การไปวัดแบบคนเชียงใหม่ดั้งเดิมก็เป็นไปเหมือนครั้งที่ฉันยังเป็นเด็กค่ะ...และวัดของคนบ้านนอกแบบฉันก็ยังเป็น "สิ่งที่มากกว่าสถานที่ปฏิบัติศาสนา"

P1000261

วันนี้เป็นวันพระแรม 15 ค่ำ เดือน 12

ตั้งใจไปวัดกับแม่เหมือนทุกครั้ง....นับเกือบปีมานี้ ถึงวันพระ ฉันจะกลับไปนอนที่บ้านเพื่อทำหน้าที่เตรียมอาหาร ดอกไม้ ธูปเทียนไปวัด...ที่ผ่านมาฉันเพียงแต่เตรียม ไปส่งแม่ ตักบาตรแล้วก็กลับก่อนแม่เพื่อจะเตรียมตัวมาทำงาน

วันพระสองครั้งแล้วที่ตรงกับวันอาทิตย์..แม่บอกว่าถ้าไม่รีบก็อยู่รอรับศีลรับพรซิ...ฉันก็เลยได้ "เข้าวัดเข้าวา"  ดีเหมือนกัน

ไปวัดแบบคนเชียงใหม่ ไม่รู้ต่างจากชาวพุทธอื่นๆไหมนะคะ

ก่อนอื่นของที่เตรียมนอกจากอาหาร ดอกไม้ ธูปเทียนแล้ว จะต้องมีน้ำสำหรับ "หยาดน้ำ" (กรวดน้ำ) ด้วย

ที่วัด เราจะไหว้ศาลเจ้าพ่อ พระพุทธรูป ต้นศรีมหาโพธิ์ แล้วจึงขึ้น "วิหาร"

ในวิหารที่เห็นในรูป ..จะมีพานสำหรับวางดอกไม้ธูปเทียน เรียกว่า "ขันพระพุทธ" แล้วจะมี "ขันแก้วทั้งสาม" สำหรับวางดอกไม้ ธูปเทียน

ส่วนอาหารที่เตรียมมาก็จะแยกบาตรข้าว และถาดใส่กับข้าวคาวหวาน

ไม่มีเรี่ยไรเงิน แต่มีหีบบำรุงน้ำไฟและการศึกษาพระเณรตั้งไว้ ก็ใส่เงินกันตามกำลังศรัทธา

พอถึงเวลาที่ทุกคนพร้อมแล้ว....ฉันเน้นคำว่าพร้อมแล้วไม่ใช่ถึงเวลาตามนาฬิกาแล้ว เพราะฉันเพิ่งรู้ว่าชาวบ้านยังรอกันจนเห็นว่ามาครบแล้ว...อาจารย์วัด จึงจะเริ่มนำสวดมนต์ทำวัตร แผ่เมตตา น้ำที่เตรียมมาก็จะ "หยาด" กันตอนนี้ช่วงหนึ่ง

จากนั้นพระและเณรก็จะ "ขึ้นวิหาร" มีการกราบพระ ประเคนข้าวปลาอาหาร ขันดอก จากนั้นก็ขอสมาทานศีล พระท่านก็จะให้ศีล แสดงพระธรรมเทศนา ให้พร ตอนนี้ก็หยาดน้ำอีกรอบ  มีการอุทิศส่วนกุศล กราบลาพระ แล้วสิ้นสุดที่ขอขมาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

หมดพิธี  พระท่านก็จะมีประกาศเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบุญ เช่นวันนี้ก็ประกาศเรื่องการไปร่วมงานเททองพระพุทธรูปของวัดอีกแห่งหนึ่ง หากใครจะไปร่วมก็ให้มาขึ้นรถพร้อมกันที่วัดแล้วก็นัดหมายเวลา

เมื่อเรียบร้อยแล้วก็กลับได้ แต่ส่วนมากคนไปวัดก็จะทักทายกัน บางคนเตรียมอาหารมาเผื่อกันก็เอาให้กันตอนนี้ วันนี้มีคนเอา "ข้าวหนุกงา" (ข้าวเหนียวตำกับงาใส่เกลือนิดหน่อย) มาแจก...ฉันเลยถึงบางอ้อ เพราะว่าแม่มักจะเก็บขนมไว้ไม่ใส่บาตรทั้งหมด ...เอามาแลกแจกกันอย่างนี้เอง

ออกจากวัดก็นำน้ำที่หยาดนั้นไปเทให้ต้นไม้นอกวัด เพราะเชื่อว่าเวลาเราหยาดน้ำ เราอุทิศให้ทั้งผู้ที่เรานึกถึงไปจนถึงสิ่งที่เรามองไม่เห็น เพราะวัดมีเขตที่ "สิ่งที่มองไม่เห็น" อาจจะไม่มีบารมีพอที่จะเข้าวัดได้ การเอาน้ำมาเทต้นไม้นอกวัดก็เลยเป็นการเผื่อแผ่ให้ไปด้วย

การไปวัดแบบคนเชียงใหม่ดั้งเดิมก็เป็นไปเหมือนครั้งที่ฉันเป็นเด็กค่ะ...และวัดของคนบ้านนอกแบบฉันก็ยังเป็น "สิ่งที่มากกว่าสถานที่ปฏิบัติศาสนา" อย่างนี้แหล่ะค่ะ

วันนี้วันพระและฉันก็ได้ไปทำบุญ อธิษฐานเผื่อแผ่ให้ทุกๆคนและ "สิ่งที่มองไม่เห็น" ได้รับผลบุญด้วย...ถ้าท่านใดได้แวะมาอ่าน ก็ขอให้ได้รับผลแห่งบุญที่เต็มใจมอบด้วยนะคะ...

ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งความสุขของคุณๆ ค่ะ