ไร้สาระ ตอนที่ 2 หัวเรื่อง พรหมลิขิตและความไม่บังเอิญ

  ความน่าจะเป็นทางสถิติอธิบายเรื่องเหล่านี้ได้มันจะกลายเป็นว่าคุณต้องขวนขวายที่จะต้องตัดสินใจไปในทางเลือกต่างๆให้ถูกต้องตามแบบแผนที่จะให้เกิดขึ้น...เพื่อให้มันเกิดอย่างที่คุณต้องการ  

               Do you believe in destiny? คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม..... ถ้าพอจะจำกันได้นี่เป็นประโยคเด่นของหนังเรื่อง  กุมภาพันธ์ถึงแม้ว่าหนังจะเก่าไปแล้วแต่ก็ประทับใจอยู่นะค่ะ มีคนบอกไว้ว่าชีวิตของเราถูกลิขิตมาแล้ว เคยเกิดเหตุการณ์ที่มันไม่บังเอิญกับชีวิตของคุณบ้างหรือเปล่า....ถ้าเคยละก็.....ลองตอบถามตัวเองหน่อยเป็นไรว่า ทำไมต้องเกิดกับเราด้วย......                

             พรหมลิขิตนำพาให้คนเราได้รู้จักกัน ถ้าหากจะบอกว่ามันเป็นเพียงความน่าจะเป็นทางสถิติล่ะ มันจะเกิดเรื่องที่ไม่บังเอิญแบบนี้ได้หรือเปล่า...........      

           แค่ลองคิดกันดูว่าหากชายคนหนึ่งเป็นพนักงานบริษทในกรุงเทพ ได้มาพบรักหญิงคนนึงที่ทำงานอยู่ในบริษัทข้างๆ โดยทั้งสองเจอกันในร้านกาแฟบริเวณมุมตึกของบริษัทนั้นในเวลาบ่ายสามของวันที่ 9 สิงหาคม 2550 แค่ย้อนเวลากลับไปเสี้ยวนาทีก่อนทั้งสองเจอกัน หากชายคนนั้นไม่ได้ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านกาแฟ และเลือกไปอีกที่ ด้วยความน่าจะเป็น 0.5 (เหตุการณ์ 2 ทางเลือก) และไปพบเจอกับคนอื่นแล้วเกิดรักกันในที่สุด ก็กลายเป็นว่า มีโอกาสเสี้ยววินาทีนั้นด้วยความน่าจะเป็น 50 % ที่จะได้เจอผู้หญิงคนนั้น                 

                 แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปอีกล่ะ......สมมติว่าชายคนนั้นต้องมีทางเลือก 10 ทางก่อนที่จะได้มายืนอยู่ในร้านกาแฟในเวลาบ่ายสาม ของวันที่ 9 สิงหาคม 2550 โดยทุกการตัดสินใจสมมติให้เลือกแค่ซ้ายหรือขวา (2 ทางเลือก) เท่านั้น โอกาสที่เขาจะได้เจอหญิงคนนั้นก็จะลดลงเหลือเพียง 0.097 % เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงชีวิตของเรามีทางเลือกให้เดินมาตั้งแต่เกิดกว่าชีวิตของเราจะมาอยู่จุดนี้ได้และได้พบกับคนคนนั้นในเวลานี้ได้คุณว่ามันมีความน่าจะเป็นอยู่เท่าไหร่กัน.........         

               ถ้าบอกว่าพรหมลิขิตเป็นตัวกำหนดให้คนสองคนได้มาพบเจอก็หมายความว่าคุณไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ในที่สุดคุณก็จะได้พบกับคนคนนั้น........

                แต่ถ้าบอกว่าความน่าจะเป็นทางสถิติอธิบายเรื่องเหล่านี้ได้มันจะกลายเป็นว่าคุณต้องขวนขวายที่จะต้องตัดสินใจไปในทางเลือกต่างๆให้ถูกต้องตามแบบแผนที่จะให้เกิดขึ้น...เพื่อให้มันเกิดอย่างที่คุณต้องการ....                

