ใกล้สี่โมงเย็นผมมาถึงถิ่นน้ำดำกาฬสินธุ์ แม้ว่าผมจะเคยมาเยือนเมืองนี้สองสามครั้งแล้วแต่ก็ยังจดจำเส้นทางไม่ได้ชัดเจนอะไรต้องโทรถามเพื่อนที่อยู่ในเมืองนี้ จึงค้นหาทางออกจากเมืองได้ แวะคุยกับเพื่อนเก่าในสายงานเดียวกันอยู่อีกพักใหญ่ ๆ ก็รีบเดินทางต่อ
แสงแดดแรงระยับก่อนหน้านี้เริ่มเป็นสีทองอ่อนละมุน สองข้างทางทุ่งข้าวกำลังรอเก็บเกี่ยวสีเหลืองอร่าม ท้องฟ้าสีครามยามนี้เพียงรออาทิตย์อับแสง กรุ่นกลิ่นของยามหนาว กลางเดือนพฤศจิกายนไม่เย็นเยือกอย่างที่หวัง แต่ก็พอเรียกร้องความรู้สึกของวันเก่า ๆ ในช่วงเวลานี้กลับมาได้ ...........เสียงสนทนาของสามสหายนัดหมายกันผ่านเครื่องมือสื่อสารเป็นระยะ กำหนดพื้นที่ให้ชัด ที่บ้านแก่งนาง ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จุดนัดพบคืออ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ และเลิกการติดต่อไปในที่สุดพร้อมกับการมาเยือนของความมืดในขณะที่ผมกับสหายโน๊ตไปถึงเขาวง ในครั้งแรกของการตัดสินใจผมคิดว่าจะรอสหายแจ๊คจากนาแกที่ รพ.เขาวง แต่เกิดความผิดพลาดเสียแล้ว ผมลืมเสียสนิทว่าไม่ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่จัดการประชุมที่ชื่อ ออต ทั้งที่ได้บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ไว้แล้ว เมื่อกดค้นหาชื่อและปุ่มโทรออก
...................!!..."หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้" เสียงผู้หญิงคล้ายหุ่นยนต์ที่บริษัทให้บริการเครือข่ายติดตั้งไว้รองรับระบบการสื่อสารที่ผิดพลาด ดังขึ้นเป็นการยืนยันว่าขณะนี้ ผมและเพื่อนกำลังถูกโดดเดี่ยวจากโลกสื่อสาร เครื่องมือทันสมัยในมือของเราสองคนไม่มีค่า เรากำลังเปลี่ยนโหมดของการเดินทางจากแบบเทคโนนำทางเป็นแบบสุ่มเดา และการใช้ทักษะมนุยสัมพันธ์ เรากำลังถอยหลังกลับไปสู่ความสัมพันธ์ของความเห็นอกเห็นใจกันของมนุษย์อีกครั้ง ผมเปรยกับเพื่อนว่า เราต้องสอบถามเส้นทางจากผู้คน แล้วผู้คนสมัยนี้เขาจะช่วยเราใหม ผมไม่เคยสอบถามเส้นทางจากผู้คนแปลกหน้ามานานมากแล้ว ...สหายโน๊ตพูดตอบกลับมาว่าก็ต้องถามในบริเวณที่เป็นชุมชน เป็นร้านค้า เพื่อความปลอดภัยของเราและของเขาด้วย .......ผมรำพึงในความคิดให้ตายเถอะ นี่เราต้องแสดงความหวาดระแวงต่อกันถึงเพียงนี้หรือ แต่....ไม่รู้ นี่เป็นเวลามืดแล้ว ที่นี่เราไม่เคยมาเยือน ไม่รู้จักใคร ไม่คุ้นเคย ไม่.....

