เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เพื่อนคนหนึ่งขอมา ยายกาแฟเลยจัดให้เป็นพิเศษ เผื่อจะแวะเวียนมาเก็บไปใช้ ยามคับขัน ..(ให้มาเปิดอ่าน ตอนเครียด ๆ หรือ หมดมุข)
การท่องเที่ยว แบบ เที่ยวป่า camping เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมโปรด ช่วงชีวิตนี้ไปเที่ยวมาก็หลายทริปแล้วค่ะ ..แต่มีไม่กี่ทริป ที่มีเรื่องให้กล่าวขานกัน ..ว่าแล้วก็มีเรื่องเล่า บรรยากาศ camping ริมกองฟืนที่สุมไฟอยู่ เหตุเกิดเมื่อหลายปีก่อน ...ที่ดอยอ่างขาง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่ง ของจังหวัดเชียงใหม่ ผู้เขียนขึ้นไป camping กัน มีเพื่อน ๆ ร่วมก๊วน ไปอีก 5คน รวมเป็น 6 คน เป็นชายซะ 4 เป็นหญิง 2 เป็นอีก ทริปหนึ่ง ที่สนุกสนาน ..ค่ะ
ดอยอ่างขาง มีทางเข้าอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ - ฝาง) จากเชียงใหม่ ทางแยกอยู่บนกิโลเมตรที่ 137 แยกเข้าทางซ้ายมือที่ตลาดแม่ข่า ตรงไปบ้านยาง ลึกเข้าไปอีก 25 กม. ทั้งสูงและคดเคี้ยว ใครที่ไม่ชินทาง รถกำลังไม่ดี เห็นหม้อน้ำเดือดปุด ๆ จอดทิ้ง เป็นแถว รถที่จะใช้นำขึ้นจึงควรอยู่ในสภาพดี และคนขับชำนาญนิดหนึ่งก็ใช้ได้ (ใครไม่ชำนาญ ไปหาเช่าเหมารถ เอาดาบหน้าจะปลอดภัยกว่าค่ะ) สถานที่ที่น่าสนใจบนดอยอ่างขางคือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ,สวนบอนไซ ,บ้านคุ้ม จุดชมวิวกิ่วลม บ้านนอแล บ้านขอบด้ง
ที่นี่เป็นที่ขึ้นชิ่อเรื่องความหนาวเย็น และหนาวตลอดทั้งปีด้วยแต่จะหนาวเป็นพิเศษ ในช่วงธันวา -มกรา ของทุกปี หนาวไม่หนาว มีเหมยขาบทุกปี เหมยขาบหรือบางที่อาจเรียกว่าแม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็ง ซึ่งจะพบได้ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาลงมา ทุกปีอากาศเย็น ๆ เย็นทั้งกลางวันและกลางคืนชนิดที่เนื้อหนังไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยทีเดียว สวมเสื้อกันหนาวกันทั้งวันทั้งคืน ต้องอาบน้ำตอนเที่ยงวันและช่วงที่ตัดใจราดน้ำลงตัวก็จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนของผู้อาบน้ำประหนึ่งว่ากำลังถูกสังหารโหด ปานนั้น ก็อุณหภูมิน้ำ เย็นจัดยังกับเอาน้ำในตู้เย็นมาอาบ ผิวเนื้ออุ่น ๆ เจอน้ำเย็นเฉียบเล่นเอาแต่ละคนอาบน้ำเสร็จพากันทำตัวแดง ๆ แดงได้ซักครู่ก็พาลจะเขียว คนที่อาบน้ำได้กลายเป็นผู้กล้าหาญ
ช่วงฤดูท่องเที่ยวห้องพักในหมู่บ้านก็พาลเต็ม ขาลุยอย่างพวกเรามีหรือจะหวั่นว่าแล้วก็ออกหาซื้อเสบียง ข้าวของและอุปกรณ์สำหรับแคมป์เราก็พกพาไปครบครัน ในหมู่บ้านเต็มไปนักท่องเที่ยวทุกหย่อมหญ้า เราเลยไปหาจับจองที่ใกล้ ๆ ป่าละเมาะ ห่างไกลหมู่บ้านเล็กน้อย แต่ก็ยังได้ยินเสียงเฮฮาของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่ไกลออกไปในหมู่บ้านอยู่ จากมุมที่พวกเรากางเต็นท์นอนจะเป็นที่สูงมองลงไปก็พอเห็นหมู่บ้าน ใกล้ถนนแต่มีรถผ่านแล้วเพราะเลยเราออกไปรู้สึกว่าจะไปชายแดน พม่า พากันไปกางเต็นท์นอน ข้างกองไฟ ..แหม ๆเอาซะหน่อย ...นาน ๆ เจอทีบรรยากาศแบบนี้ จำไม่ได้ว่าสนุกตรงไหน ..

