หลานไปอ่านหนังสือ
ถูกต้องเลยจีนเลียนแบบญี่ปุ่นในยุคก่อน แล้วต่อยอดเหมือนกันแม้แต่ไต้หวันก็เช่นกัน
หากเปิดประเทศมากขึ้นการปกครองอาจมีปัญหา เพราะต่างชาติแทรกแซงได้ง่าย แต่ลุงว่าคนจีนเริ่มมองเห็นหนึ่งประเทศสองระบบนั้นไปไกลกว่าประชาธิปไตยร้อยเปอเซ็นต์
เงินสกุลหยวนของจีน พี่พูดคือเมื่อสิบปีมาแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่อยู่ในระบบทั้งหมด สหรัฐฯเรียกร้องทุกวี่ทุกวันเพราะจะตายอยู่แล้ว แต่จีนก็ไม่ยอม
ลุงไปฟังธนาคารชาติสาขาภาคเหนือบรรยายบอกการค้าทางภาคเหนือไทย จีนใช้เงินสดส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าระบบ ช่วงลุงไปเขาบอกถึง 90% จีนรู้ว่าถ้าเข้าระบบร้อยเปอเซ็นต์ก็ถูกคนปั่นได้ ขณะนี้โลกใช้เงินอิงยูเอสดอลล่าร์และยูโรดอลล่าร์ กลุ่มมุสลิมยิ่งต่อต้านใหญ่ คงจำได้ผู้นำอิหร่านบอกจะไม่ซื้อขายของเป็นเงินสกุลยูเอสดอลล่าร์
การโจมตีค่าเงินขณะนั้นโจมตีทุกประเทศ อิงการค้ากับจีน แต่จีนไม่อยู่ในระบบและช่วยประเทศเอเชียด้วยการไม่ลดค่าเงิน เห็นด้วยกับหลานที่บอกจีนมีเงินออมมาก เพราะไม่เปิดประเทศให้ใครไปใช้
ลุงไม่เชื่อหนังสือตะวันตกมานานแล้ว ตัวอย่างลุงไปอิหร่านมาขอบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างหนังสือที่เขียนๆกันเลย มีโอกาสลุงจะเล่าในบันทึกอีกเรื่องหนึ่ง นักธุรกิจใหญ่คนหนึ่ง ไปตามหลังลุงบอกต้องลบข้อมูลทิ้งทั้งหมด เขามักเขียนสิ่งเท็จให้เราเชื่อเหมือนที่พูดใน UN สุดท้ายมาบอกว่าเรื่องอิรัคที่พูดใน UN ไม่ใช่เรื่องจริง แต่คนตายไปหลายหมื่นคนแล้วจะทำอย่างไร
กฏหมายห้ามย้ายถิ่นทำกินนั่นนิทานโบราณ จีนพยายามหนีออกจากมาตราฐานอเมริกาและยุโรป และต้องการให้เข้ามาตราฐานจีน
จีนมาถึงตรงนี้ได้ ไม่ใช่การค้าเสรี ถ้าเป็นอย่างนั้นคงพังไปนานแล้ว จีนใช้หนึ่งประเทศสองระบบ
ความร่วมมือกับจีนของภาคเอกชนนั้นไปไกลแล้ว ภาครัฐยังกลัวๆกล้าๆ ที่ว่ากลัวคืออเมริกาลูกพี่จะว่าและกีดกัน เอกชนนั้นมีซีพีเป็นตัวนำ
ลุงเอกไม่อยากให้กลัวจีน ลุงพานักศึกษาไปเข้าพบรองประธานประเทศอันดับหนึ่งของจีน เขาพูดว่าเขามีความสัมพันธ์กับไทยมาก ประการแรกเขาปลื้มสมเด็จพระเทพฯที่ไปไหนในเมืองจีนมากกว่าเขาที่เป็นรองประธานประเทศ คนที่สองที่เขาบอกกับลุงคือบิ๊กจิ๋ว ท่านบอกรักกันมากบอกพี่จิ๋วมาทีไรเราก็ดื่มเหล้าแข่งกัน สุดท้ายท่านรองประธานฯก็แพ้ทุกครั้งไป