Jurong Secondary School สุดยอดโรงเรียน ICT ภาคตะวันตกของสิงคโปร์

 

        เมื่อเดือนเมษายน รมว.ศธ.ของไทย(ศ.ดร.วิจิตร  ศรีสะอ้าน) ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนจูล่งแห่งนี้ จึงได้ปรารภกับ เลเขาธิการ กพฐ. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ให้คัดผู้บริหารโรงเรียนในฝันจำนวนหนึ่งที่มีความโดดเด่นด้านICT ทุกภาคของไทยเป็นตัวแทนโรงเรียนนำร่องไปศึกษาการดำเนินงานด้านICTเพื่อจัดการเรียนการสอนนำมาปรับใช้กับโรงเรียนในประเทศไทย  คณะเราทั้ง ๒๐ คน จาก ๑๖ โรงเรียนจึงได้เดินทางไปที่นี่ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจาก ผอ.สำนักนวัตกรรมการการจัดการศึกษา ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า เป็นผู้หางบประมาณให้

     เราตื่นเต้นที่ได้เข้าเยี่ยมชมในเวลา ๑๐.๐๐-๑๑.๓๐ น.ของวันที่สองของการดูงาน ๒๕ กันยายน (พอดูจริงเราใช้เวลาเป็นจนเกือบเที่ยง) ช่วงที่เราดูงานนักเรียนกำลังสอบจึงไม่ได้พบนักเรียนแม้แต่คนเดียว ในภาพที่เห็นเป็นภาพสแกนมาจากเอกสารที่มอบให้พวกเราทุกคน ครูใหญ่ นางสาว Tham Yoke Chun เป็นคนเก่ง อายุยังไม่มาก บรรยายแนะนำโรงเรียนและให้เกียรติพวกเราเพราะท่านทราบที่มาของพวกเราในฐานะตัวแทนกระทรวงศึกษาฯของไทย เช่นเดียวกับวันนี้มีผู้แทนกระทรวงศึกษาฯของสิงคโปร์มาสังเกตการณ์ด้วย     ต้อนรับพวกเราอย่างสมเกียรติมาก มีป้ายชื่อติดไว้บนโต๊ะให้ทุกคน จัดเครื่องดื่ม อาหารว่าง และการ์ดยินดีต้อนรับเราเหมื่อนแขกวีไอพี

      ความโดดเด่นที่นี่และเป็นจุดสำคัญที่ รมว.ให้เราได้ศึกษา คือ การที่โรงเรียนสามารถนำนโยบายสู่การปฏิบัติจากการที่ นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง ได้กล่าวไว้ในวันชาติของสิงคโปร์ ปี 2004 สรุปได้ว่า "หากต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้มาก ๆ ครูจะต้องสอนน้อยลง" จึงเป็นที่มาของ key word ที่ว่า Teach Less Learn More (TLLM) หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่นี่จึงใช้ ICT เป็นตัวนำในการจัดการเรียนรู้ และมุ่งเน้นให้นักเรียนปฏิบัติจริง เราได้ฟังการบรรยายที่เห็นภาพชัดเจนของคำว่า"นักเรียนเป็นศูนย์กลาง" คืออย่างไร ครูจะเป็นโค้ช และFacillitator ให้แก่นักเรียน ความโดดเด่นที่เราได้ชมอย่างจุใจ ๒ ห้องปฏิบัติการ คือ

