<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บันทึก ( เสีย ) ลับจากดงหลวง 3 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 19:10 น. นาฬิกาที่แผงหน้าปัดภายในรถยนต์แจ้งตัวเลขบอกเวลา .....มืดสนิท .....ก่อนหน้านี้สหายโน้ตได้สอบถามเส้นทางได้เป็นที่แน่ชัดพอสมควรว่ามาตามเส้นทางนี้ ผมสบายใจมากขึ้น เราเดินทางอยู่บนทางลาดยางไม่กว้างนักมีหลุมร่องรอยการชำรุดของถนนบ้างเล็กน้อย การเดินทางในเขตอีสานปัจจุบันนี้ไม่ลำบากอย่างที่ในอดีต แม้การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานของรัฐบาลไทยจะพบอุปสรรคในเรื่องคุณภาพของงานจากเหล่าบรรดาเหลือบริ้นในวงการเมืองที่ร่วมมือกับข้าราชการขี้ฉ้อจำนวนหนึ่ง แต่หากมองในด้านจำนวผลงานก็ยังนับได้ว่ามีการเจริญรุดหน้าไปได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> <div style="text-align: center">
</div></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> “ทางแยกผ่านเมื่อกี้นี้มีป้ายบอกไปอ่างห้วยไผ่นะ” สหายโน้ตพูดขึ้น ผมหยุดรถถอยหลังกลับไปดูทันที เป็นป้ายบอกไปอ่างห้วยไผ่จริง ๆ แถวนี้ก็น่าจะมีอ่างห้วยไผ่อ่างเดียวกันนี่มั้ง ป้ายแจ้งระยะทาง 6 กิโลเมตรกว่า ๆ อืม...ใกล้เคียงกับตัวเลข 4 กม. ของข้อมูลที่ได้รับการเอื้อเฟื้อจากพี่บางทรายที่ส่งขึ้นทางเครือข่ายสื่อสาร ผมคิดในใจ หรือว่าพี่บางทรายจะบอกตัวเลขไม่ตรง ??!</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ไม่รู้ว่าผมกับเพื่อนตัดสินใจโดยข้อมูลแบบไหนกัน แต่ป้ายที่ติดตั้งไว้โดยหน่วยงานของทางราชการคงไม่หลอกเราเป็นแน่ ทั้งที่เอะใจว่าหากเป็นทางแยกเข้าพื้นที่เป้าหมายจริง ๆ ทำไมไม่มีสัญลักษณ์หรือป้ายแสดงข้อความใด ๆ ที่จะบอกให้รู้ว่า เราใกล้ถึงที่หมาย แต่ที่เรารู้สึกตรงกันคือระยะทางลูกรังอีก 6 กม.กว่า ๆ กับร่างกายที่เรียกร้องอาหารในขณะนี้ ไม่ว่าจะทางไหน ยังไงก็ต้องถึงพื้นที่เป้าหมายให้เร็วจะดีกว่าการลังเลใด ๆ </p><p> 19: 35 น. ผมกับสหายโน้ตอยู่บนรถยนต์ที่คล้ายคืบคลานไปได้บนถนนลูกรังมีหลุมบ่อและบางช่วงเป็นร่องลึกที่เกิดจากการไหลผ่านของน้ำท่ามกลางพื้นที่ราบสูง สภาพโดยรอบที่แสงไฟหน้ารถสาดไปถึงได้บอกให้รู้ว่า ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมประเภทพืชไร่ อาจเป็นไร่อ้อย หรือมันสำปะหลัง คงกินพื้นที่บริเวณนี้กว้างขวาง เพราะไม่เห็นหมู่บ้านและพื้นที่ที่เป็นป่าไม้ นี่กระมังสาเหตุที่โครงการของพี่บางทรายต้องเข้ามาฟื้นฟูสภาพเสื่อมโทรมของที่นี่ ในครั้งแรกที่ได้ทราบรายละเอียดภาระกิจโครงการของพี่บางทรายผมเองยังมีคำถามสำคัญในใจคิดจะมาสอบถามด้วยตนเองว่าที่ดงหลวงมีการเสื่อมโทรมจนต้องมีโครงการฟื้นฟูที่หลากหลายถึงเพียงนี้หรือ แต่เพียงเห็นสภาพโดยรอบแค่แสงไฟหน้ารถผมก็พอจะประติดประต่อความเป็นไปทั้งหลายได้แล้วว่าการบุกรุกของระบบเกษตรเชิงเดี่ยวและการตลาดเสรีนิยมที่ผสมกับนโยบายการพัฒนาของรัฐบาลแบบมุ่งเน้นที่การเจริญเติบโตทางการผลิต เป้าหมายตัวเลขมวลรวมนี่เองที่ทำให้สภาพป่าดงหลวงแห่งเทือกเขาภูพานต้องมีอันเป็นไปถึงเพียงนี้ เราคงจะขุดค้นแผ่นดินค้นหาสิ่งที่ตอบสนองความสะดวกสบายและขายได้อย่างไม่สิ้นสุด เหมือนอย่างไม่กี่วันที่ผมได้รับรู้การสำรวจค้นหาแหล่งน้ำมันในประเทศไทยโดย ปตท.บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทยที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นคนรวยและเอากำไรไปสร้างอาณาจักรความร่ำรวยให้แก่โคตรตระกูล และทิ้งภาระการจ่ายเงินค่าพลังงานให้คนไทยทั้งประเทศ </p><p> เวลาใกล้สองทุ่มเข้าไปทุกที เราสองคนหิวใจสั่น ผสมกับความหวาดหวั่นอาจถึงขั้นกลัวเพราะทั้งสองคนเงียบกริบไม่มีหัวข้อสนทนาใด ๆ ผมไม่เห็นกลุ่มแสงไฟที่จะพอบอกได้ว่าเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน ไม่เห็นความหวังที่ได้พบกลุ่มเพื่อน ๆ ที่นัดหมายไว้ สหายแจ๊คที่นาแกก็อาจจะไม่ได้พบกันแน่หากเขาตัดสินใจไม่ค้นหาอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ก็ท่ามกลางความมืดและเปลี่ยวร้างขนาดนี้.........</p>
บันทึก(เสีย)ลับจากดงหลวง 3
การพัฒนาแบบมุ่งชี้วัดตัวเลขผลผลิต
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
โอ๋-อโณ · 9 ธ.ค. 2550
มลฤดี โภคศิริ · 9 ธ.ค. 2550
อริสรา สาระ · 9 ธ.ค. 2550
อายะ · 9 ธ.ค. 2550
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์ · 9 ธ.ค. 2550
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ · 9 ธ.ค. 2550
Panda · 9 ธ.ค. 2550
คืนที่พี่เดินทางไปอ่างห้วยไผ่ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับน้องเดินทางมาถึง พี่ติดต่อพี่บางทรายได้ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะขาดหาย พี่บางทรายขับรถลงมารับที่เขาวงแล้วพี่ขับรถตาม พี่ยังคิดตลอดทางว่าถ้าพี่บางทรายไม่ลงไปรับพี่จะมาถูกหรือเปล่า เพราะมีแต่ความมืดและเปลี่ยวร้างอย่างที่สุด ..
สบายดีนะค่ะ
สวัสดีครับ อ.หมูที่คิดถึง
ยังเล่าเรื่องดงหลวงไม่จบเลยครับ ตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวร่วมสมัยให้สมบูรณ์ เวลาผ่านไปเร็วนะครับ
ผมติดภาระกิจหลายอย่างเหมือนกันช่วงนี้ ดีใจที่ อ.หมูเข้ามาทักทายครับ
อ.หมูมาจากมุกดาหารหรือครับทำไมมาทางเขาวง
ใช่ครับในคืนเดินทางที่รอบตัวไม่คุ้นเคยขนาดนั้นบวกกับเรื่องเล่าในทางแปลกแยกของถิ่นนั้น ทำเอาผมกลัวจับใจ แล้วดีใจมาก ๆ ที่ไปถึงกลุ่มพวกพี่ ๆ ได้ในคืนนั้น โฮ่,,,โล่งใจจริงๆ ครับ
ขอบคุณครับพี่ อาจารย์หมู
คืนนั้นพี่หลงทางขับไปเส้นกุสินารายไปเขาวง บรรยากาศมืดและเปลี่ยวม๊าก ๆ อดคิดไม่ได้ว่าเราผ่านเส้นทางนั้นได้อย่างไรนี่ ..
