เช้าเวลา 08.00 น. ของวันที่ 18 ตค. 50 ผมและคณะกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมการในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม พวกเราเกือบสามสิบชีวิตในจังหวัดชุมพรจากทุกอำเภอได้เดินทางไปยังเกาะพิทักษ์ อ.หลังสวน ซึ่งเป็นสถานที่จัดสัมมนามีผู้ใหญ่อำพล ( ใหญ่หรั่ง) เจ้าบ้านให้การต้อนรับเป็นอย่างดี กระบวนการการประชุมมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
หนึ่งทักทายโอภาปราศัยกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ทำความเข้าใจกับคำว่า มาตรฐานสวัสดิการสังคม ในมุมมองของทุกคน และทั้งสองคำนี้มันควรจะเป็นอย่างไรในความเข้าใจของทุกคน โดยให้ผู้เข้าร่วมทุกคนบันทึกความคิดลงบัตรคำ .... ทุกคนขมักเขม้นคิดกันใหญ่ แล้วจึงนำมาเสนอประมวลแลกเปลี่ยนกันและพัฒนาคำจำกัดความร่วมกัน " มาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม คือ ระบบการดูแล ช่วยเหลือ เกืื้อกูล พัฒนาสวัสดิการให้เข้าถึงกลุ่มคน ตามบริบทและวัฒนธรรมท้องถิ่น "
สองได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายว่าสวัสดิการสังคมของคนชุมพรควรจะเป็นอย่างไร ?
สามทุกคนได้ร่วมกันบอกเล่าประสบการณ์ของตนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคม สรุปไดว่า มีทั้งหมด 5 รูปแบบ หนึ่งสวัสดิการที่ใช้ฐานของกองทุนการเงิน สองสวัสดิการที่ใช้ฐานของทรัพยากร ( ป่าชุมชน / ป่าชายเลน / แม่น้ำลำคลอง ) สามสวัสดิการที่เป็นการช่วยเหลือต่อกันในชุมชนท้องถิ่น สี่สวัสดิการทางด้านประเพณีวัฒนธรรม ห้าสวัสดิการในรูปแบบสงเคราะห์ ( ที่ราชการทำ)
สี่ทุกคนลองคิดต่อไปว่าหากจะเป็นดั่งที่หวังต้องทำอย่างไร ใครทำหรือเกี่ยวข้องอย่างไร และความสำเร็จของแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งที่บ่งบอก /ตัวบ่งชี้ว่าสำเร็จ
- กลไกในการจัดสวัสดิการสังคมเป็นใครบ้าง และควรเป็นอย่างไร ? ( หน่วยงานหรือองค์กร / อปท. / ชุมชนท้องถิ่น )
สรุปว่าหนึ่งวันกับเกือบหนึ่งคืน และจากประสบการณ์การทำงานเป็น 10 - 20 ปีของพัฒนากลุ่ม / ชุมชน จากแกนนำกลุ่ม/ชุมชน ก็เป็นกรอบเค้าโครงของ มาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมชุมพร
ที่สิ่งที่สำคัญทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง ที่แฝงฝังอยูู่๋ในตัวตน การฝึกกระบวนการสนทนาซึ่งต้องมีการลำดับความคิด แล้วพูดอย่างมีสติ เคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน คิดกลับไปกลับมา คิดซับคิดิซ้อน เชื่อมโยงกับกรณีและสถานการณ์อื่น ๆ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้เป็นวันที่ใช้สมองมากที่สุดเท่าที่เคยมีการประชุมมา และคิดกันอย่างสนุกสนานไม่เหน็ดเหนื่อยหรือล้าสมอง นั่นเพราะ พวกเรานั่งอยู่ในสถานที่บรรยากาศเปิดกว้าง ในโฮมเสตย์ มองออกด้านหน้าก็เห็นทะเล ด้านหลังเห็นภูเขาและสวนมะหร้าว .... จึงจะทำให้ความคิดมันกว้าง เปิดอก เปิดใจ พูดคุยกับตนเอง กับเพื่อนพ้อง ญาติมิตรที่รู้ใจ มันจึงสนุกกับการเรียนรู้ ..........
สวัสดิการชุมชน การที่ใครสักคนหนึ่งจะได้รับสวัสดิการนั้น แต่ก่อนคนๆนั้นจะต้องเป็น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือไม่ก็ลูกจ้างเงินเดือนบริษัทใหญ่ๆ มาเดี่ยวนี้ชาวบ้านตาดำๆที่เป็นเกษตรกร ซึ่งไม่เคยมีวันหยุด ไม่มีเสาร์ อาทิตย์ ไม่มีวันเกษียน ถ้าเกิดเจ็บไข้ไม่สบายขึ้นมา ก็สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ นี่เป็นปรากฏการณ์เล็กๆที่เกิดขึ้นในชุมชน ที่จะต้องช่วยกันขยายผลต่อไป