นี่ถ้าวันนี้ได้อยู่ที่บ้านก็ดีน่ะสิ

บันทึกนอกรอบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                </p><p>ขณะที่ผมกำลังเรียนอยู่ที่สิงคโปร์อยู่ในขณะนี้นั้น ลูกและเมียก็เฝ้ารออยู่ที่บ้าน</p><p>หาดใหญ่ </p><p>ย้อนหลังไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (23 ตุลาคม 2548) จิ๋ม ภรรยาของผมรู้สึกอึดอัดที่มดลูกของเธอเหลือกำลัง วันนี้นี่ก็ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 37 พอดีไม่ขาดไม่เกิน เธอรู้สึกว่ามดลูกมันบีบรัดตัวถี่ขึ้นหลังจากที่ผมให้เธอหยุดกินยาต้านการหดรัดตัวของมดลูก ก็เธอเล่นเจ็บครรภ์ตั้งแต่ไก่โห่มานานประมาณเดือนกว่าๆแล้ว แต่ไหนๆวันนี้ก็เข้าสัปดาห์ที่ 37 เลยให้หยุดกินซะเลย และก็ได้ผล มดลูกของเธอก็เริ่มบีบขึ้นมา เช้าวันนั้นผม เมีย และแป้ง ไปกินแต่เตี้ยมแถวๆจันทร์สว่าง แต่เมื่อไปถึงร้าน จิ๋มก็หยุดเดินเสียเฉยๆ น้องจ้ามันอยากจะออกแล้วมั้งพ่อ เมียผมเปรย ทนไหวไหมแม่”“ไหว นั่นคือคำตอบของเธอ แต่ฟ้าไม่เป็นใจ ร้านนี้ช่างมีคนมากเหลือเกิน เราไม่มีที่นั่งเลย จึงเปลี่ยนแผนไปกินบะกุ๊ดเต๋ที่ร้านทิพย์นรินทร์กันดีกว่า </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>ที่หน้าร้าน จิ๋มก็ไม่ยอมก้าวขาออกไป ก็มันปวดท้องนี่นา แม่ไหวมั้ย”“สงสัยไม่ไหวแล้วพ่อ”“อยากคลอดวันนี้มั้ย พ่อไม่อยากให้แม่กินยาต่อแล้ว ลูกมันคงอยากออกมานะแม่นะตกลงว่าเช้านั้นก็ไม่ได้กินอะไรเลย พี่แป้งออกจะงงในช่วงแรก แต่เมื่อเราบอกว่า วันนี้ลูกจะได้เจอน้องแล้วนะ เธอนี่ยิ้มจนเหงือกบานไปเลย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>ผมก็รีบโทรศัพท์หาอ.กวง (อ.เรืองศักดิ์) เพื่อบอกว่าสงสัยจิ๋มจะต้องคลอดแล้ว และเนื่องจากท้องที่แล้วเมียผมต้องผ่าเอาลูกออก ครั้งนี้เราจึงต้องผ่าอีกหน อ.กวงมาเยี่ยมแล้วบอกว่า ได้คลอดวันดีเลย ผมเลยนึกขึ้นมาได้ว่า วันนี้เป็นวันปิยะมหาราชนี่นา </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>น้องจ้าออกมาดูโลกเวลาบ่ายโมงครึ่ง แป้งไม่ยอมเข้ามาดู ทั้งๆที่ตอนแรกคุยไว้เป็นดิบดี พ่อของลูกเป็นหมอผ่าตัดมือ 2 เพราะคงจะเหมือนเดิมคือ มือสั่น ก็เป็นจริงอย่างว่าเลยเชียว เพราะทันที่ที่พ่อควักเอาหัวลูกออกมาจากมดลูกแม่ได้ ดูดน้ำคร่ำออกจากปาก ดึงไหล่และตัวออกมา หนีบและตัดสายสะดือเสร็จ ก็หมดแรงไปเลยทีเดียว ต้องให้หมอสมนึก ลูกศิษย์เข้ามาช่วยแทน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>ลูกพ่ออกมาตัวนิดเดียว 2590 กรัม เกือบจะเป็นทารกน้ำหนักตัวน้อยไปแล้ว ป้าสุ (หมอสุภาพร) มารับลูกพ่อเหมือนเคย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>ราวๆชั่วโมงหนึ่ง ป้าสุก็โทรมาบอกว่า จ้าไม่ค่อยแข็งแรง เพราะหายใจเร็วยังกะรถด่วน เลยต้องสังเกตอาการระยะหนึ่ง พ่อก็รอๆๆๆๆ ผ่านไป 3 ชั่วโมงป้าสุก็โทรมาหาอีกครั้ง บอกว่าสงสัยลูกพ่อจะเป็น TTNB (transient tachypnea of newborn) ซึ่งพบได้ในทารกคลอดทางหน้าท้องและออกก่อนกำหนดเล็กน้อย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ใช้เวลาราวๆ 3 วันใน NICU พ่อก็หวังว่าคงแค่นี้นะลูก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p></p><p>ปัญหาดูเหมือนจะไม่หมดสิ้น เพราะ 2 วันหลังจากนั้น ป้าวาริชาบอกว่าสงสัยจ้าจะมีการติดเชื้อที่สายสะดือ ต้องฉีดยาทางหลอดเลือด พ่อนี่แทบจะร้องไห้ (แต่แม่ร้องจริงๆไปแล้ว) เราต้องทนดูลูกถูกฉีดยา cloxacillin ที่แสนจะแสบหลอดเลือด เส้นแตกแทบทุกทีที่ฉีดยา แทงเข็มใหม่เกือบทุกครั้ง ฉีดมาได้ 3 วันพ่อก็รีบไปดูการเพาะเชื้อในเลือด เมื่อพบว่าไม่มีเชื้อขึ้น จึงให้หยุดฉีดในวันที่ 3 แล้วเราก็กลับบ้านกันในวันที่ 5  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">นี่คุณจ้าอายุครบ 2 ปีแล้วนี่นา มันช่างเร็วเสียนี่กระไร ปีนี้พ่ออดฉลองกับลูก เลยบอกแม่ไปว่า เดี๋ยววันเสาร์จะซื้อเค้กก้อนเล็กๆมาเป่ากันที่บ้าน ปีที่แล้วลูกยังไม่รู้จักการเป่าเทียนเลย อยากรู้นักว่าเสาร์นี้จะเป่าเป็นไหม สุขสันต์วันเกิดนะลูกพ่อ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>จ้า