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่บรรยากาศหนาวเย็น ..เย็นมาก ๆ ชนิดที่ว่านั่งหันผิงไฟกันอยู่เนี่ย .. ก็เย็นหลัง ..หันหลังให้กองไฟ ก็อุ่นหลัง แล้วเย็นด้านหน้า.. จะให้อุ่นทั่ว เราคงต้องทำตัวเหมือนไก่หมุน ..หมุนตัวเองให้เจอไออุ่น จากไฟ ให้ทั่ว .. (เช้ามา ปาดเนื้อ จิ้มน้ำปลาทานได้เลย คิคิคิ)
อากาศเย็นจัดอย่างนี้พวกเราหลายก็เพิ่มความอ้วนกันเฉย ด้วยการงัดเสื้อผ้าเกือบทุกตัวที่มีอยู่ ออกมาสวม กางเกงยังใส่กัน 3 – 4 ชั้น อย่าว่าแต่เสื้อเลย ชนิดว่าเวลายืนตัวตรงนี่หุบแขนหุบขาแทบไม่ลง ดูตัวอ้วนตุ๊บเป็นเอสกิโมเลยทีเดียว ถึงกระนั้นความหนาวเย็นยังชำแรกแทรกซึมเข้าไปได้เลยค่ะคืนที่หนาวเย็นหลาย ๆ คนเริ่มทำใจไม่ลง ที่จะไปนอนหนาวในเต็นท์ เพราะสู้นั่งข้างกองไฟอุ่น ไม่ได้ จิบกาแฟกันไป ก็คุยกันไป ควันจากปากและจากถ้วยกาแฟก็โขมงโฉงเฉงล่ะ
ชะรอยกาแฟปริมาณสูงที่นั่งจิบแทนน้ำมาแต่หัวค่ำจะ ออกฤทธิ์(ขับปัสสาวะ) กระเพาะปัสสาวะก็เริ่มส่งสัญญาณ ว่าควรปลดปล่อย จึงชวนเพื่อน หญิงซึ่งมีเรากันแค่ สองคน ไปเข้าห้องน้ำกัน ..ห้องน้ำธรรมชาติแหล่ะค่ะ ไกลหมู่บ้านขนาดนี้จะไปเอาห้องน้ำหรู ๆ มาจากไหน ถ้าเป็นชายหนุ่มก็สบายไป ไม่ต้องไปไกล แต่สาว ๆ ใครเหนียมมากหน่อย ก็เดินไกลหน่อย โชคยังดีที่คืนนี้ไม่ได้เป็นคืนเดือนมืด เดินพ้น เต็นท์ออกมานิดหน่อย เพื่อนก็ออกเดินกึ่งวิ่งไปที่ป่าละเมาะ ผู้เขียนก็ถามงง ๆ ว่าจะรีบไปไหน เพื่อนบอกเสียงร้อนรน
“Ku รอมานาน อั้นไว้เป็น ชั่วโมงละ ไม่มีใครชวน ซะที จะทนไม่ไหวแล้ว” น่าน เพื่อนชั้น แล้วก็ไม่บอก (แมวที่ไหน มันจะรู้นิ)
เพื่อนขนาดว่าปวดปานนั้น เธอก็ยังไม่หายเหนียม เดินอยู่นั่น ยายกาแฟเองก็ด้วยความห่วง ไม่อยากให้ไปไกล ก็ถามว่า
"จะไปทำไมไกลนัก แถวนี้ก็พอแล้ว"
“ไม่เอา ขออีกนิดนึง“ เอ้า ไกลขนาดนี้ ก็เอาเหอะก็ตามเพื่อนไป
"เฮ้ย ยังไกลไม่พออีกหรอ นี่ไกลจนไม่เห็นพวกเราแล้วนะ"
“แกก็อย่าตามมาซี้ แกยิ่งตาม ชั้นก็ยิ่งต้องไปไกลอีก อย่าเข้าม้า “
เอ้า ความผิดชั้นอีก ผู้เขียนเลยหยุดตาม และจัดการธุระของตัวเอง เสร็จก็ออกมายืนรอเพื่อน หนาวก็หนาว และอยากไปผิงไฟจะแย่แล้ว แต่เพื่อนยังไม่ออกมา นึกเป็นห่วงเลยตะโกนถาม
“เสร็จ ยั้ง “ เสียงเพื่อน แว่ว ๆ อู้อี้ ๆ มา
“จวนแล้ว เดี๋ยว “ แต่เดี๋ยว ของเพื่อนนี่ไม่เดี๋ยวละค่ะ นึกห่วง ๆ เลยตามเข้าไปดู เพื่อนร้องเสียงหลง
“เฮ้ย อย่าพึ่ง เดี๋ยว ku เสร็จแล้วออกไปเอง” อะไร ของมันนะ มันจะนานอะไรกันนักหนา สักครู่เพื่อนรักก็เดินหนีบ ๆ ออกมา ทำหน้าเจื่อน ๆ เลยพึ่งเห็น ตะกี๊เพื่อนเรามันอ้วนกว่านี้นี่หว่า อ้วนกว่าเรามากด้วย เพราะ ก็เลยถาม
"เฮ้ย ออกมาฉี่แค่นี้ ผอมลงขนาดนี้เลยหรอ"
เพื่อนบอก อ้อม ๆ แอ้ม ๆ “กุงเกงนะหรอ อ๋อ ๆ ชั้นก็ไม่เอาแระ เอาฝากเจ้าที่ไว้หมดแระ” อ้าว
“อื่อ ชั้น ปวดมากไปหน่อย มันถอดไม่ทัน”
“แล้วทำไม ...”
