เวทีสัญจรครั้งที่ 22 วันที่ 2 พย 50
ครั้งนี้มากันทีมใหญ่ มีคุณหมอติ่งและคุณหมอติ้งเป็นคุณอำนวย
คุณพลวรรต เป็นคุณลิขิตมีน้องเอ้ยเป็นผู้ช่วยคุณลิขิต
น้องแดนและหมอรวิวรรณเป็นผู้ช่วยทุกอย่าง
คุณเอื้อ คุณหมอสุภัคก็มา
วันนี้เรามีคุณ แจ๋วหัวหน้าสูติ 2 มาเป็นผู้สังเกตการณ์ด้วย
อบอุ่นมากๆ ในการเยี่ยมครั้งนี้ ต้องเปิดปิด พัดลมเป็นครั้งคราว
เฉพาะสมาชิกของตึกกระดูกหญิงก็มานั่งรอกันเต็ม ห้อง
พอทีมเยี่ยม มากันครบทุกคนเข้า ก็ล้นห้อง เราต้องขยับเพิ่มเก้าอี้กัน 3-4 ครั้ง ไม่มีแม้แต่มุมที่จะให้ช่างภาพถ่ายรูปให้เห็นสมาชิกทั้งหมดเลยค่ะ
คุณเยาวลักษณ์ หัวหน้าหน่วยงานให้ข้อมูลก่อนว่า: ตึกนี้รับผู้ป่วยหญิง ที่นี่จำนวนคนไข้จะเยอะมากๆ
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ บางที 90กว่าหรือร้อยกว่าปีก็มีค่ะ มีผู้ป่วยเด็กบ้าง และอยู่กันคราวละหลายๆ วัน อัตรากำลังก็ไม่ค่อยพอ Workload เกิน 100 ตลอด
ถึงคนไข้เยอะก็ยังทำงานได้อยู่ การสื่อสารข้อมูลก็ใช้เวลาในช่วงส่งเวรค่ะ
ดังนั้นเราเลยทำที่ทำงานให้เหมือนบ้าน ที่นี่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นในเรื่องการรับประทานมีกระทั่ง ตู้กับข้าวนะคะ
แล้วน้องๆ ก็ เริ่มเล่าถึงความประทับใจในการปฏิบัติงาน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มาเข้ารับการรักษาจากการ พลัดตกหกล้ม หรือปวดหลังค่ะ โดยเฉพาะช่วงฝนตก จะมีคนไข้มากเป็นพิเศษจากอุบัติเหตุหกล้ม ใช้เวลานานในการรักษา
ทางเราก็จะมีคำแนะนำให้แก่ญาติเพื่อช่วยกันในการดูแลผู้ป่วยเพราะด้วยธรรมชาติแล้วผู้สูงอายุจะไม่อยู่นิ่ง แถมบางคนดื้อมากอีกด้วย (แฮ่ม ขออนุญาตให้ข้อมูลจริงนิดหน่อยค่ะ )
มีความประทับใจในตัวอุ๊ย(คุณยาย)ที่อายุมากสุดที่เราเคยมี ค่ะ อายุ 107 ปี เพราะเป็นคนแก่ที่น่ารัก อารมณ์ดี เรียบร้อยเป็นที่รักของลูกหลาน ให้ความร่วมมือ เชื่อฟังเราดีมาก อุ๊ยและญาติก็ประทับใจในพวกเราที่ให้การดูแลดี
ตอนนี้ ยังนึกภาพออกเลยว่าอุ๊ย นอนอยู่เตียง 20 พวกเราเรียกคุณยายว่าอุ๊ยเตียงซาวค่ะ
ช่วงสงกรานต์ เราทำพีธีดำหัวให้ผู้ป่วยสูงอายุที่ตึกนี้ด้วยค่ะ เพราะลูกหลานบางทีมาหามาดำหัวยาก ก็เป็นพวกเราได้บุญ ได้รับพรจากผู้สูงอายุที่นี่ไปด้วย
ผู้สูงอายุที่นี่เป็นอนาคต เอามาเป็นบทเรียน ของเรา มีแก่มีเจ็บ เราอยากให้ยิ้มแย้ม แจ่มใสและอบอุ่นเมื่อมานอนป่วย
คุณเฉลิมชนม์ : คนไข้สูงอายุมักจะมีโรคแทรกซ้อนโดยเฉพาะโรคทาง MED เช่นโรคเบาหวานดังนั้นทางเราจึงมีการปรึกษากับหน่วยงานอายุรกรรมในการดูแลผู้ป่วย เลยพลอยทำให้พวกเรามีความรู้เกี่ยวกับโรคผู้สูงอายุ เสริมขึ้นด้วย
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็กนี่มักจะเป็นปัญหาคือเด็กไม่อยู่นิ่ง ร้องให้งอแงโดยเฉพาะเวลาที่จะให้น้ำเกลือ ยากค่ะ เราจะประสานงานไปที่ตึกกุมาร 3 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตึกกุมาร 3 ก็ให้ความร่วมมือดีมากคือตามมาแทงน้ำเกลือให้เด็กเลย ฝากไปขอบคุณทางตึกเด็กด้วยนะคะ
คุณทนพันธ์ : ได้มีการศึกษาและนำความรู้จาก Internet และห้องสมุดมาทำคูมือในการปฏิบัติงาน ด้วยและมีการอบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆให้แก่เจ้าหน้าที่เรา
คุณสุรีย์ : เมื่อก่อนเคยทำงานอยู่ศัลยกรรมประสาท มาอยู่ที่นี่ก็ไม่อยากย้ายไปไหนแล้ว ถึงคนไข้จะเยอะแต่ก็อาการไม่หนัก หายเร็วกว่าสมัยก่อน
แพทย์ก็มากกว่าเดิมและแพทย์น่ารักทุกคน (อันนี้ ทีมเวทีสัญจร ขอยืนยันค่ะ ตั้งแต่หัวหน้าแผนก นพ พีระ จนน้องหมอออร์โถที่มาใหม่สุด ก็น่ารักทุกคนเลย เคยได้ยินคำชมสม่ำเสมอจากแพทย์ รุ่นน้องๆว่าสอนดี ใจดีด้วย)
ถึงต้องทำงานดึกๆ ก็ยังอยากอยู่ที่หน่วยงานแห่งนี้ ทำงานเหนื่อยหน่อยแต่ก็มีความสุขเพราะนอกจากมีสวัสดิการที่ดี ทุกคนยังอยู่กันแบบพี่น้องเป็นกันเองค่ะ
คุณวีณา : เป็นการทำงานที่สนุกสนานมากค่ะ ทำมาได้ 4ปีกว่าเข้าปีที่ห้าแล้วตอนแรกที่เข้ามานี้ก็ว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วเหมือนกันเพราะคนไข้เยอะแต่ตอนนี้ไม่ย้ายแล้ว
คุณสุจินต์ (รองหัวหน้า): เดิมทำงานอยู่ที่งานผู้ป่วยนอกพอมาอยู่ที ตึกผู้ป่วย ก็เหมือนกับได้เริ่มงานใหม่หมดเลยค่ะบางเรื่องก็ต้องถามน้องๆค่ะ
ถึงจะมาย้ายมาใหม่แต่ก็รู้สึกภูมิใจมากค่ะที่คนไข้ที่เราได้ให้การดูแลหายป่วยซึงเค้าไม่ค่อยชมบ่อยนะคะ จะ เป็นของฝากกว่า บางครั้งคนไข้กลัวเราจะหิวเพราะเราทำงานกันเกือบตลอดเวลาเค้าก็จะซื้อของกิน ขนมมาฝาก
บางคนแก้ปัญหากระดูกแล้วและให้ย้ายไปอยู่ ตึก อายุรกรรมเค้าก็ไม่ค่อยอยากไปเพราะบอกว่าติดใจในการให้บริการของหน่วยงานเรา
คุณศิริโสภา : ย้ายมาทำงานที่นี่ตั้งแต่ 2538 แล้วค่ะ แต่ก่อนเคยทำที่กระดูกชายมาก่อน งานเหมือนที่นี่แต่กระดูกชายจะจะวุ่นวายกว่า เป็นโรคคนหนุ่ม พวกอุบัติเหตุรถ จะเยอะ
คุณชิดชนก : ตั้งแต่เรียนจบมาก็มาทำงานที่นี่ตลอดไม่ได้ย้ายไปไหน ถึงจะกลับไปเรียนมาแล้ว 2 รอบก็ กลับมา ไม่คิดที่จะย้ายด้วย เห็นความเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเช่น การรักษาก็ทันสมัยขึ้น เวลารักษาก็ลดลง
ปัจจุบันนี้ เรามีการดูแลแบบองค์รวม ค่ะ อย่างงาน HA นี่เราก็ทำโดยที่ไม่ได้แยกออกจากงานประจำนะคะแต่เป็นการนำHA มาทำร่วมกับงานประจำค่ะ
ที่นี่มี CPG(Clinical practice guide line- แนวทางการปฏิบัติเฉพาะโรค) 8 CPG แต่ใช้บ่อยมากๆ มี 3 เรื่อง ทุกเรื่องเราก็ Update แก้ไขเพิ่มเติมกัน ตลอด
นอกจากจะให้การรักษาเราก็มีการให้การป้องกันด้วย อย่างโรคที่เค้าเริ่มจะเป็นเราก็จะให้คำแนะนำในการป้องกันและการปฏิบัติตัว อยากจะเน้นพัฒนาตรง นี้ด้วย
