ในการประชุมปรึกษาหารือเรื่อง ทิศทางและอนาคตของ GotoKnow.org ครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ จำเป็นที่จะต้องระดมความคิดเพื่อหาวิธีจัดการ ทำให้ GotoKnow เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนให้ได้ เรื่องนี้เป็นประโยชน์ร่วมกันของเหล่าสมาชิกทุกคน
ความยั่งยืนของ GotoKnow เป็นผลที่สมาชิกต้องการ แต่ผลลัพธ์อันนี้จะไม่เกิดขึ้นหากเราไม่ทำอะไรบางอย่าง ไม่มีเหตุ ไม่มีการกระทำ ก็ไม่เกิดผลที่ต้องการครับ ในการประชุมครั้งนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นว่าสมาชิกจะร่วมกันทำอะไรตอบแทน GotoKnow ได้บ้าง หลังจากที่ GotoKnow ได้ให้อะไรๆ แก่เรามากว่าสองปีแล้ว
ในการนี้ ผู้เข้าร่วมประชุม ควรจะส่งประเด็นถึงทีมงาน UsableLabs ก่อนครับ เพื่อที่จะได้จัดหมวดหมู่ของข้อเสนอ และนัดหมายเพื่อมาแสดงความคิดเห็นต่อไป
GotoKnow มีสมาชิกเป็นจำนวนมาก กระจัดกระจายกันอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คงไม่เหมาะที่สมาชิกที่สนใจทุกท่านจะมาประชุมและพูดพร้อมกัน เพราะว่าจะไม่มีัใครฟัง และจะสรุปอะไรไม่ได้ ดังนั้นสำหรับการประชุมแบบนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องได้รับคำเชิญ และจะต้องใช้รหัสผ่านเพื่อเข้าร่วมในห้องสนทนาครับ จะมีบันทึกการประชุมให้อ่านในภายหลัง ตั๋วเข้าห้องคือข้อเสนอ
- 13 ก.ย. 2550 ไม่เป็นเจ้าของ Gotoknow
- 15 ก.ย. 2550 ก้าวย่างที่เข้มแข็ง ก้าวย่างที่มั่นคง ก้าวต่อไปของ GotoKnow
- 23 ก.ย. 2550 ทิศทางและอนาคต GotoKnow.org : เตรียมตัวจัดประชุม
ผมคิดว่ามีความเห็นดีๆ มากมายจากบันทึกขอความเห็นสำคัญเรื่องเครื่องแม่ข่าย GotoKnow.org และเว็บไซต์ข้างเคียงก่อนหน้านั้น ซึ่งผมขอแจ้งถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปดังนี้ครับ
- ประเด็น Funding model ของ GotoKnow Learners Researchers และ Volunteers ไม่ยั่งยืน! ยังเป็นปัญหาอยู่
คุณค่าของ GotoKnow อยู่ที่บันทึกและความคิดเห็นของสมาชิก อยู่ที่จิตใจของสมาชิกที่เอ้อเฟื้อต่อผู้อื่น แต่การที่สมาชิกสามารถจะใช้ GotoKnow ทำงานพัฒนาสังคมแบบนี้ต่อไปได้ จำเป็นต้องมีทีมงาน UsableLabs คอยดูแลและพัฒนาระบบ
ผมขอออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ได้อยู่ใน UsableLabs ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ ในเรื่องนี้ ตลอดจนไม่ได้เป็นหน้าม้า (และไม่คิดว่า UsableLabs อยากให้พูดเรื่องนี้ด้วยซ้ำไปครับ อันนี้พวกเราคงประจักษ์ในความเสียสละของ UsableLabs ตลอดมาอยู่แล้ว)
แต่ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ผมคิดว่าเป็นความคาดหวังที่มากเกินไปที่จะบอกให้ทีม UsableLabs ทำเพื่อชาติ เพื่อสังคมต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ตัวเองกลับอยู่ไม่ได้
UsableLabs มีสี่ท่านครับ: อาจารย์ธวัชชัย อาจารย์จันทวรรณ คุณสุนทรี(มะปราง) และคุณสุรกานต์(ต้นกล้า) ซึ่งสองท่านหลังมีแหล่งรายได้แหล่งเดียวคือที่ UsableLabs นี้เอง ส่วนอาจารย์สองท่าน แม้มีแหล่งรายได้อื่น แต่ก็ทำ GotoKnow อย่างเต็มที่ เต็มเวลา