                   ชีวิตของเราอาจจะถูกกำหนดมาให้พบเจอกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อาทิ ได้เป็นเพื่อนกับคนนี้ ได้ทำงานกับคนนี้ ได้รักกับคนนี้ ....ทั้งหมดล้วนสร้างให้เราเป็นเราได้มาทุกวันนี้                

                     ไม่ว่าพรหมลิขิตจะกำหนดให้เราได้พบกับความสุขหรือนำพาความผิดหวังเสียใจมาให้....ก็คงจะต้องยินดียอมรับและเข้าใจกับทุกข์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา......ที่เรียกกันว่าชีวิต..........

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รวมมิตร

คำสำคัญ (Tags)#พรหมลิขิต#ไม่บังเอิญ

หมายเลขบันทึก: 126415, เขียน: 09 Sep 2007 @ 05:01, แก้ไข, 22 May 2012 @ 23:25, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (12)

สวัสดีค่ะน้อง...รวมมิตร V9

  • ถามว่าเชื่อไหม  ..พออ่าน  บันทึกของน้องแล้วต้องเชื่อเลยค่ะ
  • ถามว่า...เคยเกิดกับตัวเองไหม
  • พรหมลิขิต...มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก..ใช่ไหมคะ
  • เชื่อเลยค่ะ.....เพราะเกิดกับครูอ้อยค่ะ...อืมมมม..มีความสุขค่ะ
  • ต้องขอบคุณ....พรหมลิขิต  และขอบคุณน้อง..ที่ทำให้นึกถึง...พรหมลิขิตค่ะ
  • สวัสดีครับ
  • ผมก้เชื่อครับ ขนาดอยู่กันคนและแห่งหน ไกลกันขนาดไหน พรหมลิขิตยังพามาให้ผมได้รู้จักเธอเลย
  • เชื่อไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
  • ขอบคุณ พรหมลิขิต
รวมมิตร V9
เขียนเมื่อ 09 Sep 2007 @ 12:48

สวสัดีค่ะคุณ P สิริพร

       คนเขียนมานั่งอ่านความคิดเห็นแล้วยิ้มเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาแชร์ความคิดเห็นค่ะ สงสัยว่าพรหมลิขิตของคุณสิริพร จะทำให้เกิดแต่สิ่งดีๆ

รวมมิตร V9
เขียนเมื่อ 09 Sep 2007 @ 12:49

สวสัดีค่ะ คุณ Mr Jod P

     ยินดีด้วยค่ะที่พรหมลิขิตของคุณนำพาให้ได้มารู้จักกับคนคนนั้นของคุณ......

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 09 Sep 2007 @ 15:46
  • ว้ายังไม่มีประสบการณ์เลย
  • อยากพบแบบนี้บ้างจัง พรหมลิขิต
  • อิอิๆๆ
  • ว่าแต่ว่า Sig. ที่ระดับเท่าไรครับ
  • ฮ่าๆๆๆ
พ่อใหม่กับยัยFORTRAN
IP: xxx.120.228.137
เขียนเมื่อ 10 Sep 2007 @ 00:01

พรหมลิขิตและความไม่บังเอิญ

 = พรหมลิขิต AND ความไม่บังเอิญ ตามหลักคณิตศาสตร์ 

(TRUE)    AND (TRUE) = TRUE

(FALSE) AND (TRUE) = FALSE

(TRUE)    AND (TRUE) = FALSE

หากพรหมลิขิตและความไม่บังเอิญจะเป็นจริง ทั้งสองสิ่งจะเป็นจริงด้วย โดยความหมาของ ลิขิต คือเขียน หรือกำหนด พรมห หาได้เขียนชีวิตใครได้ทั้งหมด

ผมจะเทียบสมการอย่าง ง่ายให้เห็นภาพ

นักพิมดีดมืออาชีพหนึ่งคน ใช้เวลาพิม 1 นาทีได้ 18 คำ หากจะลิขิต schedule ให้ใครมาพบกับใครเหนื่อยก็เหนื่อย เอาการ การเตรียมนัดหมายและแผนการทั้งหมด คิดคน 1 หน้า A4 ก็คงประมาณ 350-400 คำ หาร ด้วย 18 คิดเลขกลมๆ ก็ปรมาณ 400/20 = 20 นาที หรือ 3 นัดต่อชั่วโมง วันหนึ่งท่าน คง วางแผนการพบเจอได้สัก 72 คู่ ปีนึกก็..... เอาไปคูณเอาเองละกันคับ กว่าจะถึงคิวพวกเรา คงแย่แน่