รู้สึกภูมิใจค่ะที่เรามองงานด้านอื่นๆ ด้วยนอกจากการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว
AAR
เกินความคาดหมาย -
พยาบาลมาเยอะกว่าที่คิด-
ทุกคนกล้าพูดมาก ปกติไม่ค่อยเห็นพูด-
ได้รู้ถึงความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน-
ได้ทบทวนความรักในงาน ในเพื่อนร่วมงาน ปกติไม่ได้สารภาพกัน-
ได้รูจักเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นๆ-
รู้จักคนเพิ่มขึ้น-
คนเยี่ยมมาเยอะดี-
รู้สึกดีใจที่มีคนเป็นห่วง สนใจพวกเรา-
บรรยากาศอบอุ่นดี ไม่เครียด-
ได้ความรู้เพิ่มขึ้น-
ดีใจที่ทุกคนรักหน่วยงาน-
อยู่กันเต็มห้อง แคบหน่อย แต่ก็อยู่ด้วยกันตลอด
คุณหมอสุภัค ท่านสรุปว่า อยากให้อยู่กันด้วยความรู้สึกดีๆแบบนี้
ตอนเราทำ HA เราดู ตัวเลข จำนวน ตัวชี้วัด เราทำได้ดีแล้ว ตอนนี้อยากให้คงมันไว้ ทำต่อให้เป็นเรื่องเดียวกัน
ให้ทำงาน
เติมความรู้สึก เติมความรัก ความเป็นมนุษย์ มันจะเป็น HA ที่สมบูรณ์ เป็นคุณภาพ ที่สมบูรณ์แบบ
ให้เป็นแบบ
งานก็ได้ บุญก็ได้ มีความสุข มีความดี เป็นสังคมที่อบอุ่น-
ต่ำกว่าความคาดหมาย-
ตอนแรกๆ ทุกคนเกร็ง ตอนหลังก็ดีขึ้น
ถ่ายรูปหน้าตาเคร่งเครียดกันหมด-
(ลองดูรูปช่วงแรก Before สิ โห ซีเรียสจริงๆค่ะ )
สิ่งที่จะทำต่อไป- จะขอช่างถ่ายรูปมาช้าหน่อย จะได้รูปที่มีหัวเราะมียิ้มด้วย (ดูรูป After )
ฝีมือคุณ อำนวย หมอติ่งและหมอติ้งนะเนี่ย
อ่านแล้วก็อิ่มกออิ่มใจไปด้วยค่ะ คุณหมอหน่อย ขอบคุณมากๆที่เก็บเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง
เชื่อว่าคนในแวดวงสาธารณสุขนั้นมีความสุขกับการทำงานเพื่อคนอื่นอยู่แล้ว แต่ยิ่งงานมากขึ้นๆ บางครั้งเราก็ลืมความตั้งใจเดิมๆที่เคยมี เปลี่ยนวัตถุประสงค์จากทำอย่างมีความสุขทั้งเราและผู้รับบริการ เป็นว่าทำให้เสร็จให้ได้ ทั้งๆที่แม้เราจะไม่รีบร้อนมาก แต่ส่งใจ รับใจ ทำด้วยใจ งานก็อาจจะเสร็จช้าลงหน่อย แต่ระหว่างทางเราก็จะมีความสุขอยู่ตลอดเวลา
ได้เห็นตัวอย่างของคนทำงานที่ทำงานอย่าง overload แต่มีความสุขเช่นนี้ คนที่อยู่ในสภาพเดียวกันก็คงจะได้นำไปทำตามบ้างล่ะค่ะ โรงพยาบาลรัฐบ้านเราทุกๆที่ก็คงจะตกอยู่ในสภาพนี้กันทั้งนั้น ฝากชื่นชมชาว"ตึกกระดูกหญิง" ทุกๆท่านด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำเรื่อยๆไปค่ะ
อ โอ๋ ที่รัก
สำคัญมากๆเลยที่อ โอ๋เน้น ว่า
คน สาธารณสุขเรามักจะลืมจริงๆค่ะ ว่า ทำงานเพื่อคนอื่นอยู่แล้ว
พองานมากขึ้นๆ กลายเป็นทำให้เสร็จให้ได้ ลืม ให้เสร็จช้าลงหน่อย
แต่ระหว่างทางเราก็จะมีความสุขอยู่ตลอดเวลา
อีกอันที่ชอบมากคือ
ส่งใจ รับใจ ทำด้วยใจ
แล้วชอบมากๆ อีกวลีที่อาจารย์ เน้น
ทำงานอย่าง overload แต่มีความสุข