แต่แล้วทำนองวอลท์ซง่ายๆ นี้กลับเข้ากันกับบทกวีอย่างประหลาด และสามารถบรรยายความรู้สึกออกมาได้อย่างล้ำลึก


บทเพลง "Stille Nacht! Heilige Nacht!" หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "Silent Night! Holy Night!"
ได้ถูกบรรเลงขึ้นเป็นครั้งแรกในเทศกาลคริสตมาสเมื่อกว่า 189 ปีที่แล้ว...

ย้อนไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม คริสตศักราช 1818 ณ โบสถ์เซนต์นิโคลัส ที่ตั้งอยู่เมืองเล็กๆ ชื่อโอเบิรนดอฟ 
แถบเทือกเขาแอลป์ ประเทศออสเตรีย
โจเซฟ มอร์ ผู้ช่วยศิษยาภิบาล (Reverend Joseph Mohr) ในวัย 26 ปี
ได้รับข่าวที่ไม่ค่อยดีนักจาก แฟรนซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) นักออร์แกนประจำโบสถ์ว่า ไปฟ์ออร์แกนเสีย
และไม่สามารถเล่นได้ในคืนนี้ และตัวกรูเบอร์เองก็ไม่สามารถซ่อมมันได้ มอร์รู้สึกเสียใจที่จะไม่มีออร์แกนเล่นบรรเลง
ตามประเพณีในพิธีอันสำคัญของค่ำคืนนั้น แต่เขาก็ยังไม่สิ้นหวังซะทีเดียว แอบหวังลึกๆ ในใจว่าจะซ่อมได้ทัน...

เขาปลดปล่อยความรู้สึกคับข้องใจเรื่องออร์แกน สลัดมันทิ้ง แล้วกระชับเสื้อกันหนาวขึ้นเพื่อออกไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน
สองสามชั่วโมงหลังจากการตระเวณไปตามที่ต่างๆ เมื่อเขากลับมาถึงบ้านก็นั่งลงเขียนบทกลอนบรรยายถึงความอัศจรรย์
และความยิ่งใหญ่ของคริสตมาส





               Stille Nacht! Heilige Nacht!
               Alles schläft; einsam wacht
               Nur das traute heilige Paar.
               Holder Knab im lockigten Haar,
               Schlafe in himmlischer Ruh!
               Schlafe in himmlischer Ruh!


               แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ดังนี้

               Silent night! Holy night!
               All's asleep, one sole light,
               Just the faithful and holy pair,
               Lovely boy-child with curly hair,
               Sleep in heavenly peace!
               Sleep in heavenly peace!

               (ปัจจุบันภาษาได้ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้ใช้เวอร์ชั่นเก่านี้แล้ว)

สักครู่ใหญ่ภายหลังเขียนบทกลอนเสร็จสิ้น กรูเบอร์ก็เข้ามาในห้องพร้อมกับข่าวความสิ้นหวังในการซ่อมออร์แกน
มอร์ส่งกระดาษที่เขียนบทกลอนพร้อมกับกีต้าร์ให้ "ถ้าเราใช้ออร์แกนไม่ได้ อย่างน้อยเราก็มีเพลงใหม่ ลองดูสิ"
กรูเบอร์ปฏิเสธแต่มอร์ก็คะยั้นคะยอให้ทดลองเล่น กรูเบอร์ดีดคอร์ดที่ง่ายและธรรมดา แต่แล้วทำนองวอลท์ซง่ายๆ นี้
กลับเข้ากันกับบทกวีอย่างประหลาด และสามารถบรรยายความรู้สึกออกมาได้อย่างล้ำลึก และแล้วเพลง 
"Silent Night! Holy Night!" ก็ถูกร้องขึ้นเป็นครั้งแรกในค่ำคืนนั้น

เพลงนี้ควรจะจบอยู่ที่เมืองเล็กๆ กลางเทือกเขาแอลป์ เพราะเป็นเพลงเฉพาะกิจ แต่มันไม่ได้จบลงอย่างนั้น
เมื่อคาล มูราเซอร์มาซ่อมออร์แกนให้ตอนต้นปี 1819 มอร์ก็ขอให้กรูเบอร์เล่นเพลงนี้อีกครั้งด้วยออร์แกนเพื่อให้มูราเซอร์ฟัง
เขาตกหลุมรักเพลงนี้ทันทีและขอโน๊ตเพลงนี้ติดตัวจากไปด้วย

ผ่านไปสิบปี... คาล มูราเซอร์ได้มีโอกาสนำเพลงนี้ให้ลูกๆ ทั้งสี่คนของตระกูลสแตรสเซอร์ที่เขาคุ้นเคยทดลองร้อง
พวกเขามีพรสวรรค์ในด้านการร้องเพลงเป็นอย่างมาก คณะนักร้องสแตรสเซอร์ได้ขับร้องเพลงนี้ตามสถานที่ต่างๆ
จนมาวันหนึ่ง โพแลนซ์ ผู้อำนวยการดนตรีชื่อดังได้ยินเข้าเมื่อเขาไปเดินในงานขายสินค้าที่เลฟซิก เขารู้สึกว่า
"
เสียงของเด็กสี่คนนี้ไพเราะจับใจเหมือนนกไนติงเกล" จึงเชิญพวกเขาไปร้องเพลงถวายกษัตริย์และพระราชินี
ณ โบสถ์ในพระราชวังแซกซอน ที่ปราสาทเพลลิสเซนบวร์กในงานฉลองคริสตมาส คืนวันที่ 24 ธันวาคม 1832
หลังจากนั้นไม่นานเพลงนี้ก็ดังก้องโลก และเป็นที่ยอมรับกันว่าไพเราะที่สุดในบรรดาเพลงคริสตมาส



ข้อมูล: หนังสือ "เบื้องหลังเพลง สร้างชีวิต"