บางครั้ง....การสร้างความรู้สึกให้เป็นพวกพ้องเดียวกัน เข้าใจกัน ยอมรับกันด้วยจิตใจที่เป็นอิสระ อาจจะเป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้สภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นไปด้วยความรู้สึกที่ดีๆ เนื่องจากมีใจที่ยอมรับกันด้วยใจจริงและจริงใจเป็นอันดับแรก อันจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีต่อไป

     ผู้เขียนมีโอกาสเข้าไปสัมผัสเด็กเรียนภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างอ่อนมากๆ  ถึงขนาดที่  A-Z  เค้ายังจำไม่ได้  ทั้งที่ในระดับชั้นที่เค้าอยู่นั้น    ความคาดหวังของคนทั่วไปอาจมองว่าน่าจะเขียนอ่านได้คล่องแล้ว  แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เป็นไปในลักษณะสอดคล้องกัน  คือไม่เฉพาะแต่วิชาภาษาอังกฤษเท่านั้น  ยังมีวิชาหลักอื่นๆ อีกที่เค้าเรียนอ่อนโดยเฉพาะ  คณิตศาสตร์ก็ไม่มีความแตกต่างจากภาษาอังกฤษเลย  จะว่าไปแล้วแม้แต่วิชาหลักวิชาอื่นๆ ก็ยังได้ยินคำกล่าวถึงความสอดคล้องนี้เช่นกันถ้วนทั่วแทบจะทุกรายวิชา  นั่นเป็นปัญหาสำหรับการเรียนการสอน  ที่ส่งผลเชื่อมโยงต่อไปยังสภาพการณ์ในห้องเรียนอีกคำรบหนึ่ง  ที่เค้าจะไม่ตั้งใจเรียน  เนื่องจากเรียนไม่รู้เรื่อง จนครูหลายต่อหลายท่านบ่นกันเป็นแถวๆ

      ในภาคต้นเมื่อมีปัญหา  และผู้เขียนเองก็ได้แต่เต้นผางตามปัญหานั้น  โดยปราศจากการคิดที่ใคร่ครวญถึงเหตุและผลมาก่อน  ก็ทำเอาผู้เขียนเองเหนื่อยอกเหนื่อยใจตามไปกับเด็กเหล่านั้น  และพฤติกรรมหลายๆ พฤติกรรมของเด็กเหล่านั้นด้วย  มาภาคเรียนนี้เมื่อพบสาเหตุของปัญหาและค่อยๆ แก้ที่ต้นเหตุทีละเปลาะๆ  ผู้เขียนกลับพบถึงความเย็นที่ไม่ใช่ไฟร้อนดั่งก่อนเก่า 

      มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นพฤติกรรมของเด็กๆ แล้วปล่อยขำออกมาเหมือนกันกับเด็กในชั้นคนอื่นๆ  จนหายจากอาการหัวร่องอหงายกันทั้งห้อง  ผู้เขียนก็พูดกับพวกเค้าไปในห้องเรียนว่า  "ครูไม่แปลกใจเลย....ว่าทำไมพวกเราถึงได้มารวมอยู่ในห้องเดียวกันได้  ด้วยความที่ทั้งห้องมีสีประจำห้องนี่เอง"    เด็กๆ ก็เริ่มสงสัย  "สีอะไรล่ะครู"  "อ๋าว....ก็สีส้มไง"  ( คำว่าส้ม....ในภาษาถิ่นใต้  เป็นคำที่นอกจากจะแปลว่าสีส้มแล้ว  ยังสามารถบอกถึงลักษณะอาการหรือพฤติกรรมที่ไม่ค่อยสมประกอบ หรือสมประดีเท่าที่ควรอีกด้วย )  แล้วเราก็หัวร่อพอกันทั้งเด็กๆ ทั้งผู้เขียน  ก่อนที่จะเรียนกันต่อไป 

      จนมาวันนึง  บังเอิญผู้เขียนใส่เสื้อสีส้มไปสอนเค้าแบบไม่ตั้งใจด้วยเช่นกัน   ณ  วันนั้นเอง  ในห้องดังกล่าว  เด็กๆ หัวเราะกันคิกๆๆ กระซิบกระซาบกันเล็กน้อย  จนมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในห้องยกมือพูดทันทีว่า  "ครูวันหลังครูใส่เสื้อสีส้มมาอีกนะครูนะ....เราจะได้เหมือนๆ กันไงคะ  อยู่สีส้มเหมือนกัน"  เลยหัวร่อกันต่อด้วยความที่รู้แล้ว  เรื่องอะไร   เค้าเอาผู้เขียนไปเข้ากลุ่มด้วยเฉยเลย  แต่ด้วยอาการที่สุภาพ  ไม่ได้แสดงออกมาซึ่งอาการทะลึ่งตึงตังแต่อย่างใด  ......  เลยได้แต่นึก  .......เอากะมันสิไอ้เจ้าพวกนี้.....

       แต่ต่อจากนั้นมาห้องเรียนของผุ้เขียนในห้องเรียนนี้กลับเป็นห้องเรียนที่สนุก  มีทั้งเสียงหัวเราะ  มีทั้งเสียงผู้เขียนเอ็ดเค้าในบางครั้งที่เค้าแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดี  เค้าก็ไม่มีอาการดต้ตอบในทางไม่ดี  แต่เมื่อโดนเอ็ดจะนั่งนิ่ง  ฟัง  และเข้าใจ  คุยกันได้ดีตลอดมา  จนครูวิชาอื่นๆ หลายๆ ท่านงงว่า  ทำยังไงเจ้าพวกนี้จึงไม่โดดเรียน  เข้าเรียน  มีเฮฮาบ้างอีกต่างหาก 

      จึงอาจพบว่าในบางครั้ง....การสร้างความรู้สึกให้เป็นพวกพ้องเดียวกัน  เข้าใจกัน  ยอมรับกันด้วยจิตใจที่เป็นอิสระ  อาจจะเป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้สภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นไปด้วยความรู้สึกที่ดีๆ   เนื่องจากมีใจที่ยอมรับกันด้วยใจจริงและจริงใจเป็นอันดับแรก  อันจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีต่อไปนั่นเอง