อ่านแล้วชอบความเห็นหลายท่านมากเลยครับ โดยเฉพาะที่บอกว่าอย่าเอาประชาธิปไตย(คะแนนเสียง)มาใช้ ผมไม่ได้แอนตี้ประชาธิปไตยครับ แต่ก็เห็นจุดบอดเยอะ หากคนไม่รู้จำนวนมากลงคะแนนเสียงชนะฝ่ายที่รู้มากกว่าซึ่งโอกาสเป็นไปได้สูงมาก เพราะผู้รู้เฉพาะด้านจะมีจำนวนน้อย ดังนั้นเราน่าจะเคารพเหตุผลมากกว่าใช้คะแนนเสียง
เรื่องการให้องค์กรอยุ่รอดได้ ต้องมีคนทำงานใช่ไหมครับ การทำงานแม้ไม่หวังผลตอบแทนแต่คนที่ต้องรับภาระจนถึงขั้นเต็มเวลาคงต้องมีทางเลี้ยงตัวเองรอดได้ ผมขออุกอาจเสนอความคิด(ฝัน)แบบนี้ครับ
- ขายผลงานความรู้-เพื่อสังคม(เน้น) ให้คนดูแลอยู่ได้สร้างผลงานต่อไป
- ความรู้ที่ได้หากนำไปต่อทำประโยชน์เป็นรูปธรรม กลายเป็นทุนนิยมขอให้เป็นทุนนิยมให้ครบด้าน กล่าวคือ ทุนนิยมด้านเศรษฐกิจ คือ ให้หากำไรให้สูงสุดให้เจ้าของและพนักงานอยู่รอด และด้านสังคมคือ ให้สังคมดีขึ้นจากกิจการของเรา ซึ่งผมมองว่า G2K หันมาด้านหลังนี้อยู่แล้วแต่ขาดส่วนแรก ซึ่งการทำอย่างนี้จะมีข้อดีคือ ทำให้องค์กรอยู่รอดกลายเป็นบริษัทเพื่อสังคมไปในที่สุด ซึ่งหากมีคนเห็นดีด้วยเลียนแบบทำตามก็ยิ่งดี ยิ่งทำเยอะสังคมก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ต่างกับการแข่งกันทำเพื่อเงินด้านแรกด้านเดียวที่ต่างแย่งกอบโกยเข้าส่วนตัว ส่วนนี้ผมได้แนวคิดจาก ดร.ยูนุส ซึ่งแนวคิดของเขาสุดยอดมากแต่ผมก็คิดว่าหากทำมาลงโลกออนไลน์ คงเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ
- เก็บค่าสมาชิกผู้ใช้(ความรู้)-แนวคิดคร่าวๆคือสมาชิกมีหลายระดับและราคา สมาชิกจะได้ประโยชน์จากความรู้ กล่าวคือ มีคนคัดกรองข้อมุลที่ต้องการให้ใช้ได้สะดวกขึ้นซึ่งตรงนี้จะมีเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลให้หาได้ง่ายและครบถ้วน คนไม่เป็นสมาชิกต้องขุดหาเองทีละประเด็น
- ต่อเรื่องสมาชิกครับ น่าจะมีสมาชิกผู้สร้าง(ความรู้)-กิติมาศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ Expert ในแต่ละด้าน ที่ให้ความรู้เพื่อสังคม อันนี้เมื่อท่านผลิตผลงานออกมาต้องช่วยประชาสัมพันธ์มากๆ และอาจให้ผลตอบแทนให้ท่านนำไปสร้างความรู้ต่อยอดไปเยอะๆ เหมือนการหยิบเพชรจากแก้วหลายๆอันที่ยังไม่ขัดเกลา ช่วยส่องให้เห็นประกายสวยงาม และความรู้นั้นจะช่วยขัดเกลาให้สมาชิกท่านอื่นเห็นเป็นแบบอย่างทำตามไปด้วย รวมทั้งอาจมีการนำไปลงทุนทำกิจการเพื่อสังคมต่อไป
- จากสมาชิกก็มาถึง เจ้าหน้าที่
เก็บรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล
โฆษณาประชาสัมพันธ์
ดูแลระบบ งานเทคนิคต่างๆ
และอื่นๆอีกมากมายที่องค์หนึ่งๆ ควรมี
เจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะมีรายได้จากสมาชิกผู้ใช้ส่วนหนึ่ง รวมกับการนำความรู้ไปลงทุนสร้างบริษัทกับผู้สร้างความรู้นำรายได้ที่ได้มาเลี้ยงองค์กร หักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ซึ่งตามที่ ดร.ยูนุสทำ คือ ศึกษาความเป็นไปได้แล้วกู้เงินจากผู้ศรัทธา (จะเรียกว่าเงินบริจาคก็ไม่ถูกเพราะมีการคืนเงิน เพียงแต่ไม่คิดดอกเบี้ย) มาลงทุนทำกิจการ เชืน บริษัทโยเกิร์ตเพื่อเด็กยากจนให้มีอาหารกินในราคาถูก บริษัททำขายในราคาเกือบต้นทุน (รวมค่าแรง) แล้วนำกำไรที่ได้ค่อยๆ รวบรวมกลับไปคืนเจ้าของเงินผู้ศรัทธาไป วิธีนี้นอกจากสังคมได้ เจ้าของเงินก็ยินดีให้เพราะรู้ว่านำเงินของเขาไปใช้ทำอะไร เจ้าหน้าที่ก็เต็มใจทำ (บางคนมาช่วยไม่เอาเงินด้วยซ้ำ)เพราะรู้ว่างานที่เขาทำเพื่อช่วยคนในสังคมจริงๆ
อันนี้ ผมลองเสนอนะครับ เช่น ที่พวกท่านได้พัฒนาระบบ G2K มาอย่างยากเย็นแล้ว นอกจากจะพัฒนาทำเป็น Open source แล้วหากเรานำสิ่งนี้ไปขายต่อเป็นงานขายบริการติดตั้งให้หน่วยงานอื่นๆ คิดว่าเป็นยังไงครับ (ย้ำอีกทีว่าเป็นไอเดียความฝัน) - การขอโฆษณานี้ผมเห็นว่าควรเป็นอย่างหลังๆ ที่ทำตามที่ท่าน Conducter ว่ามาเพราะมันจะกินทรัพยากรระบบให้ความรู้นั้นเข้าถึงได้ช้าลง ซึ่งมันจะลดความอยากเข้ามาของผู้ใช้มากๆ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วน้อยแบบผม เอิ้กๆ