- ประเด็น การพัฒนาระบบงานเป็นคอขวด!! สถานการณ์ดีขึ้นบ้าง
GotoKnow พัฒนาด้วย Ruby on Rails ซึ่งค่อนข้างใหม่ และหานักพัฒนามาช่วยได้ยาก ภาระจึงตกหนักกับอาจารย์ธวัชชัย แม้จะได้คุณต้นกล้ามาช่วย แต่ก็คงใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง
โปรแกรมที่ควบคุมการทำงานของระบบ GotoKnow คือโปรแกรม KnowledgeVolution (kv) เป็นโปรแกรม opensource ที่อาจารย์ธวัชชัยพัฒนาขึ้นมา โปรแกรม kv นี้ ได้มีการนำไปใช้ในหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีหน่วยงานใดที่มีปริมาณงานมากเหมือน GotoKnow การแก้ปัญหาของ GotoKnow จะต้องระวังไม่ให้เกิด dependency ใดๆ ที่จะกระทบ kv site อื่นๆ ด้วย
เพื่อแยก dependency (คุณลักษณะพิเศษเฉพาะ GotoKnow) ออกจาก kv จึงเกิด GotoKnow Monitor ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะของ GotoKnow แต่ไม่เพิ่มภาระแก่ kv sites อื่นๆ
ยิ่งกว่านั้น GotoKnow Monitor ยังเป็นส่วนขยายที่เป็นสะพานเชื่อมไปยังการพัฒนาโปรแกรมที่ไม่ต้องใช้ Ruby on Rails อีกด้วย และสามารถเชื่อมโยงไปยังระบบข้อมูลภายนอกได้อีกมากมาย (หากจำเป็น)
- ประเด็น เครื่องแม่ข่ายมีกำลังไม่พอ!!! สถานการณ์ดีขึ้นมากในขณะนี้ แต่ยังอาจเป็นปัญหาในระยะยาว
จากรายงาน GotoKnow ขึ้นอันดับหนึ่งเว็บเพื่อการศึกษา แต่เครื่องแม่ข่ายรับไม่ไหว เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2550 ได้มีการปรับปรุงระบบขนานใหญ่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2550 จนสำเร็จในวันที่ 26 ส.ค. 2550 เรียกว่าไม่ได้นอนไปหลายคืน
ในปัจจุบันนี้ เครื่องแม่ข่ายทั้งเจ็ดมีประสิทธิภาพกว่าเดิมยี่สิบเท่า (ผมประเมินเองจากการวัด) ส่วนทางด้านผู้ใช้อาจจะไม่เห็นความเร็วเพิ่มขึ้น 20 เท่า เพราะความคับคั่งในวงจรอินเทอร์เน็ตที่ท่านใช้อยู่เอง
มีการแก้ไขและปรับแต่งโปรแกรมในหลายจุด เพื่อดึงเอาคอขวดออกจาก kv และฐานข้อมูล ตามบันทึก รายงานระบบวันที่ 22 มิ.ย. - 21 ก.ค. 2550
ในขณะนี้ ผมคิดว่าระบบมี computing power พอแต่มีหน่วยความจำรวมน้อยไปสักหน่อย หากขยายได้ ก็จะปลอดภัยกว่านี้สำหรับการเติบโตในอนาคตครับ
ยิ่งกว่านั้น ระบบ GotoKnow ยังมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอีกนิดหน่อย แม้เป็นค่าใช้จ่ายในราคาทุน แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายประจำ ส่วนค่าแบนวิธและค่าเช่าพื้นที่ตั้งเครื่องแม่ข่าย ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์
สิ่งที่น่าคิด อาจารย์ธวัชชัยได้เขียนไว้ว่าอย่างนี้ครับ
จากบันทึกของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ "ไม่เป็นเจ้าของ GotoKnow" ที่ท่านอาจารย์ได้มอบ GotoKnow ให้แก่ "สังคมไทย" นั้น เป็นการตัดสินใจของ สคส. ที่กล้าหาญของการ "ให้" เพื่อ "ก้าว" ต่อไป ผมขอกราบขอบคุณท่านอาจารย์แทนผู้ใช้ทุกท่านมา ณ ที่นี้ครับ
หลังจากท่านอาจารย์กรุณาให้แล้ว พวกเราในฐานะผู้ใช้งานก็คงต้องมาคิดกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรเราถึงจะได้สร้าง GotoKnow ให้เป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เข้มแข็งและมั่นคงได้ครับ