แต่ พรม ที่ว่าน่าจะหมายถึงพวกเรา ที่ลิขิตชิวิต ด้วยปากกา ที่ปลายไม่เคยยก จากกระดาษแห่งเวลา ปลายที่จรด และบันทึก อตีตมายาวนาน และกำลังวาดอนาคต ปากกาแห่งปัจจุบัน ควันหลงนิดนึงนะตามประสาคนมีลูกน๊ะ ผมจำวันแรกไม่ถนัดนัก แตปากาของผมได้เขียนว่าต่อไปนี้เราต้องเป็นพ่อบนกระดาษแห่งเวลาของชีวิตผม บทเรียนมากมายที่ลูกสาวพร่ำสอนและเข้มงวดจนผมเป็นพ่อ ได้อย่างที่พูดแทนตัวเองเต็มปาก ลิขิตนั้นหาใช่ความบังเอิญ ซึ่งทั้งนี้พอสรุปได้ว่า TRUE AND TRUE = TRUE

"จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วเอา..." มันร้องกลอกหู จนรู้สึกสำนึกในบุญคุณมันไม่รู้จบเลยอ่ะ อิอิ

มาทักทายค่ะ

บันทึกน่าสนใจและเขียนเก่งมากค่ะ

รวมมิตร V9
เขียนเมื่อ 10 Sep 2007 @ 04:21
  • สวัสดีค่ะ อาจารย์P ช่วงนี้ออกทริป สนุกเลยสิค่ะ  ว่าแต่ ระดับนัยสำคัญก็น่าจะสูงทีเดียว แต่หวังว่าอาจารย์คงไม่ได้ตกอยู่ในช่วง Reject นะค่ะ :)
  • ขอบคุณพี่ใหม่ พยายามอ่านอยู่ 2-3 รอบก็ยัง งงๆ หรือว่าเรามันจิตนาการน้อยไปหน่อยนะเนี่ย
  • ขอบคุณ P ด้วยค่ะที่เข้ามาแวะเวียน ทักทาย

 

 

 

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 10 Sep 2007 @ 04:31
  • โอโห นึกว่าไปทำงานแล้ว
  • ลืมไปว่าเวลาต่างกันเนอะ
  • เพิ่งจัดกิจกรรมเสร็จเมื่อเย็น เหนื่อยเลยเพิ่งฟื้นครับ
  • เอาบันทึก
  • ชายหนุ่มคนนี้มาฝาก
  • อยากให้รู้จัก
  • อาจหลงรักก็ได้นะ
พิมพ์ดีด
เขียนเมื่อ 10 Sep 2007 @ 15:34

ถ้าพรมหลิขิต

มักถูกใช้เมื่อผลสุดท้ายออกมาเป็นชื่นมื้น

ถ้างั้นเราคงยังไม่ได้รู้จักกับคำว่า...พรหมลิขิต

---^.^---

เตรียมพรีเซนต์ให้ดี..อย่าให้เสียชื่อนักเรียนไทยนะอาจารย์

 

Nautic
IP: xxx.154.9.29
เขียนเมื่อ 17 Sep 2007 @ 14:44

พรหม+ลิขิต

ต้องขอบคุณ พระพรหม สิครับ

ต้องขอบคุณผู้ที่ให้กำเนิด วิชาสถิติ

จึงทำให้เรารู้ได้ว่า พระพรหม ท่านเก่งจริงๆ

 

แต่ผมก็เชื่อในพรหมลิขิต

---สนับสนุนให้ทุกคนทำความดี-----

สิ่งดีๆ จะได้เกิดขึ้นกับเราครับ

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ 12 Nov 2007 @ 17:25

ขึ้นหัวข้อว่า "ไร้สาระ" ... แต่ในทางวิชาการเรียกว่า เป็นการคิดนอกกรอบ ... และเป็นนอกกรอบที่น่าสนใจมากครับ ....

เป็นความคิดที่น่ารักมากครับ

:)