บันทึกแรกของสมุดบันทึก "มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ"
ชื่อสมุดบันทึกใช้เวลาในการคิดอยู่หลายวัน กว่าจะเปิดสมุดบันทึกเล่มใหม่นี้ขึ้นมาเพิ่มเป็นเล่มที่ 4 ใน Gotoknow
ทำไมต้องเป็น "มหาวิทยาลัยชายเขา" ?
มหาวิทยาลัยชายเขา ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อยู่บริเวณที่เรียกว่า ที่ราบเชียงใหม่-ลำพูน ขนาบด้วยภูเขาและดอยสองข้าง
วิทยาเขตหลักของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อยู่ในตัวอำเภอเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็น "เทศบาลนคร"
ถ้าจะให้เรียก "มหาวิทยาลัยตีนดอย" ก็ไม่สามารถเรียกได้ เพราะมีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งได้ตั้งอยู่และคนทั่ว ๆ ไป ก็เรียกกันจนติดปากไปแล้ว
อีกประการ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ตั้งอยู่ไม่ไกลทางขึ้นดอยเท่าไหร่นัก จึงขอเรียกมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่า "มหาวิทยาลัยชายเขา" (หรือเรียก ชายดอย ก็ย่อมได้ ภาคเหนือเรียก "ภูเขา" ว่า "ดอย")
ทำไมต้องเป็น "ของคนชายขอบ" ?
"คนชายขอบ" หมายถึง คนที่อาศัยอยู่บนดอยสูง ยิ่งไปกว่านั้นยังอาศัยอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า, ไทย-ลาว นักวิชาการจึงมักเรียกคนแถวนั้นว่า "คนชายขอบ"
เมื่อรวมคำกันจึงเป็น "มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ" ?
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ปี ๆ หนึ่ง มีนักศึกษาราว 20,000 คน ซึ่งถือเป็น มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่เหมือนกัน แต่พื้นที่เล็กเท่ามดอยู่
นักศึกษาที่มาเรียนส่วนใหญ่ แบ่งออกได้หลายประเภท เช่น
- นักศึกษาที่ไม่สามารถ En't ติดมหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้
- นักศึกษาที่เรียนจบจาก ปวช. ปวส. มาขอเรียนต่อเนื่อง เพื่อให้ได้วุฒิปริญญาตรี
- นักศึกษาที่ขาดโอกาส มีฐานะยากจน มีทั้งคนพื้นราบ และคนที่อยู่พื้นที่สูง เช่น บนดอยที่อยู่ห่างไกลออกไป
- นักศึกษาที่เป็นชาวเขาโดยกำเนิด มาเรียนหนังสือบนพื้นฐาน ฝันอยากเป็นครู แล้วจะกลับไปสอนหนังสือที่บ้านเกิด
- นักศึกษาที่ความฉลาด ความมุมานะ ไม่ถึงขั้นมาตรฐานของชาติ
- นักศึกษาที่ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย
โอ๊ย ! พอก่อนครับ ... สรุปได้ว่า ... มหาวิทยาลัยสำหรับคนขาดโอกาสทุกสถานะครับ
แต่ผมก็ภูมิใจนะครับที่ได้มีโอกาสสอนพวกเขา โดยเฉพาะพวกคิดดีทำดี และเขา (ชาวเขาชาวดอยของคนพื้นราบ) นั้น ก็คือ ลูกศิษย์ของผม
จึงขออนุญาตชุมชนแห่งนี้ ขอเปิดสมุดบันทึกเล่มนี้อย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้
เย้ !!!!
สวัสดีค่ะอาจารย์
เข้ามาวัน "เปิดมหาวิทยาลัย" พอดีเลย ด้วยความสนใจในชื่อ "มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ" เลยได้ทราบว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีที่มาของการตั้งชื่ออยู่ (แท๊น แท้น) แต่ยังไม่รู้เลยว่าเขาสอนอะไรบ้าง ยังไงขออนุญาตติดตามต่อนะคะ
สวัสดีครับ ... คุณดอกไม้น้อย
แต่ก็ขอบคุณด้วยใจจริงครับ
ขอให้กำลังใจ
ในการเปิด มหาวิทยาลัยชายเขาครับ
ขอบพระคุณ … ท่าน ผศ. นิรันดร์ กุลฑานันท์ ที่ให้เกียรติครับ :)
เป็นลูกศิษย์อาจารย์ด้วยคนนะคะ
เข้าข่ายหรือครับ คุณ ทรายชล อิ อิ
ขอบคุณที่ให้เกียรติ ครับ :)
ไม่มีใครแก่เกินเรียน และก็เรียนทางไกลผ่านสายลมและหมอก ได้ใช่ไหมคะอาจารย์
กลัวตกขอบ เลยต้องตามมาแอบดูด้วยคนค่ะ
:)
Life Long Learning สโลแกนใน พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ไงครับ
เรียนทางไกลผ่าน "สายลมและหมอก" อีกด้วย โรแมนติกนะครับ
เหมือนส่งใจไปให้ ยังไงก็ไม่รู้ ครับ คุณ ทรายชล :)
แอบขอบคุณ คนมาแอบดูครับ คุณ ครูปู :)
แอบมา ชม เงียบๆ ค่ะ
แบบช่วงนี้เน็ตล่มบ่อย
กลัวๆ ... คลื่นแรง
...
