พักหลังก่อนลงมือทำงานใดก็ตาม ผมมักจะถามทีมงานเสมอว่า กิจกรรมที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้เป็นมาอย่างไร ? ... และอื่น ๆ อีกจิปาถะ เช่น –
-
หัวใจของงานคืออะไร
-
ครั้งที่ผ่านมาทำอะไรกันบ้าง ?
-
จุดอ่อนของงาน คืออะไร ?
-
แก้ไขกันอย่างไร
-
อะไร คือ ปัจจัยเกื้อหนุนให้งานครั้งนั้นประสบความสำเร็จ
- และคราวนี้ อะไรบ้างคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ – และต่อยอด
นั่นเป็นเพียงคำถามส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับทีมงาน หรือแม้แต่นิสิตก็มักพบเจอประเด็นเหล่านี้อยู่อย่างบ่อยครั้ง ! และบางครั้งก็มีคนถามทักหรือแม้แต่เปรย ๆ อยู่เหมือนกัน ประมาณว่า
-
คำถามเหล่านั้นสำคัญแค่ไหน
-
มันผ่านมาแล้ว พูดไปก็เท่านั้น
-
เรากลับไปแก้อดีตไม่ได้
และที่สำคัญอีกประการที่ผมพบเจอถี่ครั้งมากก็คือ ทุกครั้งที่กิจกรรมสิ้นสุดลง มักไม่มีการจดจำและบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นไว้อย่างที่ควรจะเป็น !
จากสภาพการณ์ของการทำงานเช่นนั้น จึงส่งผลมาสู่ความเป็นปัจจุบันของการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ พฤติกรรมของการทำงานเช่นนั้น จึงทำให้เราต้องเริ่มต้นใหม่ในสิ่งเก่า ๆ อยู่ร่ำไป มันเหมือนกับเรากำลังวิ่งไปสู่จุดหมาย แต่สุดท้ายก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ในจุดเดิม ๆ อย่างซ้ำซาก
และนั่นคือภาพสะท้อนที่ยืนยันว่า เราไม่เคยถอดรหัสความรู้จากงานเก่า ๆ ไว้อย่างเป็นระบบ
และนั่นคือภาพสะท้อนที่ยืนยันได้ว่าเรามีต้นทุนจากงานเดิม ๆ อยู่อย่างน้อยนิดเลยก็ว่าได้
ผมให้ความสำคัญกับสภาพการณ์ในอดีตของงานค่อนข้างมาก เพราะถือว่านั่นคือต้นทุนที่ดีของการทำงานในปัจจุบัน -
ผมมักจะใช้เวลาสั้น ๆ กับการถอดรหัสความรู้จากผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการของการพาตนเองเข้าไปสู่การเรียนรู้แบบ “หยั่งลึก” และเป็นการสะกิดเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีกระบวนการของการเรียนรู้จากงานที่ทำอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ทำงานเสร็จแล้วก็ไม่มีการสรุปและสังเคราะห์ไว้เป็น “ต้นทุน” ในครั้งต่อไป ซ้ำร้ายยังเผลอพลั้งให้ผลพวงของการเรียนรู้ทั้งปวงนั้นล่องไหลไปกับสายลมอย่างน่าเจ็บใจ ...
ผมให้ความสำคัญกับกระบวนการเหล่านี้ เพราะเชื่อมั่นเสมอมาว่า นี่คือกระบวนการของการพัฒนาคนและพัฒนางานที่สามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรใดจะเลือกใช้วิธีการใดมาเป็นเครื่องมือสกัด หรือถอดรหัสความรู้ที่ว่านั้นเป็นสำคัญ
และที่สำคัญที่ผมเปรยบอกอย่างฉะฉานแล้วว่า กระบวนการเหล่านี้ หรือแม้แต่คำถามมากมายที่ผมถามในข้างต้นนั้น ล้วนเป็นกุญแจอันสำคัญของการนำพาเราไปสู่การทำงานให้ประสบความสำเร็จ
และผมก็ยืนยันชัดเจนว่า กระบวนการที่ผมกำลังทำอยู่นั่นแหละ คือการกลับไปแก้ไขอดีตที่เคยผิดพลาดในวิถีการงานขององค์กร ...