ที่น่ายินดีคือ เรายังมีเวลาคิดกันอีกอยู่พอประมาณทีเดียวครับ เพราะทุนที่ใช้ในการบริหารจัดการ GotoKnow ที่ สคส. กรุณาให้นั้นยังมีถึงสิ้นปีนี้ หมายความว่าเราจะมีเวลาคิดได้อย่างรอบคอบและรัดกุมครับ
ในรายละเอียดนั้นเราคงต้องช่วยกันคิดกันต่อไป แต่ในมุมมองหลักแล้ว สิ่งที่ สคส. ให้เรามาคือ
"GotoKnow เป็นเว็บไซต์ของคนไทยทุกคน ที่บริหารจัดการโดยผู้ใช้"
เราจะไม่มี "เจ้าของ" ไม่มี "ผู้บริหารระบบ" ไม่มี "ผู้พัฒนาระบบ" และอื่นๆ อีกมากมาย เราจะมีเพียง "ผู้ใช้" (users) ที่จะช่วยกันสร้างพื้นที่นี้ให้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมไทย
อาจารย์หมอวิจารณ์จะเป็นเพียงผู้ใช้ ผมจะเป็นเพียงผู้ใช้ เหมือนกับทุกๆ ท่าน เราทุกคนคือผู้ใช้ที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้พื้นที่กลางแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ มีคุณค่าคู่กับสังคมไทยต่อไปครับ
GotoKnow จะหล่อเลี้ยงให้เติบโตด้วย "ใจ" (goodwill) เราไม่เชื่อใน "ทุน" แต่เราเชื่อใน "ใจ" ครับ
GotoKnow คือพื้นที่กลางของสังคมไทยที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เพราะเราไม่เชื่อในความคิดของ "การครอบครอง" แต่เราเชื่อในความคิดของ "การให้" ครับ
และเมื่อคิดถึงว่า GotoKnow เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการจัดการความรู้เพื่อนำสังคมไทยไปสู่ LO ด้วย CoP ผมขอนำทุกท่านกลับไปสู่บันทึกนี้ด้วยครับ
อยากเชิญชวนสมาชิกทุกท่านให้ช่วยกันเขียนข้อเสนอ และ/หรือ ออกความคิดเห็น อย่าเริ่มคิดด้วยข้อจำกัดว่าเป็นเรื่องงบประมาณ-เรื่องเทคนิคซึ่งท่านไม่ถนัดครับ แม้ไม่แตะเรื่องนี้ ก็ยังทำเรื่องอื่นได้ ถ้าท่านจะทำ ก็คงมีสักเรื่องสองเรื่องที่ท่านจะช่วยได้ -- ถึงแม้ว่าในที่สุดท่านจะลงมือทำไม่ได้จริงๆ ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ แต่ความคิดเห็นนั้น เสนอได้แน่นอนครับ ไม่มีต้นทุนด้วย นี่เป็นโอกาสตอบแทนสิ่งที่ GotoKnow ให้เราตลอดมาแล้วครับ
สำหรับประเด็นแรก อาจารย์พิชัยเสนอไว้ว่า
และคุณศศินันท์เสนอไว้ว่า
ส่วนคุณบรรพตมาเชียร์
ในฐานะสมาชิกคนนึง ถึงจะช่วยอะไรได้ไม่มาก
แต่ก็จะพยายามให้ถึงที่สุดครับ
พูดถึงเรื่องเงินทุน
ไม่ลองหาโฆษณามาลงบ้างล่ะครับ
ข้อเสนอเป็นการสร้างทางเลือกครับ ในชั้นนี้เอาข้อเสนอออกมาก่อน ยังไม่ต้องอภิปราย ยังไม่ต้องเลือก
ในเรื่องของการเลือก ผมขอเสนอว่าเก็บการลงคะแนนหาเสียงข้างมากไว้เป็นการหาข้อยุติวิธีสุดท้าย จะดีกว่าไหมครับ เราชอบคิดว่าเสียงข้างมากคือประชาธิปไตย ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเพียงรูปแบบของประชาธิปไตยเท่านั้น ส่วนเนื้อหาควรจะเป็นการตอบสนองต่อวัตถุประสงค์+ประโยชน์ต่อส่วนรวม+การเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม
วิธีการแบบนี้ ใช้กันมากในกระบวนการพัฒนา opensource เรียกว่า community process (การระดมสมองบนเอกสาร) ซึ่งมีคนเก่งที่มีความรับผิดชอบมารวมกัน
