อาจไปสู่ภพภูมิที่ต่ำ
ช่วงเวลาที่เหลืออยู่จึงเป็นโอกาสในการฝึกจิตเพื่อเตรียมตัวให้การเดินทางไกลนั้นไปสู่สิ่งที่ดีเนาะคะพี่รุ่ง เพราะจะไปที่ใดหลังจากการละร่างแล้วก็ขึ้นอยู่กับภาวะจิตในขณะนั้นเป็นสำคัญด้วยนี่คะ
ขอบพระคุณสำหรับบันทึกที่ทำให้เห็นความเอื้ออาทรในสังคมเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่นะคะ
น้องรุ่งครับ
เมื่อหลายสิบปีก่อน ..(แสดงว่าตานี่แก่มากแล้ว..) พี่ทำงานที่สำนักงานเกษตรภาคเหนือ เชียงใหม่ ท่าน ผอ.พูดให้ฟังถึงเรื่องชีวิตหลังความตาย พี่ละเป็นงงมากเลย มีด้วยหรือชีวิตหลังความตาย...หลังจากนั้นก็ศึกษาและจนเข้าไปบวชที่สำนักวิปัสสนาไทรงาม จ.สุพรรณบุรี 1 พรรษา ก็เข้าใจ เหลืออยู่การฝึกจิตและทำกุศล ทาน และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ "แก่โลก" เพราะไม่เพียงมนุษย์เท่านั้น
เมื่อย้อมมามองตัวเองและสังคม พบว่าส่วนใหญ่คนเรามีชีวิตเพื่อวันนี้ มิได้คิดหรือทำอะไรเพื่อชีวิตหน้าเท่าไหร่นัก ไอ้ที่ทำงานงกงกนั่นน่ะ ก็เพื่อชีวิตอยู่รอดและเสพสุข แต่เมื่อความตายมาถึงเราก็คิดได้ว่ากิจกรรมเพื่อหลังการตายนั้นไม่ค่อยได้ทำ
ท่านจึงสั่งสอนเสมอว่า อย่าประมาท และตั้งใจทำเพื่อตัวเองและโลกให้ดีที่สุด จนบัญญัติแนวทางไว้มากมาย...เห็นสังคมg2kนี้ มีผู้สนใจเรื่องธรรมมากเหมือนกันนะ ดีจริงๆ อนุโมทนา สาธุ
เรื่องการฝึกจิตนั้นหากไม่ฝึกทุกขณะจิตตั้งแต่เดี๋ยวนี้ มันยากนะครับที่จะฝึกในช่าวท้ายของชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีลมหายใจจงทำเถอะ
สาธุ ที่ทำดีแล้ว และทำต่อไป
สวัสดีค่ะคุณ นม.
ความกลัว เป็นสิ่งที่เกิดมาพร้อมกับสรรพสัตว์ กลัวตาย กลัวหิว กลัวไม่มีใครรัก กลัว...ฯลฯ......
ถ้าเราสนใจศึกษา พุทธศาสนา อย่างเข้าใจ เราก็จะพ้นจากความกลัวได้ เพราะถ้ารู้เหตุ และผล เราก็จะดำเนินชีวิต ที่ถูกต้อง ไม่ต้องรู้สึก หวาดเสียว
การเตรียมตัว เตรียมใจไว้บ้าง เป็นสิ่งดี ลองๆคิดไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้รู้ว่า เมื่อสิ่งที่เราเคยคิด เกิดขึ้นจริงๆ เราก็จะมีสติ ในการตัดสินใจทีดี เพราะเคยคิดมาแล้ว
อาจเป็นเรื่องที่ทำให้เศร้าๆใจ แต่ก็เป็นอาหารใจ เหมือนคุณ นม.ว่าจริงๆ ได้หยุดคิดทันทีเหมือนกัน
ขอบคุณสำหรับมุมมองชีวิตที่บันทึกมาค่ะ
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
คงจะเป็นอย่างนายช่างใหญ่ว่าค่ะ มีรักที่ไหน มีทุกข์ที่นั่น การพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์ ชาตินี้ ชาติหน้า ชาติต่อๆไปอีก........