สวัสดีค่ะค่ะ
จำได้ว่า ขณะกำลังกินข้าวเย็น น้องเดินทางมาถึงเกือบสุดท้าย มีดมาก ทุกคนมาดงหลวงด้วยความตั้งใจจริงๆ จึงมาถึง พี่เองก็ได้ผ่านบททดสอบนั้นมาแล้ว ค่ะ
แต่ละคนมีรูปแบบการเดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ดงหลวงที่แตกต่างกันนะค่ะ
การเดินทางของสหายสุมิตรชัย ตื่นเต้น เหมือนจะไปปฏิบัติภารกิจลับๆ จริงๆ....ยิ้ม ยิ้ม
สวัสดีครับ
พอพบหน้าทราบทันทีว่าต้องเป็นน้องสุมิตรชัย ปลาสลิดฝีมือการแกะของพี่อร่อยนะค่ะ ไม่เค็มกำลังดีทีเดียวเน๊าะ
ประสบการณ์ชีวิตที่น่าจดจำ นะน้องสุมิตรชัย
มันเหมือนกับชนบททั่วไปไม่ราบรื่น มันมีอุปสรรค มีปัญหา
พี่ไปอยู่ใหม่ๆก็เหมือนไปต่างประเทศเพราะเมื่อเข้าดงหลวงแล้วใครๆก็ติดต่อไม่ได้เลย
เสาการถ่ายทอดสัญญาณโทรศัพท์เพิ่งติดตั้งปี 50 นี้เอง และยังไม่ทั่วถึง
แต่ก็ดีไปอย่าง เวลาไม่ต้องการติดต่อกับใครก็เข้าดงหลวงไปคุยกับชาวบ้าน ดีกว่า แนบสนิทกับชาวบ้านจริงใจ ตรงไปตรงมา และ น้ำใจ ไม่ต้องปั้นหน้าจนเมื่อยยิ้มในเมือง อิ อิ
พี่ว่าคนเรายิ้มเข้าไว้ค่ะ แต่อ่านแล้วอดยิ้มกับบันทึก แบบ หวาด ระแวงงงงง อิอิ
สวัสดีครับพี่รุ่ง วันนั้นเสียดายจริง ๆ ที่มาช้าเพราะมันก็จะขาดช่วงทำความรู้จักก่อนถึงเวลาทานอาหารเย็น ที่จริงตั้งใจมาให้ทันเวลานั้นนะครับแต่มันผิดพลาดแบบสุดวิสัยจริงๆ ครับดันหลงทางไปซะเกือบชั่วโมง กลัว ด้วย เหนื่อยด้วย แถมหิวอีกต่างหาก แต่มาถึงแล้วทุก ๆ คนทักทายผม ดีใจมากครับ อบอุ่นบอกไม่ถูกครับ ตื้นตันจริง ๆ ขอบคุณพี่รุ่งมาก ๆ ครับ
สวัสดีค่ะคุณสุมิตรชัย
สวัสดีครับ น้องสุมิตรชัย
มาสารภาพว่าจำไม่ได้จริงๆว่ายังมีแขกชุดสุดท้ายหลงเหลืออยู่ คิดว่าคณะRDI มข. เป็นคณะสุดท้าย พอตกค่ำพี่นั่งอยู่ที่สหกรณ์ เห็นคนหนุ่มสองสามคนเดินป้วนเปี้ยนแถวเต้นท์นอน นึกว่า ดร.แสวงพานักศึกษามาร่วมงานเลยไม่ได้ไปทัก
ได้แก้ตัวโดยการสอนเพื่อนสาธิตของนายเปิดบล็อกในระหว่างที่นายไปเที่ยวแล้วนะ ฝากกระตุ้นให้เขาเขียนหน่อย
โลกนี้ยังมีเรื่องราวให้คันหา ศึกษา สังเคราะห์อีกมากมายครับ ตัวพี่เองก็เริ่มงานจากคนสาธารณสุขเหมือนกัน
เรียนรู้ เพื่อนำไปพัฒนา และสร้างภูมิคุ้มกันไว้ครับ
บันทึกชุดนี้หากสำเร็จลงได้จะเป็นความภูมิใจของผมมาก ๆ ที่ได้ติดตามเรื่องราวที่เฝ้าสงสัย และรับรู้แค่เปลือก ๆ มานาน แล้วมีความชัดเจนมากกว่าที่เคยเรียนรู้ ขอบคุณมากครับที่เข้ามาอ่านครับ
ผมว่ามันดีมาก ๆ เลย ปัญหาที่เกิดจากระบบสื่อสารหรือ ปัญหาสังคมอื่น ๆ ไม่แน่ว่าที่ดงหลวงอาจจะน้อยกว่าที่อื่นก็เป็นได้ เพราะพูดคุยกันมากขึ้นใช่ว่าจะเข้าใจกันมากขึ้นอย่างเดียว อาจทะเลาะกันมากขึ้น ที่สำคัย เสียตังค์ หรืออาจเป็นช่องทางเสียตัวกันมากขึ้นด้วยซ้ำ ( หมายถึงการใช้โทรศัพท์ของวัยรุ่นนะครับ ) ขอบคุณมาก ๆ ครับ