คิดถึง ม.ชายขอบ
อดีตเด็กหญิงขอบ
หาก มรภ. ยังยึดแนวคิด การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ได้เยี่ยมเลยครับ แต่ช่วงหลังมีการทำธุรกิจมากขึ้น เพื่อแข่งกับ มหาวิทยาลัยที่มีฐานเดิมเข้มแข็งอยู่แล้ว...
แบบนี้ นอกจาก มรภ.จะแพ้ราบคาบ ทุกข์และขยะความคิด ผ่านช่องทางธุรกิจทางการศึกษา พุ่งเข้าสู่สังคมชายขอบ กระหน่ำซ้ำเติมมากกว่าเดิม
ที่ว่าให้โอกาสคนที่ด้อยโอกาส...โดยการเปิดสาขาใหม่ๆ ในพื้นที่ใหม่ ภายใต้แนวคิดที่ดีขนาดนั้น ในการปฏิบัติจริง แฝงด้วยผลประโยชน์บนการสร้างคุณค่าให้ปริญญาบัตร
ผมขอเขียนเรื่องจริงตามความคิดของผมนะครับ
แต่...
สถาบันการศึกษา ภายใต้ชื่อ "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" มีเรื่องราวดีๆอีกมากมายครับ แต่สิ่งที่หยิบยกมาเขียนบนย่อหน้าข้างบนนี้ ขอบอกว่าเป็นความเจ็บปวดของคนรากหญ้าแบบผมนะครับ
ขอบคุณครับ คุณ poo เด็กหญิงขอบทะเล :)
คลื่นรักแรงหึง ใช่ไหมครับ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
บันทึกนี้อายุ 1 ปีกว่า ๆ แต่เนื้อหายังคงเดิม ครับ (เพราะได้อธิการฯ คนใหม่ แต่ชื่อเดิม)
ระยะนี้เป็นช่วงการเลือกคณบดีคนใหม่ของคณะผลิตครู ครับ
เล่นการเมืองกันหยดติ๋ง ... ไม่ได้ห่วงอนาคตตัวเองมากเท่ากับห่วงอนาคตเด็กชายขอบที่กำลังจะเข้ามาเรียนที่นี่ครับ
วันนี้ได้ไปนั่งฟังวิสัยทัศน์ของผู้เสนอตัวเป็นคณบดี ก็ได้เห็นมุมมองที่หลากหลาย ได้เห็นอะไรใหม่กับการผลิตครู การอุดช่องโหว่ของความเลวร้ายที่ผ่านมา
หากคณะผลิตครูได้ทำความเข้าใจพื้นที่ชุมชนเสียบ้าง ใช้ความร่วมมือมากกว่าการแข่งขันเปิดสาขาโน้นนี้ เพื่อหาเงิน
อะไร ๆ คงจะดีขึ้นครับ
ยินดีพูดตรงไปตรงมาครับ
ผมยึดถือ "ความถูกต้อง" มากกว่า "ชื่อสถาบัน" ครับ :)
ขอบคุณมาก ๆ ครับ
ลืมดูวันโพสบันทึกนี้...
แต่ ดีมากๆเลยครับ :)
วันและเวลาไม่สำคัญเท่ากับความจริงใจของคุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ครับ (คมไม๊ครับ อิ อิ)
ขอบคุณครับ
อืมม์...บาดลึกเลยละครับ!!!
555 ขอบคุณครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ... หาทิงเจอร์ไอโอดีน ด่วนครับ !!!
... ๕ ๕ ...
เป็นแฟนพันธุ์มานาน เพิ่งเจอคำเด็ด บาดใจค่ะ
.. ผมยึดถือ ความถูกต้อง มากกว่า สถาบัน ...
เดือนก่อนมีน้องเค้าโทรมาคุยเรื่องสอบป.โทค่ะ
เธอสองจิตสองใจ รักพี่เสียดายน้อง ...
ไปม. ใหญ่ของรัฐ หรือม. เล็ก ใกล้บ้านดี
ให้แนวๆ ไป แบบอ. เสือพูดแหละคะ
... เรียนที่ไหนก็ได้ หากเราตั้งใจจริง ...
เป้าหมายคือการเรียนรู้ มิใช่ ยี่ห้อปริญญาบัตร
...
ยังไง ก็คิดถึง ม.เชิงดอย ม.ชายขอบค่ะ
ผมขอติดตามด้วยคนครับ