จากการประชุม KM เห็นควรต้องเริ่มทำ blog เพื่อจะสรุปแนวคิดของตนเองค่ะ ก่อนความรู้ที่ได้มาจะกระจัดกระจายและหายไป กับกาลเวลา เหมือน 4 ปีที่เรียน มา ได้แค่ DATA แต่ไม่ได้ INFORMATION ค่ะ
สรุป เกี่ยวกับ LEARNING คืออะไรนะคะ
To accumulate knowledge การสะสมความรู้
A Child in a doorway มีความสงสัยอยู่ตลอดเวลา เหมือนเด็กที่คอยแต่จะแอบดู เปิด ปิดประตู เข้าๆออกๆ ค่ะ
Flying to practice / constantly นกที่โบยบิน ออกจากรังได้เอง
Youth ความอ่อนเยาว์ ที่สามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันแก่ค่ะ คำสรุปนี้อาจารย์เค้าแปลมาจากตัวหนังสือภาษาจีนที่มีควาหมายว่าการเรียนรู้ ภาษาจีนนี่ช่างมีความหมายในตัวเองจริงๆนะคะ จากวัฒนธรรมของคนจีนบางทีบอกอะไรเราได้หลายอย่างค่ะ ไม่ได้บอกว่าคนไทยเราไม่มีการเรียนรู้ หรือเรียนรู้ด้อยไปกว่าคนจีนนะคะ แต่เค้าเป็นนักพัฒนาที่มีการปรับตัวได้ทุกสถานการณ์จริงๆ ไม่ว่าจะไปอยู่พื้นที่ใด แห่งไหนของโลกค่ะ
    การหาปัญหาเพื่อจะทำ KM นั้น สรุปรูปแบบ ออกมาได้คือ
1. what is it? ดูสถานะปัจจุบันของเราว่าเป็นอย่างไร มีการทบทวนสถานะเบื้องต้น ของปัญหา
2. what it should be ? แล้วสิ่งที่คาดหวัง หรือควรจะเป็นอย่างไร ได้สมการของปัญหาคือ (what it should be - what is it)x concern (ความตระหนัก เป็นห่วงในปัญหานั้นๆ)
อาจารย์เปรียบเทียบปัญหาปารกฏการณ์ เปรียบเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่มีฐานรากมาจาก pattern (รูปแบบซ้ำซากจำเจที่เคยเป็นอยู่ )ฐานชั้นต่อไปคือ structure (โครงสร้างองค์นั้นๆ ที่ทำให้มันเป็นปัญหา)ซึ่งสุดท้ายรากเหง้าของน้ำแข็งก็คือ Mental model (การวางแบบแผนที่ก่อปัญหาถาวร)เช่น ปัญหาน้ำท่วมสมุทรปราการ มาจาก pattern คือ การทำให้แผ่นดินทรุด ซ้ำๆๆ จากปัญหา เราน่าจะได้คำถามออกมา เป็นคำถามหลัก คือเนื้อเรื่องของปัญหาหลักๆ ใหญ่ๆ และคำถามรองซึ่งเป็น คำถามย่อยๆ ที่จะช่วยตอบปัญหาของคำถามหลัก การสงสัย … ยิ่งทำให้ความรู้มันแน่น วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน  เดี๊ยวพรุ่งนี้จะสรุปรวมกับวันนี้ตอนบ่ายนะคะ