อ้ายโดด และวิถีที่ไฮ่อุ้ยต๋าคำสอนผมให้รู้ว่า “วิ่งตามทำไม” โลกเสียอีกต้องหมุนตามเรา

“อ้ายตั้งใจ๋จะแป๋งบ้านหลังเล็กๆเพื่อหื้อลูกของอ้ายได้เฮียนฮู้ชีวิต

(พี่ตั้งใจจะสร้างบ้านหลังเล็กๆเพื่อให้ลูกของพี่ได้เรียนรู้ชีวิต)

 

อ้ายโดดเจ้าของไฮ่อุ้ยต๋าคำหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเศษๆบอกผม  ในวันที่ดวงตะวันขี้เกียจ ระหว่างที่ผมเดินดูบ้านแต่ละหลังที่อ้ายโดดสร้างสรรค์ขึ้นโดยไม่ซ้ำแบบกันใน ไฮ่ อุ้ย ต๋า คำ ที่เมืองปาย บ่ายแก่ๆวันนี้

ไฮ่ = ไร่

อุ้ย = ลุง- - - ส่วน "ต๋าคำ" นั้เป็นชื่อคุณพ่อของอ้ายโดดเอง

ไฮ่อุ้ยต๋าคำ เป็นพื้นที่เรียนรู้ชีวิต และกลับคืนธรรมชาติวิถีที่นี่

ปีที่แล้วผมทราบว่าอ้ายโดด สร้างบ้านหลังเล็กๆ มุมด้วยหลังคาตองตึง ชาวบ้านเล่ากันว่า "อ้ายโดดผีบ้า"  ที่ชาวบ้านตั้งสมญาให้ อ้ายชอบทำอะไรแปลกๆ  แต่งตัวแปลกๆคิดแปลกๆ และมีมุมที่แปลกอีกมากมาย โดยสรุปนิยามของอ้ายโดดเป็นที่น่าสนใจของคนท้องถิ่นที่นี่

ผมเห็นอ้ายโดดพาฝรั่งผมแดงเดินย่ำเท้ากลางทุ่งนาบ่อยๆ  พานักท่องเที่ยวเหล่านั้นไปทุ่ง ไปนา เกี่ยวข้าว เก็บฟืน ภาพเหล่านี้ผมเห็นจนชินตา หมาแถวบ้านก็เห่าไป เพราะนักท่องเที่ยวเหล่านั้นแต่งตัวแปลกๆด้วย แต่ทว่าใบหน้าเปื้อนยิ้ม เปื้อนหัวเราะอย่างมีความสุข...

เอ...หากบ้าแบบนี้ ก็น่าสนใจนะครับ ปัจจุบันคนเราก็บ้ากันทุกคนนะครับ อยู่ที่ใครจะเลือกบ้าในมุมของตัวเอง บ้าแล้วไม่เดือดร้อนคนอื่น บ้าแล้วมีความสุขก็เป็นเรื่องที่ดี ผมให้นิยามคำว่า บ้า คือ การทำสิ่งใดที่ใจชอบอย่างมั่นใจอาจแปลกวิถีไปบ้างแต่เป็นการค้นหาตัวตนอย่างทระนง

ในพื้นที่ กว่า ๔๐ ไร่ ผมเดินเข้าไปในพื้นที่ไฮ่อุ้ยต๋าคำ แล้ว รู้สึกสดชื่นเพราะต้นไม้ที่ขึ้นอย่างเสรีที่นี่ อ้ายโดดบอกว่า ต้นไม้ทุกต้นที่นี่เติบโตอย่างเสรี เพราะต้นไม้เหล่านี้นี่เอง น้ำซับเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่แห้งเหือด บ่อน้ำปลายทุ่งมีน้ำมากขึ้นดูชุ่มชื้น สรรพสัตว์ใหญ่น้อยมีอิสระ สุขใจในไฮ่อุ้ยต๋าคำ

อ้ายโดดเรียกว่า โฮมสเตย์ แต่ผมแย้งในใจว่า ไม่ใช่โฮมสเตย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรอกเพราะอ้ายโดดสร้างที่พักออกนอกบ้านเจ้าของบ้าน เพียงแต่กิจกรรมต่างๆในบ้านแต่ละหลังมาทำร่วมกัน ไม่ว่าตำข้าว เผาข้าวหลาม จิบน้ำชา ทำกับข้าวร่วมกัน ตลอดจนนั่งร่ำกวี ร้องเพลงเบาๆทำนองไพรรอบกองไฟนั่น...