ทุกข้อเสนอนั้นดีและทำได้แน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเสนอมาทำไม แต่ในการเลือกข้อเสนอนั้น จะดูที่ประโยชน์ต่อการพัฒนาต่อยอดในอนาคตเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ (community) ครับ ไม่เลือกเอามัน ไม่เลือกเพราะพวกมากลากไปครับ
การเลือกข้อเสนอ ในกระบวนการแบบนี้ หลายครั้งที่ตัดสินโดย BDFL (Benevolent Dictator for Life) ซึ่งผมก็คิดว่าทุกคนมองไปที่ที่เดียวกันโดยไม่มีข้อโต้แย้งหรือคู่แข่งครับ ;-)
สวัสดีค่ะคุณ conductor
มาให้ความเห็นสนับสนุนเรื่องมูลนิธิ /การบริจาค ที่อ.พิชัยเสนอไว้หรือแนวของคุณพี่ศศินันท์ที่เก็บค่าใช้ก็ได้ค่ะ แต่การเก็บค่าใช้ การทำมูลนิธิ การบริจาก ก็ต้องมีคนทำ paper work ทำบัญชีเยอะเหมือนกันนะคะ ไ่ม่อยากเพิ่มภาระให้ UsableLabs น่ะค่ะ
ตอนนี้ยังนึกรูปแบบการบริหารงานดีๆ ที่ให้ผู้ใช้เ้ข้ามามีส่วนร่วมไม่ออกค่ะ ^ ^
เห็นด้วยครับ -- แต่ว่าในช่วงนี้ผมยังไม่อยากวิจารณ์ข้อดีข้อเสียของข้อเสนอใดๆ เป็นช่วงที่เราควรจะพยายามหาแนวทางใหม่ๆ ออกมาครับ
แล้วเพื่อที่จะสร้างความคิดใหม่ บางทีก็ต้องทะลายกรอบความคิดเก่าๆ ออกไป เช่นปัญหาข้อแรก ก็ไม่ใช่เรื่องของ funding เพื่อความคงอยู่ของ GotoKnow แต่บางทีอาจจะมอง GotoKnow เป็นเบ้าหลอมความคิด+ประสบการณ์ซึ่งสร้างคุณค่าได้จริง (และรับการสนับสนุนจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก GotoKnow ได้ในวงกว้างขึ้น)
ถ้าเกิดถามว่าทำไปอย่างนี้เพื่ออะไร ทำไปแล้วได้อะไร ก็ต้องย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์ครับ
แต่เพื่อออกนอกกรอบความคิดเดิม ผมเสนอเปลี่ยนกรอบความคิดชั่วคราวจาก "KM" เป็น "Social Entrepreneur" ครับ (จิตใจยิ่งใหญ่ มีความรู้ มีกำลัง มีเครือข่าย และกล้าทำในสิ่งที่ต้องทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม)
ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นคะ
จริงๆ ทำหลายๆรูปแบบก็ ผสานกันดีคะ ทั้ง การหาโฆษณา ซึ่ง เราสามารถเลือกได้ และจำกัดวงได้
ถ้าจะให้ สมาชิกในนี้ มีส่วนร่วม ก็ต้องเป็นหุ้นส่วนเท่ากันทุกคน นึกถึงการลงขัน น่ะคะ มีคะแนน มีหุ้น เท่าๆกัน เสียงเท่ากัน เป็นเจ้าของร่วมกัน
ข้อเด่นของสมาชิกที่นี่ คือ องค์ความรู้ที่ทุกคนมี พร้อมที่จะแชร์ และเรียนรู้ สนใจเรื่อง การศึกษา ที่ หลากหลาย เราน่าจะทำให้เป็น เว็บ เพื่อการศึกษาที่มีชีวิต มีตัวตน มีการเคลื่อนไหว
อีกอย่าง คือ นึกถึงการ จัดกลุ่มความรู้ ที่สนใจอยากแลกเปลี่ยน ทั้งในวงเดียวกัน หรือข้ามวง ทาง G2k อาจจะจัดให้มี ทริปเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการสร้างเครื่อข่ายจริง ทั้งในเว็บและ ข้างนอก
เน้นการสร้างเครื่อข่าย ที่อาจจะเพิ่ม เวอร์ชั่น ทั้งไทยและเทศ เป็นการสร้าง แลกเปลี่ยนความรู้ ในพื้นที่เดียวกันแต่ ได้ทั่วโลก
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วค่ะ ที่.......http://blog.guykawasaki.com/2007/09/social-entrepre.html
ชอบที่สุดคือ...
"Entrepreneurs are successful only to the degree that they can bring together other people with different talents and abilities who can, as a team, build things they could never do apart."
