น้องจันทรัตน์ครับ พี่บ้ายอ..

น้องบอก...เอาอีก...เอาอีก...  พี่ก็ขยับอีกสักหน่อย

การไปวัดวันพระ  การทำบุญตามประเพณีต่างๆ หรือพิธีกรรมต่างๆของสังคมไทยแบบเดิมๆนั้นน่ะ  คือต้นทุนทางสังคมไทย  และประเพณีก็คือกลไกทางสังคมที่เป็นตัวสร้างเสริม หนุนเสริมทุนทางสังคมไทยดีที่สุด ที่สุด ที่สุด

 

คนมองไม่เห็น  เห็นแค่พิธีกรรม  แล้วก็บอกว่างมงาย ล้าหลัง คร่ำครึ ไม่เห็นจะน่าไปเลย  ไปเดินห้างดีกว่าเจริญหูเจริญตากว่า....

นี่แหละสังคมไทยที่มองเห็นแค่รูปแบบ แต่ไม่เห็นสิ่งที่ได้ซึ่งเป็นนามธรรม ต้องใช้ตาปัญญามอง ถึงจะเห็น..

เราบอกว่าบ้านเรามีทุนทางสังคมเป็นรากเหง้าที่ดีมาก แต่ไม่รู้ว่าจะสร้างมันขึ้นมาอย่างไร ไปทำอะไรกันก็ไม่รู้  แค่ส่งเสริมให้คนทำตามประเพณีเดิม  แต่อย่าไปจัดงานแบบราชการนะ  นั่นมันเป็นการโชว์พิธีกรรมมากกว่าการทำแบบเดิมๆ

ประเพณีของเราพัฒนามาเป็นร้อยๆปี แล้วจู่ๆก็มาโดนวัฒนธรรมตะวันตกกลืนไปหมด เด็กไม่ไปวัด แต่ไปห้าง  เด็กไปงานบุญก็เพื่อเล่นกับเพื่อน แต่ไม่มีใครสอนสั่ง แนะนำให้ทำตามประเพณี ที่ปู่ย่าตายายเขาทำมา

พี่เคยไปงานศพเพื่อนที่วัดพวกช้าง เชียงใหม่ เห็นคุณยายแก่ๆ 3-4 คนมานั่งทำดอกไม้  พี่ก็แปลกใจว่าเพื่อนพี่ไม่ใช่คนเชียงใหม่แต่ทำไมมี อุ้ยมานั่งทำดอกไม้ตั้งหลายคน สอบถามพบว่า ไม่ใช่ญาติโกโหติกาแต่อย่างใด แต่เป็นศรัทธาวัด เมื่อทราบว่ามีศพ แม่อุ้ยก็ชวนกันมาทำบุญให้ศพ โดยการมาทำดอกไห้ โดยไม่ต้องเชิญ  ไม่ต้องวาน ไม่ต้องจ้าง มาด้วยใจ

น้องจ๋า...มันงามสะไม่เมี๊ยะ...งามจริงๆจิตใจแม่อุ้ยเราแบบนี้   นี่ไงล่ะทุนทางสังคม  ไปหาที่ไหนกัน  ไปมัวสร้างทุนสังคมแบบไหนกัน  มองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ 

มันเสริมสร้างสิ่งที่เรามีนี้ได้มิใช่หรือ...พิจารณาเถิดวัฒนธรรม ประเพณีเดิมๆของเราน่ะ ของดีทั้งนั้น  ทุนทางสังคมทั้งนั้น  เอาแก่นมันออกมา อย่าไปเอาเปลือก สนับสนุนไปวัดครับ  สนับสนุนเข้าร่วมประเพณีไทยแบบเดิมๆของเรา

 

ลอยกระทงที่ผ่านมา.... สังคมโบราณสอนให้เราเคารพธรรมชาติ ใช้ประโยชน์เขาแล้ว ก็มานั่งพิจารณาว่าเราควรทำดีดีกับเขาอย่างไรบ้าง การทำกระทงลอยส่วนหนึ่งก็สร้างจิตใจให้อ่อนน้อมลงมาพิจารณาน้ำอันเป็นปัจจัยสำคัญแก่วิถีไทย

ช่วยให้มีจิตใจผูกพันกับธรรมชาติ มิใช่ใช้ประโยชน์เขาอย่างเดียว

 

อีสานมีวัน 3 ค่ำเดือน 3 หรือวันเปิดประตูเล้าข้าว นี่ก็งดงามมาก เมื่อทำพิธีบอกผีที่เฝ้ายุ้ง ฉางข้าวแล้วก็เอาฝ้ายไปผูกเขาวัว เขาควาย ..... เพื่อขอโทษที่ใช้งานเขาอย่างหนักในฤดูกาลทำนาที่ผ่านมา ตีเขา ทุบเขาเพื่อให้ไถนา  มาวันนี้ก็เอาน้ำเอาหญ้าอ่อนให้เขากิน ลูบหัวลูบตัวเขา  และขอให้มีลูกเพื่อออกมาใช้งานต่อไปอีก  เป็นการเคารพต่อสัตว์เลี้ยง  คนเราเมื่อทำสิ่งนี้ได้ แสดงถึงจิตใจที่อ่อนโยน ผูกพันกับสัตว์เลี้ยงของตนเอง รักเขา และเมตตาเขา ....  ดูสิประเพณีของไทยเราน่ะดีดีทั้งนั้น  ล้วนแต่เป็นทุนทางสังคม เป็นสายใยที่หนุนเนื่องทุนทางสังคม  เป็นองค์ประกอบและเป็นฐานที่สำคัญของทุนทางสังคม  อันเป็นความปรารถนาของเรามิใช่หรือ..

พิธีกรรมนี้ยังเอามูลวัวควายไปใส่นาอีกด้วยในช่วงสายวันนั้น  และขณะเดียวกันก็มีการทำอาหารคาวหวานเลี้ยงญาติพี่น้อง พงษ์เผ่า ตระกูลกัน เรียกมารวมกันที่บ้านหลังใหญ่ที่พ่อแก่ แม่แก่อาศัยอยู่ มีการผูกข้อมมือพ่อใหญ่แม่ใหญ่ กราบขอพรท่าน อวยพรให้ท่าน บางครอบครัวก็เอาผ้าใหม่มาให้ เอาเงินทองให้ เป็นการแสดงคารวะ เคารพผู้เป็นเสาหลักของตระกูล  แล้วก็กินข้าวกินปลาร่วมกัน......นี่ไงทุนทางสังคม ที่ประเพณีของเรามีเสริมความผูกพันกันตลอดทั้งปี พิธีกรรมก็สร้างความกลมเกลียว รักใคร่กันและกัน นี่คือแรงเกาะเกี่ยวทางสังคม ที่เรียกว่า Social cohesion ก็คือทุนสังคม

 

งามจริงๆน้องจันทรัตน์ครับ