   

ไฟส่องทางในไฮ่ 

   

ทางเดินที่คลาสสิคจากบ้านสู่บ้านผ่านลำห้วย 

 

ที่นี่มีบ้านไม่เกินสิบหลัง แต่ละหลังแตกต่างกันตามรูปแบบที่อ้ายโดดออกแบบ แต่ที่ผมรู้อย่างหนึ่งว่าความพิเศษของแต่ละหลังนั้นมีดีต่างกัน ทั้งบ้านโญน (คนเมืองล้านนา) บ้านไตใหญ่ (ไทใหญ่) บ้านกระเหรี่ยง(บ้านปาเกอญอ)  และกระต๊อบที่สร้างซุกตัวตามพื้นที่ของไฮ่แห่งนี้

ก๊อกน้ำที่นี่ฝังไว้ในท่อนไม่อย่างแนบเนียน ห้องน้ำก็สุดยอดธรรมชาติไม่มีที่ไหนเหมือน เมื่อดึงคันไม้ น้ำก็ค่อยๆไหลรินลงมาจากคบไม้ อาบไปดูดาวไป ธรรมชาติที่นี่มีสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่มาพักส่วนใหญ่เป็นฝรั่งต่างชาติที่บอกกันปากต่อปาก ...มาได้เรื่อยๆ

อ้ายโดดบอกผมว่า ที่บ้านอ้ายบ่มีช่วงโลว์ ช่วงไฮ คนมาเรื่อยๆ (ที่บ้านของพี่ไม่มีช่วงโลว์ ช่วงไฮ คนมาเรื่อยๆ)

เพราะแขกตี้มาพัก บอกกั๋นต่อๆปาก (เพราะแขกที่มาพัก บอกกันบอกต่อปาก)  อ้ายโดดบอกกล่าวให้ผมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ความสุขจากดวงหน้าอ้ายโดดนั้น ผมสัมผัสได้ว่าสิ่งที่อ้ายทำที่คนอื่นเรียกว่า ผีบ้านั้น กลับกลายเป็นภารกิจกอบกู้ที่สำคัญ กอบกู้วัฒนธรรมที่วิกฤติ อีกทั้งเป็นวาระเร่งด่วนของโลกที่กำลังร้อนใบนี้ การเรียนรู้กับธรรมชาติ ถอดรหัสธรรมชาติที่อยู่รอบข้างเพื่อเรียนรู้อยู่ด้วยกันอย่างสมดุล

ต้นไม้ ต้นหญ้าที่นี่สวยงาม มีชีวิตทุกต้น ผมรู้สึกอย่างนั้น และผู้ชายที่ก้าวเดินข้างหน้าผมตอนนี้เขาก็มีชีวิตของเขาและเป็นชีวิตที่มีความสุข อย่างที่เขาอยากเป็น ...ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก

อ้ายเบื่ออาชีพที่ทำในเมืองใหญ่ อ้ายก่อเลยปิ๊กบ้าน อ้ายโดดบอกผมอีกครั้งเมื่อผมถามถึงอาชีพเดิม อ้ายโดดบอกผมหลายเรื่องว่า เขามาค้นพบตัวตน และเดินตามวิถีที่อ้ายโดดเชื่อ ภูมิปัญญาล้านนาที่อัดแน่นในตัวของเขา แสดงออกมาผ่านสิ่งก่อสร้างในวิถีธรรมชาติที่นี่