“ku ถอดไปแล้วตั้งสามชั้น รีบไปหน่อย ลืมไปว่ายังมีเหลืออีก เลยปล่อยไปเต็ม ๆ เลย”
“แล้วไปไหนแล้วล่ะ ...”
“ku ก็เอาฝากเจ้าที่ไว้หมดแล้ว ไม่เอาคืนแระ”
.....แป่วววว......แล้วเราสองคน ก็มองหน้ากันแล้วก็ ฮา กลิ้ง...........
ทะแลม ทะแลม ทะแลม

เพื่อนชั้น ทำไปได้ ก่อนกลับไปที่เต็นท์ ถามไถ่ได้ความว่า เพื่อนปวดมาก 2 ชั้นแรกถอดง่ายเพราะเป็นกางเองอุ่นแต่เจ้ากรรมไปถอดยากชั้นสามเพราะเป็นยีนส์กระดุมแน่นเปรี๊ยะ ก็นานจนเกือบไม่ไหว อารามดีใจปลดกระดุมยีนส์ได้ ก็ปล่อยพรวด เมื่อรู้สึกตัวก็พบว่า เหลือกางเกงอีก 2 ชั้น ที่ชุ่มฉ่ำไปหมด ไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้แต่ถอดไว้ ครั้นจะเอากลับไป ก็กลัวเพื่อนจะรู้ไปทั้งบาง เลยทำลายหลักฐานซะ แต่ท้ายสุดเพื่อนทุกคนก็รู้ ยายกาแฟ ปล่าวปูดนะ เจ้าตัวร้อนตัวชิงสารภาพไปเอง
แล้วเรื่องเล่าขานขำขำ จากอ่างขางก็จบตรงที่ในกลุ่มก๊วนเที่ยว จะบอกว่า เออ ที่นั่นเจ้าที่แรง ต้องเซ่นด้วยกางเกง นั่น นึกทีไรก็ขำเพื่อน นึกภาพตอนหล่อนวิ่งเข้าป่าไปตัวอ้วนตุ๊บ เดินออกตัวผอม ๆ แล้วพูด ”อ๋อ ชั้นฝากเจ้าที่ไว้หมดแระ”

อ่านไปก็ฮาก๊ากๆๆๆๆๆเลย เอิ๊ก ๆๆๆ แหมเรื่องจะปัสสาวะ อุจจาระ ห้ามกันบ่ได้ เลย ฮ่าๆๆๆๆ ลืมแซวค่ะ ชอบบล๊อกจังสวยจริงๆ เพราะราณีเล็งไว้ แล้วแต่มีคนตัดหน้าซะแล้ว อิอิ ขอบคุณที่ทำให้หัวเราะ สุดยอดค่ะ
สวัสดีครับ
ว้า นึกว่าจะมีผี
โดนผีกาแฟหลอกซะแล้วเนี่ย อิๆๆๆ
</ul>
</ul>
</ul>
</ul>
</ul>
</ul>
อ่านมาหลายเรื่องแล้ว..ต่ะล่ะเรื่อง..ขำกลิ้งทั้งน้านเลย นี่ถ้าทำงานที่เดียวกัน..ฉงฉัย..หัวเราะกันทั้งวันไม่ต้องทำงานกันล่ะ
แหมน่าอิจฉาพี่หมอจังแฮะ ได้ไปเที่ยวไกลๆด้วย
ส่วนผมเที่ยวแถวๆนี้ครับ ลองแพแม่น้ำปาย มันดีไปอีกแบบ
เป็นบทเรียนเลยนะเนี่ย ถ้าได้ไปมั่ง จะไม่สวมกางเกงสามชั้นแน่นอน กลัวเจ้าที่
</ul>