ที่จริงผมได้รับทราบเรื่องราว เรียนรู้มุมคิดของพี่จากบันทึกอยู่บ้างพอควรแต่ บอกตามตรงผมรู้สึกหวาด ๆ เกรง ๆ พี่อยู่น่ะครับ บุคลิกในรูปดูแบบมีฟอร์ม หรือแบบไฮโซ อะไรประมาณนั้นน่ะครับ
แต่ได้ยินเสียงทักทายเสียงดังเปิดเผยและรอยยิ้มของพี่แล้วผมสบายใจมาก ๆ ครับ ขอบคุณสำหรับสติ๊กเกอร์เรารักโกทูโนวด้วยที่พี่ให้ฝากก่อนกลับบ้าน
หวังจะได้พบพี่อีกครับ
ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีของพี่ทั้งสองครับ วันนั้นไม่ได้อุดหนุนหนังสือพี่พนัสเลย จนไปหน่อย ไว้คราวหน้าแล้วกันครับ
ไม่ได้คุยกับพี่ครับเสียดายเวลาไม่มี แต่รับรู้จากเพื่อนผม ที่ได้คุยกับพี่ทั้งวัน ที่จริงวันนั้นผมไม่อยากทิ้งเพื่อนไว้ เลยกลัวมันจะกลุ้มแล้วคิดสั้น หะหะ
แต่ก็ดีใจที่กลับมาแล้วเพื่อนดูมีความสุขดีเขาบอกว่าได้คุยกับพี่แล้วก็ไขข้อข้องใจเรื่องบันทึกในโกทูโนวได้แล้ว ดีใจครับ
ที่นั่นสนุกครับ สนุกคิด สนุกเดินทาง สนุกได้ถกเถียงแลกเปลี่ยน
เป็นการไปสัมมนาหรือประชุมครั้งแรกของผมที่เมาน้อยที่สุด ได้เรื่องราวมากเท่าที่ตั้งใจไว้ และไม่ได้โดดไปเดินเที่ยว ช๊อบปิ้ง หรือจิบเบียร์
มันจึงเยี่ยมและเปี่ยมด้วยความดีและบุญ เป็นส่วนมากครับ
เพื่อนผมถามถึง พี่ อ.ลูกหว้าเช่นกันคงประทับใจที่ได้พูดคุย แต่ผมก็บอกไม่รู้สิ ผมก็พึ่งได้พบกับ อ.ลูกหว้า ทราบมาบ้างนิดเดียวว่า พี่เขาจบเศรษฐศาสตร์ เป็นอาจารย์ แค่นั้นเอง
แต่พี่มีมิตรภาพและรอยยิ้มจริงใจให้พวกเราอย่างไม่ติดขัดอะไรเลย ขอบคุณมากครับ
ผมภูมิใจนำเสนอมาก ๆ ครับ จากที่ได้ข้อความว่าจะติดตามบันทึกที่ดงหลวงในสไตล์ของผม ดีใจครับที่มีแฟนคอยติดตามขนาดนั้น (เกินไปหรือเปล่าครับ) แต่คุณกบดูยอผมจัง เขิน ๆ น่ะครับ ความจริงผมอยากเป็นศิลปินครับ แต่ก็ไม่กล้าอย่างเต็มที่นัก
ผมจึงอยู่เป็นแบบกลาง ๆ น่ะครับ เลยไม่ได้เด่นอะไรซักอย่าง กีฬาก็กลาง ๆ เรียนก็พอใช้นะ ศิลปะคิดว่าดีแต่ไปดูคนอื่น ๆ แล้วก็กลาง ๆ น่ะครับ แต่ก็ภูมิใจที่เป็นคนชั้นกลาง (ฮ่าฮ่า)
ที่จริงบันทึกชุดของผมที่ดงหลวงนี่ผมตั้งใจให้เป็นข้อมูลชุดที่แสดงข้อเท็จจริงร่วมสมัยน่ะครับ ข้อมูลและบันทึกชิ้นนี้จะต้องขอบคุณพี่บางทรายมาก ๆ ที่ช่วยนำประเด็นสัมภาษณ์อดีตสหายและนักรบจากกองทัพปลดแอกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
อยากให้คุณกบนั่งอยู่ด้วยกันครับอาจจะได้ร่วมคิดร่วมนำเสนอกัน
ขอบคุณอีกครั้งครับ หวังว่าบันทึกของผมคงไม่ทำให้คุณกบผิดหวัง ( ฮา...)
ดังที่บอก...คืนนั้นมืดมาก แต่จำได้ชัดและมั่นใจว่าเป็นน้องสุมิตรชัยเป็นแน่...
กระนั้นก็ยังไม่กล้าพอที่จะร้องเรียก...
ดีใจครับที่ได้เจอ...
ขอบคุณห้วงเวลาของการได้สนทนากัน, นะครับ
ผมไม่ได้กล่าวเกินจริงครับ ทันทีที่เห็นภาพวาดลายเส้นที่คุณมิตรวาด ผมนึกถึงรูปข้างล่างนี้จากบันทึกของคุณออต...คณะแรกของเฮฮาศาสตร์ดงหลวง
เอาภาพมาฝากครับ