"วัดต้นเกว๋น" ... ตั้งอยู่ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ (เส้นทางหางดง - สะเมิง)

ท่านคงเคยได้ดูละครเรื่อง "เมื่อดอกรักบาน" ที่เรื่องราวเกิดขึ้นที่ภาคเหนือของไทย ซึ่งมีอยู่หลายตอนทีเดียวที่เกี่ยวข้องกับวัด ๆ หนึ่ง ซึ่งมีวิหารไม้แบบพื้นบ้านล้านนาไทยที่สวยงาม

บันทึกแรกของสมุดเล่มนี้ จึงอยากขอเสนอเรื่องราวที่เกี่ยววัดแห่งนี้

 "วัดต้นเกว๋น" ...  ตั้งอยู่ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ (เส้นทางหางดง - สะเมิง)

วัดต้นเกว๋น (ออกเสียงเกว๋นสูง ๆ นะครับ) เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมที่แสดงออกถึงแบบแผนทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงามและทรงคุณค่ายิ่ง  แม้จะได้รับการบูรณะซ่อมแซม แต่ยังคงไว้ซึ่งศิลปะแบบดั้งเดิม

สถาปนิกสยามจึงประกาศยกย่องให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น เมื่อปี พ.ศ.2532

ปัจจุบัน วิหารวัดต้นเกว๋น เป็นแบบให้นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้เป็นสถานที่ศึกษาวิชาสถาปัตยกรรม

 

ประวัติ

ตั้งชื่อตามต้นหว้า ซึ่งขึ้นตรงบริเวณที่สร้างวิหารในปัจจุบัน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดอินทราวาส ซึ่งตั้งตามชื่อเจ้าอาวาส ผู้สร้างวัดนี้ คือ ครูบาอินทร์

ตามหลักฐานที่บันทึกเป็นภาษาไทยบนเพดานวิหาร คาดว่า วัดนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2401

สำหรับ มณฑปจตุรมุข สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ.2399 - 2412 ในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์  เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำดับที่ 6

เพื่อเป็นสถานที่หยุดพักขบวนแห่พระธาตุศรีจอมทอง จากอำเภอจอมทอง มายัง เมืองเชียงใหม่ ให้ประชาชนแถบนี้ได้มาบูชาและสรงน้ำพระธาตุ แล้วจึงอัญเชิญต่อไปยังเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าผู้ครองนคร และประชาชนในเมืองเชียงใหม่สรงน้ำบูชาอันเป็นประเพณีทุกปี

สิ่งที่น่าสนใจ

วิหารวัดต้นเกว๋น

  • เป็นวิหารแบบล้านนาโบราณ หน้าบันประดับกระจกแก้วสีแบบฝาตาฝ้าหรือฝาประกน
  • โก่งคิ้วจำหลักไม้ลายเครือเถาสอดสลับรูปเศียรนาค
  • มีลายปูนปั้นรูปเทพพนมและดอกไม้อยู่หัวเสา

  • ด้านหน้าบันปีกนกจะแกะสลักเป็นเศียรนาคในเครือลายเถาผสมกนก
  • ตีเป็นช่องตารางเพื่อระบายอากาศ
  • ปั้นลมและหางหงส์แกะรูปมกรคายนาคอย่างงดงาม
  • คันทวยหูช้างจำหลักไม้เป็นรูปกินนรฟ้อนรำ

 

มณฑปจตุรมุข

  • เป็นมณฑปจตุรมุขแบบพื้นเมืองล้านนาซึ่งพบเพียงหลังเดียวเท่านั้นในภาคเหนือ
  • ลักษณะเป็นศาลาที่มีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน
  • ส่วนกลางของศาลามีจั่วซ้อนอยู่สองชั้น
  • มุงด้วยกระเบื้องดินเผาที่เรียกว่า กระเบื้องดินขอ
  • ที่พิเศษกว่านั้นคือ ช่อฟ้าของหลังคาหลังนี้ ช่างโบราณได้ออกแบบให้เป็นนกที่มาเกาะได้อย่างลงตัว
  • ที่กลางสันหลังคามีซุ้มมณฑปเล็ก ๆ ซึ่งทางภาคเหนือเรียกว่า "ปราสาทเฟื้อง" ลักษณะเดียวกับที่พบในภาคอีสานและลาว