เราก็อาจนำแนวคิดมาประยุกต์ใช้ได้ค่ะ
แต่สำหรับเรื่องมูลนิธิ อาจต้องดูที่กฏหมายด้วย
ดิฉันเคยทำมูลนิธิมา 2 มูลนิธิ ยุ่งยากเรื่องการทำบัญชีและการตรวจสอบบัญชีเหมือนกัน
ที่เรามีอยู่ตอนนี้ คือ สมาชิกที่มีใจที่ยิ่งใหญ่หลากหลายความรู้ความสามารถ แต่ยังติดที่รูปแบบที่เหมาะสมอยู่
จะยังไม่พูดถึงแหล่งทุนก็ได้ค่ะ
ถ้าจะพูดถึงสมาชิก นอกจากจะเป็นรายบุคคลแล้ว ถ้าเป็นในรูปขององค์กร หรือ สมาคมต่างๆก็รับใช่ไหมคะ ดิฉันว่า สมาชิกควรต้องหลากหลาย และมากกว่านี้ค่ะ
ต่ออีกนิดค่ะ
ดิฉันว่า สังคมในg2kนี่ เหมือนสังคมคนไทยยุคเก่านะคะ เพราะดูเหมือนว่า เรายึด สังคหวัตถุ 4 มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวกัน
สังคมไทย เป็นสังคมที่ อุปนิสัยของการสงเคราะห์เกื้อกูลเป็นพื้นฐาน และสิ่งนี้ หายากในโลกทางตะวันตกค่ะ
เรื่องนี้ เราได้แล้ว แต่ยังต้องมีเรื่องอื่นอีก ที่จะมาเป็นน้ามันหล่อเลี้ยง ให้ g2k เดินไปได้
ได้รับ mail จากน้องมะปรางแล้วค่ะ ขอมาตอบไว้ที่นี่นะคะ
ไม่แน่ใจว่าทำเป็นสหกรณ์ (co-op) ได้ไม๊ค่ะ
สหกรณ์ไม่ได้มีแต่ร้านค้า หรือธนาคารใช่ไม๊ค่ะ
สหกรณ์" หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้"
(มี link ถึง พรบ. สหกรณ์ที่นี่ค่ะ)
อ่าน หลักการ 7 ข้อของสหกรณ์แล้วก็เห็นว่าน่าจะทำได้
เรื่องเงินทุกคนจ่ายเท่ากัน เงินที่ได้ให้นำมาใช้ส่วนรวมไม่ต้องแบ่งปันผล เหลือมากก็ไปทำกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น เหลือน้อยก็ทำ fund raising ในนาม gotoknow น่าจะมีคนบริจาคค่ะ
เรื่องที่ยากหน่อย อาจเป็นเรื่องการโหวต เพื่อตัดสินใจเรื่องต่างๆ แต่จริงๆเราก็ คนละ 1 เสียง โหวต online ได้?
อาจจะเป็นคำแนะนำที่ไร้เดียงสาแต่คิดว่าน่าจะตรงกับวัตถุประสงค์ที่ผู้ใช้ทุกคนเป็นเจ้าของ gotoknow บริหารกันเองหมด
ส่วนจะมี board level หรือไม่ หรือมีกี่ admin level ก็ต้องมาคิดอีกทีค่ะ
ลอง google คำว่า blogger co-op ก็พอมีให้เห็นแต่ส่วนมากเค้ามีกันไม่เกิน 20 คน
ลองคิดต่อให้หน่อยนะคะ ไม่ค่อบชำนาญแต่อยากช่วยค่ะ
สวัสดีครับได้เมล์จาก support เลยมาขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับ
พอดีผมเป็นคนบ้าๆ บอๆ นะครับ เลยขออนุญาตคิดแผลงๆ คงไม่ว่ากัน
เนื่องด้วยโมเดลการเป็นบริการข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต มันก็คือสื่อประเภทหนึ่ง
และสิ่งที่สื่อออนไลน์มักจะทำเพื่อหารายได้คือ "การขายโฆษณา" หรือ "การขายเนื้อหาที่ exclusive"
แต่ทั้งสองแบบอาจจะไม่เหมาะกับ gotoknow เพราะ
1. เราอาจจะไม่ต้องการให้ผู้สนับสนุนใดๆ มามีอำนาจเหนือชุมชน
2. เราต้องการให้คนใส่เนื้อหาเยอะๆ และอ่านเยอะๆ
ดังนั้นการเก็บเงินออนไลน์ถ้าจะยาก สุดท้ายถ้ารอบริจาค ก็อาจจะมี แต่อย่าไปหวังอะไรมากเลยครับ
ดังนั้นผมเสนอให้ทำเป็นธุรกิจครับ
อาจจะลองใช้โมเดลอย่าง opensource เช่นการขายบริการ หรือขาย support
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามี kv อยู่ในมือ ซึ่งเราอนุญาตให้นำไปใช้ได้ฟรี แต่ถ้าต้องการบริการ ทำไมเราไม่ขายหละครับ
ถัดมาถ้าขายเนื้อหาออนไลน์ไม่ได้ ทำไมเราไม่ขายเป็นออฟไลน์
โดยสิ่งที่อาจจะทำได้ แต่คงต้องอาศัยแรงโปรแกรมเมอร์เพิ่ม คือ โมดูลการเลือกเนื้อหาเพื่อนำเข้าเล่มจัดพิมพ์