ดังนั้น, ใครที่เคยถามทักว่า “ผ่านมาแล้ว พูดไปก็เท่านั้น เราแก้ไขอดีตไม่ได้” ก็คงต้องปรับทัศนคติใหม่แล้วกระมัง เพราะการถอดรหัสดังกล่าวนี้ คือการแก้ไขอดีตที่ผ่านล่วงมา
และการทำงานในวันนี้ด้วยพื้นฐานต้นทุนของอดีต ย่อมเป็นการแก้ไขอดีตที่ผิดพลั้งมาด้วยเช่นกัน
หรือคุณว่าไม่จริง ?
สวัสดีค่ะ อ. แผ่นดิน เรื่องงานต้องทำเป็นทีมเวิร์คค่ะ สร้างทีมเวิร์คให้เข้มแข็ง เอามาจาก อ. วรภัทร์ ภู่เจริญ ค่ะ
ด้วยความเคารพค่ะ
อ.แผ่นดินค่ะ
แน่นอนครับผมพี่แผ่นดิน
ผมเองคนนึงละที่ชอบกล่าวถึงอดีตเสมอ ๆ จนบางทีก็ได้ยินเสียงถามเหมือนกันว่า เรื่องผ่านไปแล้วพูดถึงทำไม
แต่ก็มีคนเห็นด้วยเหมือนกันถามว่า แล้วที่ผ่านมามันไม่ดีตรงไหน หรือดีตรงไหน
ผมชอบวลีเหล่านี้อยู่มากครับ "หวลหาอดีต คิดถึงปัจจุบันและใฝ่ฝันถึงอนาคต" เราเรียนรู้ได้จากประสบการณ์เป็นสำคัญครับเพราะงั้น อดีตจึงสำคัญมาก ๆ
เห็นด้วยครับ ๆ
อดีตนั้นแก้ไม่ได้จริงๆครับ อดีตเป็นตัวสอนสิ่งที่ทำมาดีก็ดูเป็นแบบอย่าง สิ่งไม่ดีก็อย่าทำซ้ำซาก จึงมาแก้ที่ปัจจุบัน
พระพุทธทาสสอนไว้อย่าทุกข์กับอดีตเพราะยังไงก็แก้ไม่ได้ แต่สามารถทำให้ลืมอดีตได้ถ้าสร้างวันนี้ให้มีแต่สิ่งดีๆครับ
ซ้ำหนักบางคนเอาอดีตมาเป็นปัญหากับตัวซะอีก บางคนเอาอดีตมาทำลายคนอื่น ทำให้กลายเป็นวัฏจักรแห่งความทุกข์ไป
สวัสดีครับ อาจารย์
"เราเรียนรู้จากความล้มเหลว และผิดพลาดในอดีต" เคยได้ยิน ได้พบบ่อยๆ สำหรับตัวเองคิดเหมือนอาจารย์ค่ะ ว่าเราต้องหมั่นทบทวนตัวเองอยู่แล้ว คนที่นำประสบการณ์มาทบทวนเพื่อพัฒนางาน และชีวิต ให้ดีขึ้นคงเรียกว่า"คนคิดได้"
ปริศนาอยู่ที่คำว่า" คนคิดได้" จะได้มาอย่างไร ที่ทำงานก็มีปัญหาเหมือนกันค่ะ
สวัสดีครับน้องแผ่นดิน
ขอเป็นกำลังใจให้เสมอครับ
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
สวัสดีค่ะ อ. แผ่นดิน
เมื่ออ่านบันทึกว่าคุณ แผ่นดินที่นำคำถาม
มาเริ่มถามทีมงานเพื่อเริ่มงานใหม่
อยากเชิญให้ อาจารย์ ทำ AAR เลย
เพราะพี่ว่ามันเป็นเครื่องมือที่ ทรงพลังมาก ในการทบทวนงาน ก่อนก้าวเดินทำงานในส่วนที่ต้องพัฒนาต่อ
คิดว่าครอบคลุมที่อาจารย์ คุย และต้องการนะคะ
อีกอย่าง AARเป็นการเริ่มจากความสำเร็จ เพราะเราเริ่มด้วย อะไรที่เกินคาด แล้วถึงจะตามด้วยอะไรที่ต่ำกว่าคาด
ถ้าเริ่มจากปัญหา ชอบจบด้วยหดหู่ ไม่มีสุข
ตอนนี้ พี่ทำ AAR แทบทุกวัน บางวันทำ 4 ครั้ง
ตัวอย่าง
AAR งานวันเด็กที่จัดให้เด็กป่วย มาแล้ว 4-5 ปี ได้ว่า จัดได้ดี แต่ปีนี้ จะต้องดีกว่าเดิม
AAR งานปีใหม่ของแผนกกุมาร ได้ออกมาว่าปีนี้ วางแผนแล้วต้องสนุก แน่
