ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมาปรากฎว่าน้ำในลำธารเหนือบ้านผม ข้างบ้านผมไม่เคยแห้งเลย แม้เดือนเมษา ยังมีน้ำไหลผ่านสวนผมลงไปที่หมู่บ้านข้างล่างอยู่ตลอดเวลา

       เมื่อปี 2547 ผมมีโอกาสพาผู้นำชุมชน แกนนำชาวบ้านตำบลแม่นาเติง อำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 40 คนเดินทางไปศึกษาดูงานเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระยุคลบาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราที่โครงการพระราชดำริห้วยฮ่องใคร้ ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ในการเดินทางไปในครั้งนี้ผมได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกคือพลิกฟื้นผืนป่าอันแห้งแล้งกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งภายใต้แนวพระราชดำริของในหลวงของเรา "การทำฝายแม้ว" เพื่อชลอน้ำ เพื่อกระจายน้ำ เพื่อเพิ่มความชื้นในดินและอากาศผมเห็นป่าที่เริ่มพลิกฟื้นตัว "ปลูกป่าสามอย่าง ได้ประโยชน์สี่อย่าง" การทำฝายชลอน้ำ "ฝายแม้ว"

ปี 2545 ลำธารข้างบ้านผมแทบจะเรียกว่าแห้งขอดในเดือนกุมภา-เมษาแย่งน้ำกันเพื่อเอาเข้าสวนกระเทียม สวนลิ้นจี่ ที่บ้านผมต้องอาศัยน้ำจากลำธารเส้นนี้ผมไปทำฝายน้ำล้นไว้บนลำธารเหนือบ้านผมขึ้นไปพร้อมกับชาวบ้านข้างเคียงอีก 5 ครอบครัว เหนือบ้านผมขึ้นไปจึงมีฝายแม้วหรือฝายน้ำล้นอยู่ประมาณ 2แห่งที่คอยกักเก็บและกระจายน้ำ

ปี 2548 ผมและชาวบ้านร่วมกันทำฝายน้ำล้นเหนือหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 2 กม. 6 แห่ง <p>ปี 2550 ผมชวนชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆบ้าน 4-5 ครอบครัวและทหารจากค่ายโสณบัณฑิตย์จำนวน 12 นาย ไปทำฝายน้ำล้นอีก อยู่บริเวณที่เป็นแอ่งน้ำซับเหนือฝายชาวบ้านขึ้นไปซึ่งบริเวณนั้นสามารถกักเก็บน้ำได้มากพอสมควร</p><p align="center">ฝายตัวอย่าง”ฝายน้ำล้นบ้านสวนณัฐวลี”Dsc07270</p>และผมก็ได้มาทำฝายน้ำล้นเป็นฝายตัวอย่างไว้ในบริเวณลำธารที่ไหลผ่านบ้านผม ครับ  <p>ผลที่ตามมาตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมาปรากฎว่าน้ำในลำธารเหนือบ้านผมข้างบ้านผมไม่เคยแห้งเลย แม้เดือนเมษายังมีน้ำไหลผ่านสวนผมลงไปที่หมู่บ้านข้างล่างอยู่ตลอดเวลา</p><p>ปีนี้ เดือนธันวาคมแล้ว หลายปีที่ผ่านมาน้ำจะเริ่มแห้ง แต่ปีนี้น้ำที่บ้านผมยังมีใช้อย่างพอเพียง</p>นี่ความมหัศจรรย์ที่เกิดจากพระปรีชาของในหลวงของเราที่ทรงคิดและทำเพื่อลูกๆของพระองค์ครับ "ผมรักในหลวงครับ"  <p align="center"> </p>