ว่างเว้นจากการกินปลากระป๋องไปร่วมปี

ไม่ใช่เพราะข่าวเตือนภัย เจอแมลงในกระป๋อง(http://www.blogth.com/blog/Colum/Helth/3371.html) เมื่อต้นปีกลาย แต่เพราะว่าตลาดย้ายมาอยู่ใกล้ที่พัก ทำให้หาของสดกินได้ง่ายจนไม่ต้องพึ่งพาปลากระป๋อง

วันนี้หยิบปลากระป๋องผลิตจากปัตตานีมาเปิด เทลงต้มกับข้าวโพดอ่อน ราดบนเส้นหมี่เหลือง

ข้างกระป๋องเขียนว่า หมดอายุ 2009 มีส่วนประกอบ ซาดีน 65% ซอสมะเขือเทศ 30% เกลือแกง 25% น้ำมันถั่วเหลือง 1.5% DHA 360 mg/100 gm   ไม่ใช้วัตถุกันเสีย

ค่อยๆเคี้ยวเนื้อปลากระป๋องช้าๆ ให้สมกับความคิดถึงที่มีให้กับคนๆหนึ่งที่เคยรู้จัก คนที่ชอบกินยีปลากระป๋องใส่เนยลงต้มกับซอสมะเขือเทศอีกกระป๋อง แล้วราดหน้าเส้นสปาเก็ตตี้

ปลากระป๋องนี้ไม่ใช้วัตถุกันเสีย..ไม่ต่างจากความรักความคิดถึงที่ไม่เคยบูดเน่า....

รสชาติความคิดถึงค่อยๆถูกกลืนลงผ่านล่วงลำคอ พร้อมคุณค่าแคลเซี่ยมกว่า 25% โปรตีน 10 gm คลอเรสเตอรอลร่วม 96 mg ไขมันอิ่มตัวถึง 2 gm และโซเดียมถึง 200 mg

ปลากระป๋องหนึ่งกระป๋อง ช่างเป็นองค์รวมที่แยกไม่ออก ทั้งรสชาติ คุณค่าอาหาร และส่วนประกอบที่ทำให้ต้องระวัง อยากสะกัดแต่สิ่งที่ดีและร่างกายต้องการ คงต้องใช้ความรู้เฉพาะด้าน.....แต่เพราะความอร่อย...จะสะกัดอะไรออกดีล่ะ..หรือเลือกจะไม่กินมันซะเลย

คงไม่ต่างจากความรักที่มักมาพร้อมกับความคิดถึง ความห่วงใย และความอาลัยอาวรณ์ ....จะตัดเลือกเฉพาะสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คงต้องสะกัดอย่างมีสติ..หรือไม่ก็เลือกที่จะเก็บความรักไว้ให้ลึกที่สุดของซอกหัวใจ

กินปลากระป๋องหมดแล้ว.....เหมือนความคิดถึงที่ไปไม่ถึง ..แต่กลับย้อนมาเสริมสร้างความแข็งแรงให้เป็นภูมิต้านทานเพื่อตัวเอง...

ไม่รู้ว่าจากนี้จะว่างเว้นการกินปลากระป๋องไปอีกนานไหม........เหมือนกับสิ่งที่บอกไม่ได้ว่า จะคิดถึงใครคนนั้นอีกไหม

ท้ายสุดก็บอกตัวเองว่า....ไม่เห็นจะต้องคิดเรื่องของอนาคตมากไปกว่านี้เลย....เมื่อท้องอิ่ม...ความคิดถึงก็ถูกกลืนลงไปแล้ว.....

ก็ควรคิดว่าจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุดได้อย่างไร.....เท่านั้นเอง

 

บันทึกวันอาทิตย์ 25 พย 2550 บนอารมณ์หิว อิ่ม และง่วง