AAR การประชุม ทีมดูแลผู้ป่วย ทำเสร็จมีความสุข ทีมตกลงจะทำพัฒนาคุณภาพของกลุ่มงานกุมาร 1ทีม 1 project (Pediatric OTOP)โดยเต็มอกเต็มใจ
แล้วยังมี AAR การทำงาน เวทีสัญจร ที่จะขยายเป็นวงเล็ก ให้หัดเป็นคุณ อำนวย คุณ ลิขิต ได้เลย และมีคนอาสาจำนวนมากที่จะทำทันที
AAR การให้ดูงาน เอดส์ในเด็ก ครบ 3 ครั้งใน หก โรงพยาบาล
ทำเสร็จมีความสุขทุกคนและทุกการประชุมเลยค่ะ
เชียร์ให้อาจารย์ ลอง
ไม่ลองไม่ทำไม่รู้ เหมือนที่ท่าน อ วิจารณ์ว่า
ฝากยิ้ม ที่ติดต่อ จาก อ โอ๋มาให้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
ผู้คนล้มเหลวกับอนาคต เพราะไม่รู้จักเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาค่ะ
ถ้าเราศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างถ่องแท้แล้ว จะสามารถทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้นได้ค่ะ
เห็นด้วยกับ ประโยคของคุณ sasinanda ค่ะ
สวัสดีครับ...
สวัสดีครับ...
ผมยังอยากที่จะยืนยันให้แนวคิดนี้ ด้วยการนำข้อความของครูอ๊อดมากล่าวซ้ำอีกรอบ เพื่อย้ำคำและย้ำความให้บันทึกของผมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การใช้ความคิดของตนเองกำหนดเรื่องนั้น ๆ เพียงคนเดียว บางทีก็ไม่ต่างจากการมองสิ่งนั้น ๆ หรือเรื่องนั้น ๆ ด้วยดวงตาเพียงด้านเดียว ...
............. ขอบคุณครับ...........
สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า
ประเด็นหลักที่เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนบันทึกนี้ก็คือ
"แก้ไขอดีตด้วยการแก้ไขที่ปัจจุบัน" .. และแนวคิดที่ผมพูดบ่อยครั้งก็คือ "อดีต คือ ต้นทุนของปัจจุบัน"
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ น้องสุมิตรชัย
ผมเองก็ชื่นชอบวาทกรรมที่น้องสมุตรชัยกล่าวถึงนี้มาก "หวลหาอดีต คิดถึงปัจจุบันและใฝ่ฝันถึงอนาคต" เพราะมันเป็นนิยามชีวิตที่ชัดเจนมาก
การดำเนินชีวิตมันแยกไม่ออกระหว่างความเป็นอดีต - ปัจจุบัน และอนาคต เพราะทั้งสามส่วนล้วนเกื้อหนุนกันและกันอย่างแยกไม่ออก บางครั้งในอดีตทั้งที่ดีและไม่ดีก็ล้วนสังเคราะห์มาเป็นประโยชน์ หรือวัตถุดิบในปัจจุบันได้
กรณีการทำงานของผมมักเกี่ยวโยงกับกิจกรรมเดิม ๆ อยู่แทบทุกปี เพราะกิจกรรมของนิสิตจะมีกิจกรรมในลักาณะประเพณีขององค์กรเสมอ ดังนั้นก่อนลงมือทำสิ่งใด ผมจึงมักตั้งคำถามย้อนไปถึงกิจกรรมนี้ในปีที่ผ่านมา เพื่อให้เราสามารถนำอดีตมาเป็นต้นทุนของการทำงานในวันนี้ ....
นั่นคอืวิธีการที่ผมเชื่อมั่นว่าเป็นแนวทางที่จะสามารถพัฒนาตนเอง, องค์กรและพัฒนางานได้อย่างไม่ยากเย็น
.........
ขอบคุณครับ