ตำนานเพลง
พื้นบ้านยุคใหม่
ที่มีมายาวนานกว่า 16 ปี
เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ
(ตอนที่ 4)เกียรติคุณที่ได้รับ
จากการประกวด แข่งขัน จากหน่วยงาน สื่อมวลชน
เข้าสู่ตอนที่ 4 ของการบอกเล่าเรื่องราวในวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ที่ผมและเด็ก ๆ จำนวน 25-29 คน ทำหน้าที่สืบสานตำนานเพลงโบราณจนกลายมาเป็นตำนานเพลงยุคใหม่ที่ต่อเนื่องมานานผ่านมาหลายปีจนย่างเข้าสู่ปีที่ 17 แล้ว ในวันนี้มีหลายคนเจอหน้าผมแล้วแกล้งถามว่า ปีนี้ทำไมไม่พาเด็ก ๆ ไปแข่งขันที่โน่น ที่นี่บ้างละ ปีนี้ปิดตัวเงียบเลยนะ เป็นเพราะเหตุใด (เขาอยากที่จะรู้ไปทำไม) จึงมีคำถามฝากส่งมากับลูกศิษย์ของผม ในความเป็นจริง ผมอยากที่จะพาเด็ก ๆ รุ่นหลังไปแสดงความสามารถในทุก ๆ สถานที่ที่ให้โอกาส แต่เด็ก ๆ นักแสดงรุ่นโตแกมีความคิด มีจิตสำนึกที่ลึกซึ้งกว่าที่เราจะบังคับได้ คงจะต้องวางตัวเฉยไปตลอด ก็เพราะคำว่า “อาจารย์ค่ะ เรายังมีเวทีให้แสดงความสามารถอีกหลายสถานที่ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปให้คนชั้นต่ำ เขามาหยามหมิ่นพวกเราอีก”
ในความเป็นจริงมีผู้ที่ให้ความสนใจหรือพูดถากถางมาหลายราย ท่านเหล่านั้นคงอยากที่จะสมน้ำหน้าคนแก่ ๆ อย่างผมบ้างที่พาเด็ก ๆ ไปแข่งขันแล้วไม่สมหวัง (ท่านคิดถูกแล้วครับ) เมื่อผมจำต้องปิดฉากบนเวทีการแข่งขัน เพราะเด็ก ๆ เขาไม่ยอมไปกัน แต่เรามีเวทีการแสดงที่เปิดกว้างรองรับความสามารถของนักแสดงวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ อีกเป็นร้อยเป็นพันเวทีรวมทั้งได้พบกับผู้ชมที่แสนดีในหลาย ๆ สถานที่ นี่ก็เพิ่งจะกลับจากการด้นสด ผมกับ ยุ้ย-รัตนา ผัดแสน กลับกันมาในตอนจวนจะครึ่งคืนของวันที่ 9 ธันวาคม 2550 มาถึงบ้านก็สว่างพอดี พี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับดีมาก รู้สึกอบอุ่นในความมีน้ำใจอักโขเชียว ครับ
ในเรื่องของการเป็นแชมป์ การได้รับโล่รางวัลเกียรติบัตร เงินรางวัล ถ้วยรางวัล ใบประกาศ การได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนภาคกลาง เป็นตัวแทนไปแสดงในระดับประเทศ นานาชาติ ได้ไปและได้รับมาทั้งหมดมากแล้ว ถ้ามีคำถามว่า “ไม่อยากได้รับเพิ่มอีกหรือ” ก็ตอบไปตามจริงว่า “ก็อยากที่จะได้รับ” แต่ต้องเลือกสถานที่ โอกาส เวลาความเหมาะสม หากพาเด็กไปเพื่อรองรับอารมณ์ของกลุ่มคนบางกลุ่ม คงต้องโบกมือลา แต่ถ้าต้องไปเพื่อประโยชน์ของความก้าวหน้า เพื่ออนาคตของนักแสดงในวง ผมยินดีที่จะบากหน้าไปในทุกหนทุกแห่ง ครับ มันอาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ตรงประเด็นตามที่ได้รับคำถามมานักก็เป็นได้ เพราะผู้ที่ถามคงอยากจะทราบอาการของผมและเด็ก ๆ ในวงมากกว่า (อยากหยุดหัวเราะ เพราะขำตัวเอง)
รางวัลทุกชิ้น ทุกครั้งที่ได้รับ เป็นกำลังใจให้ผมและเด็ก ๆ มีความมุมานะ พยายามที่จะพัฒนายิ่งขึ้นต่อไป การพัฒนาที่จะไปสู่ระดับมืออาชีพได้ จะต้องพัฒนาไปตามกระแสของผู้ชมที่ต้องการชมการแสดงของเราตามที่เขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ เช่น งานแสดงในอีก 3 ครั้งข้างหน้านี้ ผมจะต้องจัดชุดการแสดงไปตามความประสงค์ของงาน คือ
วันที่ 17 ธันวาคม 2550 เสนอเรื่อง “เกษตรก้าวหน้ารวมใจต้านภัยโลกร้อน" ธ.กรุงเทพฯ
วันที่ 28 ธันวาคม 2550 เสนอเรื่อง“สิบปีโรงพยาบาลพรชัยให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วย”
วันที่ 30 ธันวาคม 2550 เสนอเรื่อง “ฝากบุญไว้กับศาลาการเปรียญ” ที่วัดหนองสังข์ทอง
ส่วนในปีหน้าตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2551 มีงานแสดงรออยู่แล้ว 3-4งาน ทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรีและต่างจังหวัด ครับ ดังนั้นคำตอบที่อยากตอบคำถามจากผู้ที่แอบสงสัยมาก็คือ ผมไม่ค่อยเวลาว่างพอที่จะไปใน ณ ที่นั้น เพราะจะต้องเตรียมผลงานไปนำเสนอแก่ผู้ชม ณ เวทีการแสดงต่าง ๆ อีกหลายสถานที่ โดยเกือบทุกสถานที่เราด้นกลอนสด ครับ ไม่ได้เล่นเพลงแบบท่องจำเนื้อไปร้อง และครูเพลงอย่างผมทำหน้าที่แสดงบนเวทีกับเด็ก ๆ ด้วย
ผมได้รวบรวมเกียรติคุณ รางวัล การได้รับยกย่องจากหน่วยงาน จากสื่อสารมวลชนจำนวน 155 รายการ ของวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ นำเอามาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เป็นความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่พยายามถามผมมาตลอดว่า ทำไมไม่พาเด็กๆ ไปแข่งขันก็เพราะมันมีสาเหตุดังนี้ ครับ
(ติดตามตอนที่ 5 คุณค่าแห่งการได้รับยกย่อง)
ชำเลือง มณีวงษ์
รางวัลชนะเลิศประกวดเพลงอีแซวของจังหวัดสุพรรณบุรี ปี พ.ศ.2525.
ผู้มีผลงานดีเด่น รางวัลราชมงคลสรรเสริญ พุ่มพนมมาลา ปี พ.ศ.2547.
โล่รางวัลความดีคู่แผ่นดิน จากรายการโทรทัศน์ ช่อง 5 ปี พ.ศ.2549.