เนื่องจากเรามีเนื้อหาจำนวนมหาศาลอยู่ในฐานข้อมูล และข้อดีของเว็บแอพอย่างหนึ่งคือมันสามารถ customize ได้
สมมติว่ามี demand ต้องการเนื้อหาจากหลายๆ post รวมกัน ซึ่งที่ทำได้อย่างหนึ่งคือให้เค้าหยิบใส่ตระกร้า แล้วเราจัดพิมพ์ส่งให้ถึงบ้าน เป็นหนังสือที่ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
ตอนนี้นึกได้เท่านี้ครับ ไว้คิดออกแล้วจะมา post ใหม่ครับ ^_^
I would think a frequent G2K surfer/member would have their web portal pointed to G2K page. Likewise, I have my radio permanently tuned to NPR - National Public Radio. For that matter, I have to point to an equivalent of NPR on TV - a PBS - Public Broadcasting Service
Both NPR and PBS operates on a basis of no commercials, but receive financial support from: sponsors such as corporate, foundation, members, and donors.
Make no mistake, NPR and PBS are not charity, and operate like corporations. The value they provide to the "public" and "members" are their content.
This gets to the point of G2K, to make a long lasting website - than a span of .. 2 years, its content must be deemed valuable to its sponsors/viewers: these viewers are potential sponsors when they see the value of what they can get from NPR/PBS/G2K.
That's the idea .. now .. get to work ?
อ่านแล้วชอบความเห็นหลายท่านมากเลยครับ โดยเฉพาะที่บอกว่าอย่าเอาประชาธิปไตย(คะแนนเสียง)มาใช้ ผมไม่ได้แอนตี้ประชาธิปไตยครับ แต่ก็เห็นจุดบอดเยอะ หากคนไม่รู้จำนวนมากลงคะแนนเสียงชนะฝ่ายที่รู้มากกว่าซึ่งโอกาสเป็นไปได้สูงมาก เพราะผู้รู้เฉพาะด้านจะมีจำนวนน้อย ดังนั้นเราน่าจะเคารพเหตุผลมากกว่าใช้คะแนนเสียง
เรื่องการให้องค์กรอยุ่รอดได้ ต้องมีคนทำงานใช่ไหมครับ การทำงานแม้ไม่หวังผลตอบแทนแต่คนที่ต้องรับภาระจนถึงขั้นเต็มเวลาคงต้องมีทางเลี้ยงตัวเองรอดได้ ผมขออุกอาจเสนอความคิด(ฝัน)แบบนี้ครับ
เก็บรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล
โฆษณาประชาสัมพันธ์
ดูแลระบบ งานเทคนิคต่างๆ
และอื่นๆอีกมากมายที่องค์หนึ่งๆ ควรมี
เจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะมีรายได้จากสมาชิกผู้ใช้ส่วนหนึ่ง รวมกับการนำความรู้ไปลงทุนสร้างบริษัทกับผู้สร้างความรู้นำรายได้ที่ได้มาเลี้ยงองค์กร หักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ซึ่งตามที่ ดร.ยูนุสทำ คือ ศึกษาความเป็นไปได้แล้วกู้เงินจากผู้ศรัทธา (จะเรียกว่าเงินบริจาคก็ไม่ถูกเพราะมีการคืนเงิน เพียงแต่ไม่คิดดอกเบี้ย) มาลงทุนทำกิจการ เชืน บริษัทโยเกิร์ตเพื่อเด็กยากจนให้มีอาหารกินในราคาถูก บริษัททำขายในราคาเกือบต้นทุน (รวมค่าแรง) แล้วนำกำไรที่ได้ค่อยๆ รวบรวมกลับไปคืนเจ้าของเงินผู้ศรัทธาไป วิธีนี้นอกจากสังคมได้ เจ้าของเงินก็ยินดีให้เพราะรู้ว่านำเงินของเขาไปใช้ทำอะไร เจ้าหน้าที่ก็เต็มใจทำ (บางคนมาช่วยไม่เอาเงินด้วยซ้ำ)เพราะรู้ว่างานที่เขาทำเพื่อช่วยคนในสังคมจริงๆ