นอกจากนี้ในมณฑปยังมีอาสนะสำหรับตั้งโกศพระบรมธาตุ ซึ่งยังอยู่ในสภาพดี  มีฮางฮด หรือ รางริน สำหรับรองน้ำสุคนธธารา หรือ น้ำอบน้ำหอมที่นำมาหยดหล่อพระธาตุ และยังมีเสลี่ยงสำหรับหามบั้งไฟจุดบูชา สลักลวดลายดอกสวยงาม แต่ปัจจุบันทรุดโทรมไปแล้ว

 

ชมภาพเพิ่มเติม ... ครับ 

 

 

ภาพที่ 6 ... ศาลาประกอบวิหารวัดต้นเกว๋น เวลามีงานบุญ ผู้ศรัทธาจะใช้เป็นพักผ่อนนอนหลับ

 

 

ภาพที่ 7 ... บันไดทางเดินเข้าสู่ตัววิหารวัดต้นเกว๋น ... มีข้อความบอกว่า "ถอดเกิบ" หมายถึง สาธุชนทั้งหลาย กรุณาถอดรองเท้าไว้ก่อนที่เข้าสู่วิหาร

 

 

ภาพที่ 8 ... เมื่อเดินเข้าไปในวิหารจะพบ "โคมไฟศรีล้านนา" ต้อนรับงานเทศกาลยี่เป็งของภาคเหนือ (ลอยกระทง)

 

 

ภาพที่ 9 ... ต้นไม้บูชาของมัคฑายก (อาจารย์วัด) ในเทศกาลประเพณียี่เป็ง

 

 

ภาพที่ 10 ... ต้นไม้บูชาของบ่าหน้อยดาววี (ไม่ทราบที่มา) ในเทศกาลประเพณียี่เป็ง

 

 ภาพที่ 11 ... ต้นไม้บูชาประจำพระพุทธ (รอคำอธิบายจากผู้รู้) ในเทศกาลประเพณียี่เป็ง

 

  

 ภาพที่ 12 ... เสาวิหารที่มีการลงรักปิดทอง ฉากข้างเป็นพระพุทธรูปประจำวิหาร (ไม่ทราบชื่อ)

 

 ภาพที่ 13 ... จิตรกรรมฝาผนังที่เหลือเป็นภาพเดียวในวิหาร แสดงการเสด็จปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

 

 ภาพที่ 14 ... ราหูอมจันทร์ประจำประตูวิหาร คนล้านนามีความเชื่อว่า มีหน้าที่ปกปักรักษาและป้องกันภยันตรายให้กับวิหารและผู้อยู่ภายใน

 

 

ภาพที่ 15... ต้นมะเกว๋น ที่มาของชื่อเดิมของวัดต้นเกว๋น อยู่บริเวณกำแพงวัด เพิ่งติดป้ายได้ไม่กี่ปีมานี้

 

ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าภาพมากเกินไปอาจจะทำการโหลดของท่านช้าลง แต่เจตนาของผมต้องการให้จบภายในบันทึกเดียวครับ ไม่อยากต่อเรื่องมากมาย

วัดแห่งนี้ผมชอบไปนั่งทำสมาธิครับ ... เงียบ สงบ ไม่มีคนเลย ถ้าวันไหนมีนักท่องเที่ยวประเภททัวร์มาลง ก็วุ่นวายกันหน่อย

ผมก้าวย่างมาวัดนี้บ่อย เพราะที่พักผมอยู่ไม่ไกลนัก ยิ่งวันไหนได้ถือกล้องล่ะก็ ... เป็นอย่างที่ท่านเห็นนี่แหละครับ

แหล่งข้อมูลที่ขาดไม่ได้ครับ

กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์สารคดี.  นายรอบรู้ นักเดินทาง : เชียงใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สารคดี, ม.ป.ป.

ภาพทั้งหมด บันทึกเมื่อ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 เวลา 11.00 - 12.00 น. ครับ 

ขอบคุณมากครับแวะมาเยี่ยมชม ขอให้ช่วยกันรักษาศิลปวัฒนธรรมที่มีค่าแห่งนี้ไว้ด้วยนะครับ

บุญรักษา .. ครับ :)