อ้ายหื้อนักท่องเที่ยวได้เฮียนฮู้วิถีคนบ้านเฮา ไปยะไฮ่ ยะนา ใส่ถั่ว ยะกิ๋นโตยกั๋น เจ๊ามาก่อต่ำเข้ากิ๋นกั๋น อยู่กั๋นแบบง่ายๆ เขาชอบขนาดเลย (พี่ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตคนบ้านเรา ไปทำไร่ ทำนา ปลูกถั่ว ทำอาหารทานร่วมกัน ตอนเช้าก็มาตำข้าว อยู่ด้วยกันแบบง่ายๆ เขาชอบมากๆเลย)

ไกลออกไปจากจุดที่เราคุยกัน ผมเห็นครกกระเดื่องตำข้าวแบบโบราณที่อ้ายโดดพาดพิงถึง มองไปอีกมุมเป็นกองดินรูปร่างแปลกๆในโรงนานั่น อ้ายโดดบอกว่าเป็นที่ตีมีด ตีมุย(ขวาน) เป็นวิถีคนดั้งเดิมของล้านนาจริงๆ

ผมมองว่าอ้ายโดดเป็นทั้งเจ้าของโฮมสเตย์(ที่อ้ายเรียก)  พ่อบ้าน สถาปนิก และครูให้คนที่นี่ ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเพื่อเรียนรู้ชีวิตที่กินอยู่กับธรรมชาติ ลุกชายทั้งสองคนก็ได้เรียนรู้วิถีแบบนี้ซึมซับกับธรรมชาติรอบตัวของพวกเขา ภรรยาอ้ายโดดก็เคียงข้างให้กำลังใจเขาด้วยดีเสมอมา

วิถีชาวนา ศาลาพอเพียง ก่อนถูกลืมเลือนที่...ทุ่งยาว  ช่วงนี้ไฮ่อุ้ยต๋าคำปาย จัดกิจกรรม เกี่ยวข้าว เอาเฟือง ลวดแอ่วยี่เป็ง (เกี่ยวข้าว เอาฟาง และเลยไปเที่ยวลอยกระทง) ในวันที่ ๑๗๒๔ พ.ย.๕๐  ที่ผืนนาของอ้ายโดด

ในวันที่ ๒๓ นี้ อ้ายจะตี๊เข้า (การนวดข้าวแบบโบราณของคนล้านนา) ที่ทุ่งนาแถบนี้ อ้ายโดดบอกผม  ผมเห็นข้าวนาดำที่เกี่ยวแล้วกองบนตอซังรอกิจกรรมนี้อยู่

หากเอกมีเวลาก่อมาร่วมโตยกั๋นเน้อ  อ้ายโดดกำชับก่อนที่ผมจะลากลับบ้าน

ในวันนั้นจะมีการตี๊เข้า เล่ากวี และร้องเพลง ค่าวฮั่ม กำซอ(กวีล้านนาดั้งเดิม แบบเกี้ยวพาราสี) และ อ้ายชิ สุวิชานศิลปินปกาเกอญอเลื่องชื่อแถบเทือกเขาถนนธงชัย จะมาร้องเพลง เล่นเตหน่า(เครื่องดนตรีปกาเกอญอ) ที่นี่ มาจิบชาด้วยกัน อ้ายโดดแจ้งกำหนดการให้ผมทราบ

ไฮ่อุ้ยต๋าคำไม่ไกลจากบ้านผม ผมอยู่ตรงนี้ยังเห็นหลังคาบ้านผมไม่ไกล แต่วิถีของอ้ายโดด แตกต่างกับชาวบ้านที่นี่ แบบสวนทาง กระแสทุนนิยม ที่เชี่ยวกราก ที่อ้ายโดดเข้าใจทำให้เขาคิดปรับเปลี่ยนวิถี เป็นคนกล้าให้คนที่นี่ได้เรียนรู้ตัวเอง ทุกวันนี้ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ทุกข์ทั้งนั้น วิ่งตามโลกอย่างไม่ลดละ ทั้งที่รู้ว่าไม่เคยจะวิ่งทัน หากเราคิดในมุมนั้น

อ้ายโดด และวิถีที่ไฮ่อุ้ยต๋าคำ สอนผมให้รู้ว่า วิ่งตามทำไม โลกเสียอีกต้องหมุนตามเรา