อันนี้ ผมลองเสนอนะครับ เช่น ที่พวกท่านได้พัฒนาระบบ G2K มาอย่างยากเย็นแล้ว นอกจากจะพัฒนาทำเป็น Open source แล้วหากเรานำสิ่งนี้ไปขายต่อเป็นงานขายบริการติดตั้งให้หน่วยงานอื่นๆ คิดว่าเป็นยังไงครับ (ย้ำอีกทีว่าเป็นไอเดียความฝัน)
อยากจะให้ gotoknow.org มีความร่วมมือกับองค์กรอื่นซึ่งอยู่ในลักษณะ win-win ทั้ง gotoknow และองค์กรนั้น ซึ่งตรงนี้เราน่าจะมองจากวัตถุประสงค์ พันธกิจ และวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มีส่วนร่วมกับ gotoknow เท่าที่เข้าใจก็คือ gotoknow ต้องการส่งเสริมการจัดการความรู้ การให้ความรู้ และการแบ่งปันความรู้ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง องค์กรที่น่าจะมีส่วนร่วมในความต้องการนี้เช่นกัน ได้แก่
1) มหาวิทยาัลัยต่าง ๆ gotoknow กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีผู้ใช้ gotoknow จากมหาวิทยาลัยนั้นพอสมควร เข้ามามีส่วนร่วมใน
1.1) การให้บริการเซิร์ฟเวอร์ และกระจายข้อมูลไปในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ ก็จะเสริมในเรื่อง KM ของมหาวิทยาลัยนั้น อีกทั้งบุคลากรในมหาวิทยาลัยนั้นก็จะเข้าถึง gotoknow ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
1.2) การผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในภาษา Ruby on Rails เพื่อช่วยในการดูแลรักษาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องในเว็บ gotoknow.org
2) Thailand Knowledge Park (http://www.tkpark.or.th) ซึ่ง "ต้องการสร้าง "ห้องสมุดที่มีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลง มีหนังสือดี ทันสมัยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ตายตั้งแต่วันสร้าง" ที่สำคัญคือเพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างจริงจัง" (คัดลอกจากเว็บ http://www.tkpark.or.th/TH/abttk/pblc/whwr.aspx)
3) กระทรวงศึกษาธิการ
เราต้องยอมรับว่า การศึกษาในปัจจุบันไม่ควรจะเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนและเป็นการสื่อสารเฉพาะจากครูสู่นักเรียน ควรจะเกิดขึ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ต และอยู่ในลักษณะร่วมกันเรียนรู้
4) กระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์
ทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญทีุุ่สุดในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ หากสังคมใดที่สมาชิกไม่รักการอ่าน ไม่รักการเรียนรู้ สังคมนั้นย่อมยากที่จะเจริญได้
5) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลายบล็อกเป็นบล็อกที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6) กระทรวง ICT
การสื่อสารผ่านทางเว็บและบล็อกเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมที่จะเกิดแก่ประชาชนได้อย่างชัดเจน
ึ7) กระทรวงสาธารณสุช
หลายบล็อกเป็นบล็อกที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง ซึ่งหากประชาชนรู้จักดูแลสุขภาพของตนเองแล้ว รัฐบาลจะประหยัดงบประมาณได้มากในค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลให้กับประชาชน
นอกจากจะขอความร่วมมือจากรัฐบาล แล้วน่าจะขอความร่วมมือจากเอกชนที่อาจจะสนใจที่จะเข้ามาช่วยในด้านการศึกษา การเรียนรู้ด้วยตนเอง การจัดการความรู้ เช่น
