ความสำเร็จสัมผัสได้ด้วยตัวคุณเอง "GotoKnow : ความสำเร็จของเครือข่ายทางสังคมแบบไทยๆ"

อ่านชื่อบันทึกนี้แล้วทีแรกผมก็ไม่ได้คิดว่าจะให้เป็นแบบนั้น  ทีแรกตั้งชื่อว่าเป็น "GotoKnow : ความสำเร็จของเครือข่ายทางสังคมแบบไทยๆ" แต่พอมาคิดถึงความสำเร็จแล้วนอกจากผู้พัฒนา ส่วนหนึ่งอยู่ที่ ผู้ใช้หรือ Blogger (ลองคิดดูครับว่า...หากไม่มีผู้ใช้จะเกิดอะไรขึ้น) ใน GotoKnow ที่เป็นสังคมออนไลน์ (Online Community) ที่ blogger ทั้งหลายชอบเรียก B2B นั้นแหละ

มาดูกันครับว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ GotoKnow จะก้าวสู่ความสำเร็จ..ได้อย่างไร?

หลักการพิ้นฐานของสังคมทั่วไป ที่จะทำให้สังคมนั้นๆ น่าอยู่ อยู่ได้นานๆ และขยายตัวได้ มีการเจริญเติบโตตามสมควร นั่นคือ พื้นฐานของการให้และรับ (Give&Take) การแบ่งปัน (Sharing & Contribution) เป็นหลักการพื้นฐานของจิตวิทยาด้านสังคม (Social Psychology) และสามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฏีทางเศรษฐศาตร์

Peter Kollock ได้ให้กรอบจำกัดความเรื่อง แรงจูงใจในการ Contribute ใน Online Communities มีเหตุผล 4 ประการ คือ    

  1. Anticipated Reciprocity : การที่นาย Blogger A ได้ให้ข้อมูล ความรู้ กับ Online Community นั้นบ่อยๆ มีแรงจูงใจมาจากการที่ ตัวของ Blogger A เอง ก็ต้องการจะได้รับข้อมูล ความรู้ อื่นๆ กลับคืนมาด้วยเช่นเดียวกัน
     เช่น Blogger A มาโพสต์ข้อความตอบกระทู้บ่อยๆ ใน GotoKnow จนคนรู้จัก มีความคุ้นเคยกัน ถ้ามีการถามกระทู้ใน GotoKnow กระทู้ของ Blogger A จะมีคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยการตอบเร็วกว่าประเด็นของคนอื่นที่เป็นคนแปลกหน้ามาโพสต์ไว้

  2. Increased Recognition : ความต้องการมีชื่อเสียง และเป็นที่จดจำของคนใน Online Community นั้นๆ ลองนึกดูเองครับว่ามีใครบ้าง เช่น การให้คะแนน ให้ดาว คนที่ตอบคำถามเก่งๆใน Community ทำให้คนคนนั้นดูมียศเหนือกว่าคนอื่น  อย่างใน GotoKnow ก็เช่นเดียวกัน มีการให้เสื้อสามารถจากรางวัลต่างๆ ทั้งจาก สคส. ก็มี สุดคะนึง จตุรพลัง และ มมส. เอง ก็มีรางวัล "ฅ km มมส." เพื่อให้รางวัลแก่ blogger ที่เขียนถ่ายทอดความรู้ของตน

  3. Sense of efficacy : ความรู้สึกภาคภูมิใจ คนที่ Contribute อะไรแล้วเกิด Impact กับ community นั้น ย่อมทำให้ Blooger คนนั้นมีความภาคภูมิใจ เช่น Blogger A เขียนประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน GotoKnow และมีคนเข้ามาโพสต์ตอบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามมาอีกหลายสิบคน  ย่อมรู้สึกดีกว่าตั้งกระทู้แล้วไม่มีคนเข้ามาตอบเลย

  4. Sense of Community : เช่น การมีปฏิสัมพันธ์กันหรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างคนในสังคมนั้นๆ เหมือนมี Blogger มาตั้งกระทู้เป็นประเด็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือเขียนบทความอะไร แล้วเรามาอ่านเจอเข้าก็คันไม้คันมือ อยากแสดงความคิดเห็นของตัวเอง การที่ความคิดคนหนึ่ง มีอิทธิพลเหนือคนกลุ่มหนึ่ง หรือ การมีอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างร่วมกัน เช่น การรวมตัวกันเพื่อแสดงออกอะไรบางอย่างบน Online Community เช่น Blog tag ล่าสุดตอนนี้ก็มีการเล่น Blogger ในดวงใจ อะไรทำนองนี้เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในชุมชนนั้นเอง

(อ้างอิงจากหนังสือ "The Economies of Online Cooperation: Gifts and Public Goods in Cyberspace" ของ Peter Kollock)

มาถึงตรงนี้ Blogger หรือ user (ไม่ใช่ ยูส จน เซ่อ) ทั้งหลายไม่ต้องตกใจว่ากำลังโดนหลอกนะครับ เพราะ ทีมพัฒนา และโดยเฉพาะผู้สนับสนุนหลัก ที่ท่านเห็นใน banner ด้านล่างนี้ เขาตั้งใจพัฒนาเพื่อเป็นฐานก้าวไปสู่ "สังคมฐานความรู้ (Knoeledge base soceity)" ในบริบทแบบไทยๆ อย่างแท้จริง ด้วยมือคุณเอง..ได้อย่างไร

อย่าลืมติดตามตอนต่อไปครับ ...บอกใบ้ให้ก็ได้ว่าเกี่ยวกับ "เทคโนโลยี"