เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างมากทำให้ประชากรหลุดพ้นจากชีวิตความยากไร้
ผมเคยอ่านการคาดการณ์ความเจริญของโลก  ในหนังสือ Megatrend Asia เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา  ก่อนเกิดวิกฤต เศรษฐกิจโลก ศึกษาโดยนาย John Naisbitt เขาทำนายไว้ว่า  มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ  จะไหลกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอาเซียน 
ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าในปี ค.ศ.2025 จีนจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก ตามด้วยสหรัฐฯ อินเดีย และเยอรมนี สหรัฐฯจัดตั้งทีมวิเคราะห์พบว่าน่าจะเป็นไปตามนั้น 
สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจึงร่วมมือกันสกัดกั้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนไว้ให้ได้ โดยใช้มาตรการระเบียบโลกใหม่เข้ามากดดันคือ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ การค้าเสรี 
จีนต่อสู้โดยไม่ยอมอ่อนข้อให้  ประกอบกับเงินสกุลหยวนของจีนยังไม่อยู่ในระบบการเงินสากล  สหรัฐฯ จึงต้องโจมตีเครือข่ายของจีนคือบรรดาประเทศที่ตั้งเวลาตรงกับจีน เช่น ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์และ อินโดนีเซีย  นี่คือความเป็นไปของโลกที่ผ่านมา  ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์อนาคต  แม้จะถูกสกัดกั้นทำลายทุกวิถีทาง 
ช่วงไม่กี่ปีมานี้จีนกลายเป็นผู้นำการพัฒนาแบบเนรมิตรประเทศ
ยุทธศาสตร์การต่อยอดความคิดจากสิ่งที่ดีๆทั่วโลก
จะเห็นว่าสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆในจีนแพร่ออกมาแต่ละอย่างทำให้คนฉงนทั้งโลก  ว่าเป็นไปได้อย่างไร  เช่นรถไฟความเร็วสูงของโลกที่จะมีเฉพาะประเทศมหาอำนาจเท่านั้นเช่น ชิงกันเซ็น ของญี่ป่น  TGV ของฝรั่งเศส  GE ของเยอรมัน จีนคิดแบบต่อยอด  ขบวนแรกซื้อมาจากเยอรมัน  พัฒนาต่อยอดร่วมกันลิขสิทธิ์ขบวนใหม่เป็นของจีนมีโรงงานสร้างพร้อม  แถมสามารถวิ่งสู่ธิเบต ที่เป็นดินแดนสูงสุดของโลก  ระยะทาง 1000 กม.อะไรจะคิดได้ปานนั้น
จีนประกาศเป็นประเทศที่สามในการผลิตเครื่องบินโดยสารของโลก  แข่งกับแอร์บัส  ของฝรั่งเศส  และ แอร์บัส ของแมคเดอนัล  ของอเมริกา
เมื่อไม่นานมานี้จีนส่งจรวดออกนอกโลก  คนมารู้เมื่อทำสำเร็จแล้ว  นอกจากนั้นยังมีอีกหลายสิ่งที่เกิดขึ้นไนจีน  น่าเหลือเชื่อ  ผมไปมาหลายประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา  ไปห้างไหนเจอแต่ของจีนเต็มห้างตั้งแต่ 50-80% ของในห้างทั้งหมด
หันมาดูก้าวต่อไปกับการพัฒนาภายในของจีน 
รัฐบาลจีนดำเนินยุทธศาสตร์ ก้าวออกไป

สำหรับภายในประเทศของจีน

ปรับปรุงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ทั้งการนำเข้าและการลงทุนในต่างประเทศ  โดยใช้ทุนจากต่างชาติ  รายได้ของประชากรเพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็วและทั่วถึง มีการปฎิรูปเงินเดือนข้าราชการ

รัฐช่วยเหลือคนมีรายได้ต่ำ เพิ่มรายได้ขั้นต่ำของแรงงานชนบทให้สูงขึ้น  ใช้นโยบายแบ่งปันรายได้และนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร ให้สิทธิพิเศษแก่เกษตรกร  ทำให้คนในเมืองและชนบทมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

งดเก็บค่าเล่าเรียนภาคบังคับทั่วประเทศในชนบท ทำให้  150  ล้านคน ลดภาระทางเศรษฐกิจ

สร้างระบบประกันชีวิต  ของคนขั้นต่ำในชนบททั่วประเทศจีน  โดยจัดสรรทุน 201,900 ล้านหยวน เพื่อเสริมสร้างระบบประกันสังคม

ให้เงินช่วยเหลือ 10,100 ล้านหยวนเพื่อรักษาพยาบาลคนในชนบทแบบใหม่ โดยได้ขยายขอบเขตพื้นที่ออกไปถึง 80% ทั่วทั้งประเทศ

 

ตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมาเศรษฐกิจจีนพัฒนาอย่างรวดเร็ว GDP โตประมาณ 10%  ต่อปี ใน 5 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของจีนมีอัตราขยายตัว 13%  ต่อปี

ปี 2005 เศรษฐกิจของจีนโตกว่าอังกฤษมาอยู่ในอันดับ 4 ของโลก รองลงมาจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและ เยอรมัน ได้เปรียบดุลการค้า 136,817 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตกว่าระยะเดียวกัน 81%

จีนกลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ดึงทุนต่างชาติมากที่สุด เงินตราต่างประเทศสำรองของจีนมีถึง 1,330,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่ากังวลว่าจะเป็นอันตรายกับไทยสำหรับจีน  ไทยมีแต่ได้แม้จะสายไปสำหรับความร่วมมือ  จีนก็ยังคอยไทยผู้ไร้ทิศทางเสมอ