1) ซุปไก่สกัด ตราแบรนด์
2) เครือซิเมนต์ไทย
3) ปตท
4) ธนาคาร ไทยพาณิชย์
5) เครือเจริญโภคภัณฑ์
ทางทีงานผู้ดูแลเว็บไซต์ GotoKnow.org
ต้องขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ได้ร่วมแสดงความคิดไว้ในบันทึกนี้และผู้ที่ส่งอีเมล์มายัง support (@) gotoknow.org มากคะ
ตอนนี้ทางทีมงานยังคงรอบรับความคิดเห็นอยู่นะคะ หากมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถแสดงความคิดเห็นไว้ในบันทึกนี้ หรือส่งอีเมลแจ้งให้ทีมงานได้เลยคะ
ขอบคุณคะ
สวัสดีครับพี่ และทุกๆ ท่าน
ผมไปเขียนบทความแยกไว้นะครับ เพราะไม่งั้นจะยาวเกินไปครับผม ตามอ่านได้ที่นี่นะครับ
ทิศทางและแนวทางในอนาคต ของ GotoKnow ในฝัน
ขอบคุณมากครับผม
ผมขอเสนอความเห็นและเสนอตัวไว้สองเรื่องครับ
๑. ทุนดำเนินการ
การจะหาทุนอย่างไร คงต้องทราบก่อนไหมครับว่า รายจ่ายค่าใช้จ่ายของเราทั้งหมดเป็นประมาณเท่าไร เราก็จะได้วางแผนหาทุนให้พอเหมาะพอควร เพราะเราไม่ควรตั้งเป้าที่จะแสวงหาทุนเกินตัว ซึ่งพอทำไปแล้วบางทีก็เผลอไป ว่าจะเก็บเงินเอาไว้มากๆ เผื่อจะ..เผื่อจะ.. อยู่เรื่อย
การระดมทุน น่าจะคิดเรื่องการระดมความรู้ ความสามารถคู่ขนานกันด้วยมากกว่า บางครั้งเราอาจไม่ต้องการเงินเป็นค่าจ้างให้คนทำอะไร แต่ต้องการคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นมาทำงานเลยมากกว่า ซึ่งในความเห็นผม มันเข้าได้กับ G2K คือร่วมระดมความรู้และประสบการณ์มาช่วยกัน มากกว่าการระดมทุน
ผมเองพร้อมสนับสนุน หากจะออกมาทั้งในรูปค่าสมาชิกรายปี หรือ เป็นการบริจาคให้้กองทุนในมูลนิธิ
ผมมองเรื่องนี้ว่า ถ้าเป็นการบริจาคเข้ามูลนิธิน่าจะดีกว่า เพราะเป็นเรื่องของความสมัครใจ ตามกำลังของแต่ละคน ผมคิดว่ามีคนหลายคนที่มีปัญหาการเงิน ถึงแม้จะเป็นเงินไม่มากก็ตาม หรือถ้าจะเป็นค่าสมาชิก ก็น่าจะมีอัตราก้าวหน้า ขึ้นกับรายได้อะไรทำนองนั้น มากกว่าที่จะเป็นอัตราเดี่ยว
อีกทางเลือกหนึ่งคือ การหาผู้สนับสนุนโครงการจากภาคเอกชน ซึ่งงานหลายๆอย่างก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทหรือแหล่งทุนพวกนี้ เราอาจจะเมินแหล่งทุนกลุ่มมาร อย่าง George Soros หรือธุรกิจน้ำเมา แต่บริษัทดีๆก็มีเยอะแยะ เช่น โรงปูน เป็นต้น
ผมเองไม่ค่อยชอบการโฆษณาหาทุน ดูเหมือนความรู้ถูกลดคุณค่าเป็นของที่ต้องซื้อขายโฆษณาไป
๒. การกลั่นกรองความรู้
ผมสามารถช่วยในด้านการติดตามบันทึกต่างๆ แล้วรวบรวม คัดย่อ จัดเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ความรู้ที่กระจัดกระจายรวมกันเป็นกลุ่มก้อน มีพลังมากขึ้น
สวัสดีครับ
เป้าหมาย ของ g2k จะต้องมั่นคง เป็นเป้าหมายหลักครับ
ความเห็นของท่าน
2. เราต้องการให้คนใส่เนื้อหาเยอะๆ และอ่านเยอะๆ
เมื่อ อ. 02 ต.ค. 2550 @ 15:01 [405596]
สวัสดีครับพี่ และทุกๆ ท่าน
ผมไปเขียนบทความแยกไว้นะครับ เพราะไม่งั้นจะยาวเกินไปครับผม ตามอ่านได้ที่นี่นะครับ
ทิศทางและแนวทางในอนาคต ของ GotoKnow ในฝัน
ผมอยากเสริมคือ
ทำให้ Gotoknow เป็นองค์กรอิสระครับ
ไม่ขึ้นตรงกับใคร...
ส่วนจะทำอย่างไรนั้น? ทิ้งไว้เป็นคำถามครับ
สวัสดีครับคุณ Conductor
นับถือ
วิชิต ชาวะหา
เห็นด้วยครับ
ยินดีสนับสนุนทุกมุมมอง
ทั้งในเชิง
ด้วยความยินดียิ่งครับ