รอท่านพี่บางทรายกลับไปทำโครงการที่ดงหลวงอีกครั้ง แล้วเราไปเที่ยวดงหลวงใหม่นะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอ
แล้วจะมาอ่านอีกนะคะ..คิดถึงค่ะ
สวัสดีครับน้อง mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
สวัสดีครับน้องสุมิตรชัยครับ
ค่ะแวะมาอ่านค่ะ
สวัสดีครับ พี่ Naree
ลบให้แล้วครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับที่มาติดตามอ่านอีกที เป็นเกียรติอย่างสูง
ก็พยายามน่ะครับอยากจะบันทึกให้เห็นภาพและเชื่อมโยงจากประวัติศาสตร์ในมุมแห่งการต่อสู้ของผู้คนที่นั่นกับการณ์ปัจจุบัน
ไม่รู้จะออกมาแบบไหน แต่ก็ดีใจครับที่มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ มาให้กำลังใจ
สวัสดีครับครูอ้อย
สวัสดีครับพี่ สะมะนึกะ
ดีใจที่พี่ท้องสองเข้ามาทักทาย เกือบจะพร้อม ๆ กันน่ะครับ นั่งอยู่คนละห้องหรืออยู่ใกล้ ๆ กันครับเนี่ย
คุณครูครับ ผมคงไม่มีความสามารถขนาดนั้น หรอกครับ แหมชมซะผมเขิน
ที่จริงผมเขียนบันทึกประจำวันอยู่แล้วล่ะครับ ก็เลยแปลงข้อเขียนจากบันทึกของผมให้ดูมีเรื่องราวมากขึ้นน่ะครับ ขอบคุณมากเลยครับที่ครูอ้อยมาเยี่ยมและฝากคำชมไว้ ดีใจครับ
พี่ สะมะนึกะ ครับ ผมเข้าใจเลยว่าพี่อยู่บนรถคงสนุกมาก ๆ ครับ จนลืมสี่แยกไปเลย แต่เรื่องหลงเสียงนางนี่น่าคิดครับ หลายเสียงซะด้วย เสียงนึงล่ะป้าแดง ครูอ้อย แล้วยังมีใครอีกครับเนี่ย ทำพี่เราหลงได้จริง ๆ รึนี่
ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม คิดถึงพี่ทั้งสองครับ
สวัสดีครับ อ.ออต
ยังเป็นควันหลงครับ ที่จริงตั้งใจจะตีเหล็กตอนร้อน แต่ภาระกิจอื่น ๆ เยอะครับช่วงนี้ เรื่องราวเลยกลายเป็นควันหลงไป
แต่อีกด้านผมก็พยายามน่ะครับ ว่าจะให้เป็นเรื่องเล่ากึ่งประวัติศาสตร์ที่โยงกับเหตุการณ์ปัจจุบันประมาณนี้ ไม่รู้จะทำได้ขนาดไหน แต่อย่างน้อยก็บันทึกไว้อ่านเองน่ะครับ
ดีใจมากที่มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ เข้ามาอ่านดู ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับพี่บางทราย
ดีใจที่พี่เข้ามาเยี่ยมและให้ข้อมูลประกอบบันทึกไว้มากมายและทำให้บันทึกผมมีความชัดเจน อ้างถึงได้มากขึ้น ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ ในความเอื้อเฟื้อของพี่ครับ
ตามมุมของผมที่ได้สัมผัสเพียงผิวเผินคงตอบอธิบายเรื่องราวที่นั่นไม่ได้เป็นแน่ ต้องขออภัยด้วยหากข้อเขียนบางส่วนอาจไม่สมบูรณ์นะครับ แต่ผมพยายามไม่ให้บิดเบือนจากสิ่งที่พบเห็นน่ะครับ ส่วนเรื่อง ความคิดเห็นที่ใส่ลงไปก็จะพยายามไม่ให้เสียหายต่อบุคคลหรือสถานที่ครับ
คำว่า "เสียลับ" ก็ขอขอบคุณพี่อีกในวันก่อนกลับพี่อธิบายและยกตัวอย่างเหตุการณ์จากเรื่องเล่าได้เด่นชัดครับ แม้ผมจะพอรับรู้มาบ้างแล้วแต่ได้ฟังจากพี่แล้วมีความชัดเจนยิ่งกว่า ครั้งนี้ผมได้เรียนรู้จากพี่และสหายที่นั่นมากมายจริง ๆ มากกว่าทุกการเรียนรู้ที่ผมค้นหาเอง ที่นั่นพี่บางทรายจัดหาไว้ทั้งหมด
ขอบคุณอีกครั้งครับ
อ้อ ....คืนวันนั้นที่ผมรู้สึกกลัว ในขณะหลงทางอยู่นั้นก็ด้วยเรื่องราวที่ได้รับรู้มาในทางไม่เป็นมิตรกันระหว่างคนเมืองกับคนป่าและการแตกแยกทางความคิดนั่นล่ะครับ ในคำหวาดระแวง ก็เป็นความรู้สึกของผมที่มีต่อเรื่องราวที่ได้รับรู้ผ่านมาหลายผู้คน
แต่เมื่อได้สัมผัสกับผู้คนที่นั่นอยู่บ้าง ก็คิดว่าที่ไหน ๆ ก็คงคล้าย ๆ กัน ในชนบท น้ำใจไมตรี การคบหากันแบบไม่มีรูปแบบทางการ ก็คงมีอยู่
ประสบการณ์ที่ดงหลวงเยี่ยมยอดมากครับ
ครับผม ขอบคุณที่แวะมา ไม่มีความเห็นอื่น ๆ หรือครับ
สวัสดีครับป้าแดง
ขอบคุณครับ เรื่องเล่าอาจจะนานไปแล้ว แต่ก็จะพยายามไม่ให้เนื้อหาเก่าน่ะครับ
อยากจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ของสังคมเราทุกวันนี้
แน่ะครับ เลยเฉลยคอนเซปท์
สวัสดีครับสายลม
งานผมก็ยุ่ง ๆ เหมือนกันแต่ก็พักงานไว้ก่อนน่ะครับ คิดถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่นี่ก็เลยต้องปั่นบันทึกออกมาทักทายกันจนได้
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม ขอให้เสร็จภาระกิจด้วยความสมบูรณ์แบบนะครับ
อิอิ หลงทางเสียเวลา หลงป่าช้า เสียแรงแบก อิอิ