เรามีเพียง Tract เดียวคือ “การพัฒนาอย่างดุลยภาพ” ไม่ได้แปลว่าเราปฏิเสธหรือให้ความสำคัญน้อยต่อ “ทุนไทย” และยอมรับทุนนิยม แต่เรา “คิดเชื่อมโยง” ให้เกื้อกูลกัน ตรงนี้อาจคิดดูง่ายๆแต่ก็ทำยาก ท้าทายอย่างมากว่าเราจะบริหารช่วงเปลี่ยน(transition management) อย่างไร?? เป็นความยากที่ต้องใช้ทั้ง “ปัญญา” และ “จิตสำนึก”

   <p>10987….6…5..4.3.2.10 เฮ้...ไชโย  !!!!!</p><p>เสียงโฆษกตะโกนผ่านไมค์พร้อมกับตัวเลขดิจิตอลขนาดใหญ่ เป็นภาพสองภาพที่ผมมองสลับกันไปมา อย่างตื่นตาตื่นใจ</p><p></p><p>เสียงโห่ร้อง ไชโยกึกก้องของมหาชนที่รายล้อมเวทีกลางท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บของเมืองปายปีก่อน โคมไฟลอยนับร้อย นับพันเสียงและแสงของพลุขนาดใหญ่กระจายเรียงตัวอย่างสวยงามในฟากฟ้ากลางดอย เสียงดนตรีชนเผ่าดังแทรกสะท้อนดอยผา จังหวะการเต้นที่คึกคักของพี่น้องชนเผ่าทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งคนเมือง คนดอย และฝรั่งต่างด้าวต่างอ้าแขนโอบรัดต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึง...อย่างยินดี</p><p>ปรากฏการณ์นี้ เป็นประเพณีสากลที่เรารับมาโดยแนบเนียน</p><p>ตั้งแต่ผมเกิดมาก็เคยเห็นในปีสองปีนี่หละครับ  ครั้งแรกที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงที่เมืองกอก ครั้งนี้ที่บ้านของผม ที่มีการนับตัวเลขเพื่อเข้าสู่ปีใหม่อย่างใจจดจ่อที่บ้านเกิดของผมเอง one upon a time in Pai</p><p>เรารู้ดีว่าเป็นวันสมมุติ เราสร้างกิจกรรมแห่งชีวิตใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นเงื่อนไขล่าสุดของตัวเอง เป็นเสมือนพันธกิจ(Mission)แห่งวัฒนธรรมในการก้าวข้ามผ่านสิ่งเก่าเพื่อเดินทางไปสู่สิ่งใหม่ เพียงเสี้ยววินาทีของการจากไปของกาลเวลา</p><p>ก็ดีเหมือนกัน...</p><p>ผมมองในแง่บวกและความเป็นจริงครับ อะไรก็ตามที่เป็นกิจกรรมที่รวมกันสรรสร้างเป็นพลวัตทางวัฒนธรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้นเป็นปกติของมนุษยชาติหากเราสร้างกุศโลบายอันแยบยลใช้ประโยชน์นั้นจากกิจกรรมที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ดีและ ควร</p><p></p><p>สวัสดีค่ะ....โทรมาคุยเรื่อง วิทยากรประเด็นท่องเที่ยวที่โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ คะ..</p><p>เสียงหวานๆน้องสาวคนงามโครงการหลวงโทรศัพท์มาบอกกติกาการทำงานก่อนที่ผมจะไปเป็นวิทยากรที่บ้านวัดจันทร์ช่วงวันหยุดปลายปี</p><p></p><p>พี่จะให้ช่วยเตรียมอะไรบ้างคะ...?”  </p><p> เธอถามรายละเอียดเพื่อย้ำสิ่งที่ผมต้องการอีกครั้ง</p><p></p><p>ไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก ผมเตรียมไปส่วนหนึ่ง ผมจะจัดเวทีที่เป็นธรรมชาตินั่งคุยกันสบายๆ   </p><p>ผมตอบไปอย่างที่ผมคิดไว้</p><p>ผมเชื่ออย่างหนึ่งในบรรยากาศการเรียนรู้ที่ต้องเป็นธรรมชาติ มีความสุข และอิสระสอดคล้องกับวิถีชาวบ้านที่มากที่สุด เวทีที่ผมจัดก็อาจไม่เหมือนใครแต่ผมรับรองว่าทุกครั้งที่มีการจัดเวทีเรียนรู้ ผลลัพธ์ที่เราได้ นอกจากผลของงานแล้วเราได้ใจคนเข้ามาร่วมเสมอ ผมโฆษณาเกินจริงไปหรือเปล่าไม่รู้สิครับ  เพราะผมเองก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ</p><p>ผมสอบถามข้อมูลพื้นฐานบางอย่างเพื่อนำไปเชื่อมต่อกับภาพที่ผมคิดผมจะต่อจิ๊กซอว์(Jigsaw)นี้ร่วมกับชาวบ้านอย่างไร...?? และทำอย่างไรให้บรรลุผลในเวทีแรกในเวลาที่จำกัด?? โจทย์ในใจมีมากเกินกว่าที่จะเอ่ยถามน้องได้ในขณะนี้ เป็นภารกิจใจของผมต่อไป ในการคิดกระบวนการ</p><p></p><p>ผมเอ่ยบอกน้องสาวในโทรศัพท์ว่า ครั้งนี้อาจเป็นการเริ่มต้นนะเรายังมีกระบวนการอีกหลากหลายที่จะทำผมคิดว่าจำเป็นมากด้วยที่เราต้องเรียนรู้กันอย่างต่อเนื่องที่ผมพูดออกไปนั้น ผมห่วงใยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของพื้นที่สวยงามเพียบพร้อมด้วยธรรมชาติแห่งนี้</p><p>พี่อยู่ต่อได้มั้ยคะ...  </p><p>เสียงน้องสาวเงียบไป เพื่อรอคำตอบแรกของผม พร้อมที่เธอจะชิงบอกภารกิจต่อเนื่อง</p><p>เหตุผลที่เธอจะบอกต่อนั้นหมายถึง สิ้นปีทางโครงการหลวงได้จัดงาน Count down ต่อที่บ้านวัดจันทร์ น้องบอกว่าเป็น Event หนึ่งที่จัดไว้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบคนบนดอย ที่มีกลิ่นอายของตะวันตกแบบชัดเจน...</p><p>ผมหลับตานึกภาพเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น คงเป็นการเล่นดนตรีชาวเขา การเต้นแสดงความยินดี เสียงเพลง “ทา*** ของพี่น้องชาวกระเหรี่ยง เสียงเครื่องดนตรี "เตหน่า" ***คงดังก้องทั่วป่าสนวัดจันทร์ในคืนนั้น</p><p>อยากให้พี่อยู่ต่อ เพื่อเสนอแนะต่อกิจกรรมที่ชาวบ้านทำในช่วงปลายปี ถือว่าเป็นกระบวนการต่อเนื่องกับเวทีที่ทำกันอยู่...  </p><p>น้องสาวบอกเหตุผลที่ผมควร-ต้องอยู่ต่อที่บ้านวัดจันทร์</p><p>ผมทบทวนเวลากับภารกิจที่มีช่วงปลายปีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตอบตกลงน้องสาวไปในทันทีเช่นกัน</p><p>ดีเหมือนกันนะ  บรรยากาศ Count down กลางป่าสนผืนใหญ่ที่สุดของประเทศ บรรยากาศหนาวๆใสๆ มิตรภาพดีๆ การแสดงของพี่น้องบนดอย คงเป็นบรรยากาศแตกต่างจากปีที่ผ่านมาและนี่จะเป็นการเริ่มต้นปีใหม่สากลบนดอยที่พิเศษสุดของผมในปีนี้</p><p></p><p align="center"> </p><p>ผมไม่ได้มองการจัดงานนับถอยหลังปีใหม่สากล(Count down)  เป็นเรื่องแปลกแยก กลับเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดี หากเรามองถึงความหลากหลายโลกาภิวัตน์ที่จะมาถึง การหยิบเอาประเด็นสมัยใหม่ มาสอดคล้องประสานกับสิ่งเดิมที่มีอยู่ บังเกิดความสวยงามของสิ่งใหม่กับสิ่งเก่า ถือว่าเป็นนวัตกรรมแห่งยุคสมัย</p><p>วิถีคนทำงานชุมชนแบบผม ก็ไม่ได้มีความคิดอนุรักษ์สุดโต่ง หัวชนฝา จนมองว่าสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสิ่งใหม่นั้นเป็นตัวบั่นทอนความเข้มแข็งของชุมชนเสียหมด  หลายคราที่เราตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเรามักจะมึนงง สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาเช้าของวันใหม่ เป็นสิ่งที่เราต่อต้านโดยไม่ได้มองเห็นสาระในสิ่งใหม่...เราพลาดไป อาจเป็นเพราะเรายึดมั่นมากไป ลำเอียงในใจมากไปหรือเปล่า!!!</p><p>หากเราตื่นขึ้นมาพร้อมการยอมรับ การเข้าใจ สิ่งใหม่ เราเข้าใจวิถีที่จะเป็นต่อไปข้างหน้า หากเราฝืนอาจทำได้แต่ในช่วงเวลาที่จำกัด เราอาจทุกข์มากกว่าสุข แต่ทว่าเราเปิดใจยอมรับ และหาช่องทางที่ดีในการเชื่อมต่อ เราจะเห็นถนนเส้นใหญ่ที่เป็นพลวัตแห่งวัฒนธรรม ซึ่งไม่ใช่  Dual tracks ที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะยังไงทุนนิยมมันมีแรงมากกว่าอยู่แล้ว  เป็นพลังที่ขับเคลื่อนด้วยโลภจริตที่ยากที่ต้านทานแรงนั้น</p><p>เรามีเพียง Track เดียวคือ การพัฒนาอย่างดุลยภาพ  ไม่ได้แปลว่าเราปฏิเสธหรือให้ความสำคัญน้อยต่อ ทุนไทย และยอมรับทุนนิยม แต่เรา คิดเชื่อมโยง ให้เกื้อกูลกัน ตรงนี้อาจคิดดูง่ายๆแต่ก็ทำยากท้าทายอย่างมากว่าเราจะบริหารช่วงเปลี่ยน(transition management) อย่างไร??  เป็นความยากที่ต้องใช้ทั้ง ปัญญา และ จิตสำนึก</p><p></p><p>งาน Count down  แบบคนดอยครั้งนี้หละ เป็นผลผลิตของ การพัฒนาอย่างดุลยภาพ ที่ผมพูดถึง</p><p><hr></p><p>จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร</p><p>ใกล้วันสิ้นปีที่เมืองปาย</p><p>๒๗ ธ.ค.๕๐</p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p><p></p>