กราบสวัสดีคุณลุงเอกครับ
ขอบพระคุณคุณลุงมากครับที่ได้กรุณาตอบคำถามและชี้แจงให้ผมเห็นอะไรๆได้มากขึ้นครับ
โดยส่วนตัวผมค่อนข้างกังวลกับคำว่าหนึ่งประเทศสองระบบครับคุณลุง ผมเข้าใจเอาเองว่า คำว่าหนึ่งประเทศสองระบบ นั้นหมายความถึงการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์แต่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี ที่ผมเข้าใจแบบนั้นก็เพราะตัวคอนเซปของ SEZ (Special Economic Zone) ผมไม่แน่ใจว่าที่ผมเข้าใจถูกหรือไม่อย่างไรครับคุณลุง แต่ที่ผมค่อนข้างกังวลก็คือว่า จะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนครับที่ SEZ นั้น จะขยายต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดๆหนึ่งแล้ว SEZ นั้นมีครอบคลุมทั่วประเทศจีน นั่นหมายความว่าโดยปริยาย จีนจะไม่มีคำว่าคอมมิวนิสต์ในแง่ของเศรษฐกิจอีกต่อไป
ผมขอออกตัวอีกนิดกับคำว่าการค้าเสรีครับ ที่ผมบอกว่าจีนมาถึงตรงนี้ได้เพราะคำว่าการค้าเสรีนั้น นิยามคำว่าการค้าเสรีของผม คือใครใคร่จะทำอะไรก็ทำ อยากค้าอะไรก็ค้า โดยที่มีตลาดเป็นตัวกำหนดราคา และกำหนดแรงจูงใจต่อคนในการผลิตและการค้าครับ
แต่การค้าเสรีในโลกไม่ได้มีอยู่จริงครับ เพราะว่าประเทศโลกตะวันตกนั้นก็ยังกีดกันการค้าอยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆก็กรณี ซีนุ้กของจีน ที่ต้องการซื้อเชฟรอน (ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ) แต่รัฐบาลอเมริกานั้นไม่ยอม เพราะถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงทางพลังงาน หรือว่ากรณีของบริษัทจัดการท่าเรือของประเทศซาอุ ต้องการมาซื้อท่าเรือที่นิวเจอซีไปบริหาร ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากว่าคองเกรส ก็กลัวเรื่องความปลอดภัยอีกเหมือนกัน
แต่ในความหมายของผม ผมคิดถึงคำว่าการค้าเสรีในแง่ของอุดมคติ แบบที่อดัม สมิธ คิดครับ นั่นก็คือ เหมือนที่จารไว้บนศิลาจารึกว่า สุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าช้างค้า ครับ
ขอบพระคุณมากครับคุณลุง
ต้น