สวัสดีค่ะน้องเบิร์ด
ชอบจังเลยค่ะ กับแง่มุมมอง การเตรียมตัวจาก ถือว่า การล่วงรู้ กำหนดการจาก ว่าน่าจะสั้น จะยาว ก็ทำให้มีโอกาสเตรียมตัว ได้มาก ไม่ประมาท
ถ้าตามความฝันที่พี่เคยเล่า เรื่องตกเครื่องบินตาย ที่จริงมันก็ไม่ได้ทุรนทุรายอะไรมากนัก ยังมีสติที่จะคิด จะตัดสินใจได้อีกนะ ตัดสินใจทิ้งความทรมาน แล้วก็โล่ง ว่างเปล่า เหมือนไม่มีความเจ็บปวดอะไรหลงเหลืออยู่เลย เปลี่ยนภพ
ทุกบทบันทึกจะเป็นข้อคิด แก่กันได้ดีค่ะ ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะ
พี่โยคีคะ คืนวันหนึ่งที่ไม่สบาย ได้กำหนดจิต ตามที่พี่บอก แล้วต้องตื่นกระทันหัน ตอนดึก ได้ยินน้องพูดโทรศัพท์ กับเพื่อน ที่กำลังพาสามีไปโรงพยาบาล เมื่อได้ยิน ใจมันสั่งการได้เลยค่ะ ให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ ถ้าขับรถไม่ไหวให้เรียก 1669 รถฉุกเฉิน แล้วก็บอกเขา
แปลกใจตัวเอง ว่าสติแจ่มใส และทำงานต่อทันที
จึงขอเล่าสู่กันฟังถึงผลการปฏิบัติตามที่แนะนำค่ะ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
เขาว่า ถ้าตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราต้องคลุกคลี อยู่กับสภาพที่ ทำให้ใจขุ่นมัว ก็เป็นอีกสิ่ง ที่ทำให้โอกาส ในการปฏิบัติมีน้อย สงบยาก เหมือนคนที่ต้องประกอบอาชีพ การฆ่า จนเคยขิน ยามจะทำใจสงบ ภาพเหล่านั้น มันก็จะมาลอยวน ก่อกวน
เห็นด้วยกับพี่ค่ะ เมื่อเรายังมีลมหายใจ ก็ฝึกไปเถอะ เพราะถ้ารอทำนสุดท้าย ยากมาก
สวัสดีครับพี่รุ่ง
ขอเป็นกำลังใจให้ในการดำเนินชีิวิตของพี่เค้านะครับ ผมเองแนะนำเรื่องจิตและธรรมไม่ได้ครับ เพราะยังปฏิบัิติน้อยครับ ได้แค่เสริมแนวคิดครับ
หากมองแบบธรรมดา มองว่าหากเราตายในเวลานี้ตอนนี้เดี๋ยวนี้ แล้วก็ตายแล้วนะครับ ดังนั้นเวลาจากจุดที่เราวางไว้ว่าเราตายแล้วนั้น จนมาถึงวันนี้คือผลบวกของชีวิต อาจจะเป็นผลบุญที่ช่วยให้เราเดินต่อไปอย่างสบายใจ การอยู่กับธรรมชาติอาจจะช่วยอะไรได้บ้างและการดื่มและทานอาหารสมุนไพรก็น่าจะส่งผลต่อสิ่งดีๆ ได้ครับ
บางทีการอยู่ร่วมกับโรคภัยก็ทำให้เราได้ึศึกษาเค้าได้บทเรียนชีิวิตในอีกบทหนึ่งเช่นกันครับ เพราะโดยทั่วไปแล้วในตัวคนก็มีเชื้อแบคทีเรีย จุลินทรีย์อยู่ร่วมอยู่แล้วด้วย
ขอให้มีกำลังใจเป็นที่ตั้ง จิตใจเข้มแข็ง โรคทางกายก็จะทุเลาบางเบาไปเอง รักษากันที่ใจ หากใจอ่อนกายก็อ่อนตามครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ หมอ
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
พี่สาวแท้ๆ ก็เป็นมะเร็งที่เต้านม วันที่ตัดสินใจ ไม่ผ่าตัด เดินออกจากโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง หมอบอกว่า ถ้าเกินเดือนก็ไม่ต้องมาแล้ว(ตายแน่)
แต่พี่สาวกลับบอกใครต่อใครว่า ไม่เป็นไร มะเร็งก็อยู่ด้วยกันนี่แหละ
ต่อมากินยาต้ม และหาย ไม่มีก้อนเนื้อร้ายที่เต้านมต่อไป อยู่มาเกือบสิบปีแล้ว
การทำใจยอมรับ ก็กลับหมดทุกข์ มะเร็งเลยยอมแพ้ค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
ไม่ค่อยได้เจอกัน วันนี้ เขาก็ถามทางไปวัด ที่แนะนำแต่เช้า พากันไป กว่าจะกลับมาอบรม ก็บ่าย ได้พูดคุยกัน และนึกถึงพี่สาวที่กินยาหม้อแล้วหาย จะให้เขาแนะนำกัน
บางที อาจเป็นบุญของพวกเขาก็ได้ อาจโชคดีเหมือนพี่สาว เห็นเขาว่า เขาไมรักษา ทางแพทย์ปัจจุบันแล้วค่ะ
เมื่อไปจนสุดแล้ว
หมดหวัง
ทางหนึ่งคือกลับหลัง
รากเหง้า
แรกเริ่มเพิ่มพลัง
ใจก่อน เลยนา
ใจนิ่งกายจักเฝ้า
สู่เหย้า รวมพลัง
มันขลังตรงจิตตั้ง
พินิจ
จิตนิ่งยิ่งพิชิต
โรคร้าย
คลายร่างออกจากพิษ
คิดไตร่ ตรองนา
วันหนึ่งโรคจักย้าย
เคลื่อนคล้าย หายมิด
ติดตามถามแบบเบ้า
แผนไทย
บางสิ่งยาสมุนไพร
ช่วยได้
จิตวางว่างเพียงใด
กายร่าง สบายนา
จิตดิ่งธรรมโอสถไซร้
ร่างไร้ โรคา