  • Pulse Studio เป็นสตูดิโอแยกเฉพาะขนาดจุคนได้ ๘๐-๑๐๐ คน เป็นห้องมืด เก็บเสียง มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย สามารถตัดต่อรายการข่าวสดได้ มีฉากผ้าสีเขียวที่ใช้ในการทำเอฟเฟคการซ้อนภาพฉากหลัง มีเครื่องตัดต่อภาพ มีพื้นที่ให้นักเรียนได้ซ้อมการแสดง การประชุม มีแสตนด์ให้นั่งชมการถ่ายทำ (ตามภาพที่เรากำลังฟังครูบรรยายสรุปให้ฟังในภาพเล็กด้านล่างซ้าย) เราได้ชมวีดีโอตัวอย่างที่ตัดต่อเสร็จแล้วเมื่อครั้ง รมว.วิจิตร ศรีสะอ้านมาเยี่ยมที่นี่ ที่สุดยอดคงจะเป็นรายการข่าวที่นักเรียนตัวเล็ก ๆ กำลังสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง เกี่ยวกับ เรื่อง TLLM ซึ่งคำพูดของนายกที่กล่าวก่อนเริ่มรายการว่าเขารู้สึกตื่นเต้นเพราะนักเรียนอายุน้อยมาสัมภาษณ์และทำได้ดีมาก วีดีโอชุดนี้เราก็อยากได้มาศึกษาเช่นกัน แต่โรงเรียนขอสงวนไว้เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนภายในประเทศ ผมได้ถ่ายวีดีโอไว้มอบคณะเราแล้ว และยังมีคลิบวีดีโอที่โหลดได้จากเว็บไซด์ของโรงเรียน หากสนใจลิงค์ไปที่ http://www.jurongsec.moe.edu.sg/ แล้วโหลดเอาเองนะครับ เนื้อหาสาระในนั้นจะเป็นสไลด์ประกอบเพลงซึ่งนักเรียนจัดทำเป็นข้อสรุปของ TLLM แต่เน้นไปที่เรื่อง PBL ซึ่งผมจะพาท่านไปเยี่ยมชมในห้องต่อไปนี้
  • PBL Studio (ภาพเล็กด้านบนซ้าย)เป็นห้องปฏิบัติการที่ใหญ่เป็นพิเศษ มีมุมนำเสนองานผ่านโปรเจคเตอร์ มีโต๊ะทำงานหลากสีสรร มีบอร์ดติดโปสเตอร์ Mind Mapแสดงขั้นนตอนการทำงาน มีมุมบันทึกรายการ การทดลองพร้อมอุปกรณ์ครบครัน มีส่วนแยกกลุ่มย่อยเพื่อการประชุมหารือโดยใช้ม่านรูดได้ มีบอร์ด ปากกาเขียนบอร์ดเล็ก ๆ แยกเขียนได้ ๒ ด้าน มีโต๊ะ ลิ้นชักหลากหลายสไตล์ดูแล้วเด็ก ๆ คงชอบมาก ห้องสะอาดเป็นระเบียบดีมาก ห้องนี้เป็นการปฏิบัติจริงของการเรียนแบบ Problem Based Learning จากชื่อคงพอเดาได้ว่า เป็นการให้นักเรียนหาปัญหาของโลก ของชุมชน แล้วให้นักเรียนไปวางแผนการทำงานให้ครบวงจรทุกขั้นตอน กล่าวคือ สำรวจปัญหาตามหลักวิทยาศาสตร์ หาผลกระทบ สำรวจข้อมูลภาคสนามที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่นที่เสนอตัวอย่างให้เราดู คือการสำรวจปัญหาน้ำเสียใน Jurong Lake Park นักเรียนไปสำรวจน้ำ นำน้ำมาตรวจค่าทางเคมี ตรวจหาเชื้อโรคในห้องปฏิบัติการ ไปสัมภาษณ์ชาวบ้านใกล้เคียง เมื่อครอบคลุมแล้ว จึงมาออกแบบการวิจัย สร้างนวัตกรรมขึ้นมา ผลที่ได้นำเสนอต่อโรงเรียน ต่อผู้มีส่วนรับผิดชอบในชุมชน  นับเป็นวธีการเรียนรู้แบบใหม่ที่เน้นให้นักรียนได้ปรับวิธีเรียนเอง ดูจากสไลด์การนำเสนอ ที่นี่ก็พัฒนาให้เกิด Learning Organization เช่นเดียวกับที่เราคุ้นเคยดี

        ข้อได้เปรียบของสิงคโปร์ โดยภาพรวมคือ กระทรวงมีเงินสนับสนุนให้เพียงพอ มีเจ้าของธุรกิจสนับสนุนเช่นการทำรายการโทรทัศน์มีบริษัทที่ทำเรือ่งรายการโทรทัศน์ โทรศัพท์สนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะโรงเรียนที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ จะได้งบจากกระทรวงมาก และโรงเรียนจูล่งแห่งนี้เป็น ๑ ใน ๕ ของโรงเรียนรูปแบบใหม่ที่กำลังดำเนินการซึ่งเขาใช้ชื่อว่า Future School

        เมื่อพวกเราดูงานที่นี่สร็จแล้ว ทุกคนต่างทึ่งและคิดว่าจะไปปรับใช้ได้อย่างไร เรามองว่าคงทำให้ได้เช่นเดียวกันทั้งหมดไม่ได้เพราะต้องใช้ทั้งคน ทั้งเงิน แต่เราจะปรับให้เหมาะกับเราได้เพียงใด ผมเองมีแนวคิดไว้บ้างแล้ว ท่านหละตามที่เล่ามานี้มีแนวคิดอย่างไร หรือส่วนใดที่ยังเล่าไม่กระจ่างก็แสดงความเห็นมาให้ฟังบ้างครับ

บรรจง  ปัทมาลัย ๑๗ กันยายน ๒๕๕๐ ๒๐.๒๐ น.