<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ท่านเห็นด้วยกับผมไหมครับว่า . . . ไม่ว่าทฤษฎีการพัฒนางานหรือหลักการบริหารในปัจจุบันจะพัฒนาไปสลับซับซ้อนมากมายสักเพียงใด แต่ก็มักจะไม่หนี “หลักใหญ่” ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนสามขั้นตอนที่เป็นวงจรเกี่ยวเนื่องกันดังแสดงไว้ข้างล่างนี้:</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 1.วางแผน (คิด) à 2.ทำ à3.ติดตาม (เรียนรู้)แล้วก็วนกลับมาที่ 1 หรือ 2 ไปเรื่อยๆ</p> ซึ่งก็คือการเริ่มต้นด้วยการวางแผน คือพยายามคิดไว้อย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะเริ่มดำเนินงาน หลังจากนั้นก็ติดตามงานโดยมีการเรียนรู้ควบคู่กันไป ทำให้ได้รู้ว่าจะต้องพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรในรอบถัดไป . . . แต่ทำไมสิ่งที่ดูง่ายๆ นี้กลับมีปัญหา ผมว่าคงเป็นเพราะเรา “ตกร่อง” ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ดังกรณีต่อไปนี้: <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>กรณีที่ 1: ตกร่องของการคิด (ขั้นตอนที่ 1) คือเอาแต่ คิด คิด คิด . . . วางแผน ๆ ๆ ๆ . . . พูดกันไป พูดกันไป . . . แต่ไม่เคลื่อนไปสู่การกระทำ . . . พูดมาก คิดมาก ประชุมมาก . . . ยิ่งคิด ยิ่งพูด ยิ่งประชุม ก็ยิ่งขัดแย้ง . . . หลายแห่ง “วงแตก” ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำด้วยซ้ำไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>กรณีที่ 2: ตกร่องของการทำ (ขั้นตอนที่ 2) คือเอาแต่ ทำ ทำ ทำ . . . ทำอย่างหัวปักหัวปำ แต่ก็ไม่ไปไหน ไม่ได้มีการวางแผน ไม่มีการคิดไว้ล่วงหน้า (ขาดขั้นตอนที่ 1) ทำแบบประเภทที่เรียกว่า “เสี่ย (เตี่ย) สั่งมาลุย” ทำไปแล้วก็ไม่เคยรู้เลยว่าที่ทำไปนั้นมีจุดอ่อนอะไร ควรปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง (ขาดขั้นตอนที่ 3)<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>กรณีที่ 3: ตกร่องของการเรียน (ขั้นตอนที่ 3) คือได้แต่ เรียน เรียน เรียน . . . เรียนไป เรียนไป . . . จนตกอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยทฤษฎีและหลักการ เต็มไปด้วยวิชาความรู้ แต่เป็นวิชาความรู้ที่อยู่อย่าง “ลอยๆ” ไม่สามารถนำไปปรับใช้ได้ จนตัวเองกลายเป็น “เจ้าทฤษฎี เจ้าหลักการ” ไปโดยไม่รู้ตัว ขาดโอกาสที่จะได้ปฏิบัติ ทำให้ไม่ได้สัมผัสกับโลกแห่งความเป็นจริง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>หากท่านรู้ว่าท่านตกอยู่ในร่องไหน . . . ก็ต้องหาทางให้หลุดออกมาจากร่องนั้นด้วยตัวท่านเองนะครับ เรื่องพรรค์นี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเฉพาะตัวที่แต่ละท่านจะต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง ทำนอง “ตัวใครตัวมัน” นั่นแหล่ะครับ . . . ผมเองไม่รู้ว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร เพราะผมเองก็ยังไปไม่ถึงไหน ยังเอาตัวลงไปอยู่ในร่องค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน!!
1.คิด 2.ทำ 3.เรียนรู้ . . . ของท่านอยู่ร่องไหน?
. . หากท่านรู้ว่าท่านตกอยู่ในร่องไหน . . . ก็ต้องหาทางให้หลุดออกมาจากร่องนั้นด้วยตัวท่านเองนะครับ เรื่องพรรค์นี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเฉพาะตัว..
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
รักษฎาภรณ์ · 17 ต.ค. 2550
จอหงวน · 17 ต.ค. 2550
เกษตรยะลา · 17 ต.ค. 2550
เก็จถะหวา · 17 ต.ค. 2550
สิริกาญจน์ · 17 ต.ค. 2550
เรียน อ.ประพนธ์ค่ะ
สวัสดีครับท่าน “คนชอบยิง” เอ๊ย! “คนชอบวิ่ง” . . . ผมชอบมากครับ "เล็ง-ยิง-ปรับ" ช่างสอดคล้องกับ "คิด-ทำ-เรียน" ซะจริงๆ เพียงแต่ของท่านทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น . . . ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณที่ คุณติ๋ว ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นมาว่า ตอนที่เรา "ตกร่อง" มีคนจ้อง "เอาดินมากลบ" นั้นเป็นอย่างไร สังคมไทยมีตัวอย่างให้เห็นมากมายในเรื่องนี้
ตกลง อ.นก ไปอยู่การบินไทยแล้วเหรอ. . แซวเล่นเพราะเห็นภาพที่นำมาใส่ไว้เป็น พนง.การบินไทย!
ดีใจที่ อ.ลูกหว้า ชอบบันทึกนี้ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะครับ
สวัสดีครับ
จริง ๆ แล้ว เราควรตกทั้งสามร่องใช่ไหมครับ แต่ที่สำคัญเราน่าจะรู้ก็คือ
"เมื่อไหร่ที่ควรจะขึ้นจากร่องหนึ่งไปสู่อีกร่องหนึ่ง" อย่างเช่นว่า เราควรตกร่องการเรียนก่อน ผมอาจจะเรียกการตกร่องว่า "การจดจ่อ" เอาแบบหัวปักหัวปำเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อรู้ว่าแตกฉานในการเรียนแล้ว ควรจะขึ้นจากร่องการเรียน สู่การคิด และร่องการลงมือทำตามลำดับ
แต่คงไม่ใช่กฏตายตัวหรอกครับ แล้วแต่"ตัวใครตัวมัน" จริง
ง่าย ๆ ก็น่าจะเป็น "พอเพียง" ในแต่ละร่อง ขึ้นและลงอย่างเหมาะสม
ขอบคุณครับ ที่ทำให้รู้ตัว เพราะผมเองก็ติดร่องบ่อยเหมือนกันครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับที่เตือนสติให้กลับมาดูทบทวนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าตกร่องอยู่หรือเปล่า
ผมตกร่องที่สามครับ
ขอบคุณทุกๆ ท่านครับ
สำหรับผมประเด็นที่สำคัญก็คือ . . . ต้องทำทั้งสามอย่างให้เวียนวนหมุนไปอย่างไม่จบสิ้น . . . ต้องระวังตัวไม่ให้ตกอยู่ในร่องใดร่องหนี่งนานจนไป ก็อย่างที่ท่านทั้งหลายกล่าวมานั่นแหละครับ
สำหรับผมถ้าเผลอเมื่อไร ก็มักจะตกไปร่องที่หนึ่ง หรือไม่ก็ร่องที่สามครับ
เป็นหลักการพื้นฐานที่รวมเอาทุกหลักการไว้จริงๆครับ
สำหรับกระผมคิดว่าถ้าเราเอาใจใส่กับการตกร่องทุกร่อง เราก็จะได้ความเข้าใจ นำไปสู่การพัฒนาต่อๆไปจริงหรือเปล่าครับ