จากบันทึกก่อนหน้านี้ที่ผมเล่าให้ฟังครับว่า  ได้ค้นพบบันทึกที่หายไปของผมเมื่อนานมาแล้ว  

การกลับมาของบันทึกที่หายไป  ทำให้ผมเองหัวใจพองโต  กระหยิ่มยิ้มย่อง  เหมือนกับว่าได้กลับไปอยู่ในห้วงอารมณ์ที่นุ่มละมุลในกาลก่อน  ผมได้ทักทายตัวอักษรทุกตัวด้วยความคิดถึง  จนไปสะดุดกับบทกวีบทหนึ่งที่อยู่ในบันทึกที่หายไปเล่มนี้  จึงคิดว่าน่าจะเอามาแบ่งปันความงดงามแห่งท่วงทำนอง  ภาษา  จังหวะของบทกวี

แต่ที่สำคัญ  บทกวีบทนี้ไม่มีชื่อ  ถ้าใครอ่านแล้วอารมณ์ท่านไปตกอยู่ตรงความรู้สึกแบบใด   ขอความกรุณา  "  ตั้งชื่อ "  ให้กับบทกวีนี้ด้วยนะครับ

..........................................

       เชิญดื่มด่ำ  ฉ่ำชื่น  กับผืนฟ้า
พักสายตา คว้าสายรุ้ง จรุงศรี
สานเป็นสร้อย  ร้อยเป็นเส้น  เช่นมณี
แนบสนิท มิตรไมตรี ตราบนิรันดร์

       ปลุกอาทิตย์ ปลิดมาทำ แทนจี้สร้อย
สีเพชรพลอย ร้อยระยับ ประดับฝัน
ผูกดวงดาว ที่พราวฟ้า มากำนัล
เนรมิต ลิขิตขวั้น เป็นขวัญมือ

       คือกำไล ประกายดาว วับวาวพริบ
พราวระยิบ  ยะยิ้มไหว ให้ยึดถือ
ถอดจันทร์พราย ที่ฉายพรรณ ดั่งฝันซื่อ
ร้อยเป็นสื่อ สอดสดับ ประดับประดา

       แทนต่างหู ที่พรูพร่าง ร่างจันทร์เสี้ยว
กรองเป็นเกลียว เกี่ยวประกาย เฉิดฉายค่า
สุกสิ่งสรรพ คืออัญมณี แห่งชีวา
ที่ใจฉัน ได้สรรหา มาให้เธอ

       เชิญดื่มด่ำ ฉ่ำชื่น  ณ  ผืนฟ้า
หากปรารถนา เป็นกวี ที่เสนอ
ไปนอนพัก หนุนตักเมฆ กันไหมเธอ
แล้วพร่ำเพ้อ รำพึง ถึงดวงดาว

                                   ขอให้มีความสุขกับบทกวีที่อบอุ่นครับ

.........................................................