ความน่าจะเป็นทางสถิติอธิบายเรื่องเหล่านี้ได้มันจะกลายเป็นว่าคุณต้องขวนขวายที่จะต้องตัดสินใจไปในทางเลือกต่างๆให้ถูกต้องตามแบบแผนที่จะให้เกิดขึ้น...เพื่อให้มันเกิดอย่างที่คุณต้องการ
Do you believe in destiny? คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม..... ถ้าพอจะจำกันได้นี่เป็นประโยคเด่นของหนังเรื่อง “กุมภาพันธ์” ถึงแม้ว่าหนังจะเก่าไปแล้วแต่ก็ประทับใจอยู่นะค่ะ มีคนบอกไว้ว่าชีวิตของเราถูกลิขิตมาแล้ว เคยเกิดเหตุการณ์ที่มันไม่บังเอิญกับชีวิตของคุณบ้างหรือเปล่า....ถ้าเคยละก็.....ลองตอบถามตัวเองหน่อยเป็นไรว่า ทำไมต้องเกิดกับเราด้วย......
พรหมลิขิตนำพาให้คนเราได้รู้จักกัน ถ้าหากจะบอกว่ามันเป็นเพียงความน่าจะเป็นทางสถิติล่ะ มันจะเกิดเรื่องที่ไม่บังเอิญแบบนี้ได้หรือเปล่า...........
แค่ลองคิดกันดูว่าหากชายคนหนึ่งเป็นพนักงานบริษทในกรุงเทพ ได้มาพบรักหญิงคนนึงที่ทำงานอยู่ในบริษัทข้างๆ โดยทั้งสองเจอกันในร้านกาแฟบริเวณมุมตึกของบริษัทนั้นในเวลาบ่ายสามของวันที่ 9 สิงหาคม 2550 แค่ย้อนเวลากลับไปเสี้ยวนาทีก่อนทั้งสองเจอกัน หากชายคนนั้นไม่ได้ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านกาแฟ และเลือกไปอีกที่ ด้วยความน่าจะเป็น 0.5 (เหตุการณ์ 2 ทางเลือก) และไปพบเจอกับคนอื่นแล้วเกิดรักกันในที่สุด ก็กลายเป็นว่า มีโอกาสเสี้ยววินาทีนั้นด้วยความน่าจะเป็น 50% ที่จะได้เจอผู้หญิงคนนั้น
แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปอีกล่ะ......สมมติว่าชายคนนั้นต้องมีทางเลือก 10 ทางก่อนที่จะได้มายืนอยู่ในร้านกาแฟในเวลาบ่ายสาม ของวันที่ 9 สิงหาคม 2550 โดยทุกการตัดสินใจสมมติให้เลือกแค่ซ้ายหรือขวา (2 ทางเลือก) เท่านั้น โอกาสที่เขาจะได้เจอหญิงคนนั้นก็จะลดลงเหลือเพียง 0.097% เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงชีวิตของเรามีทางเลือกให้เดินมาตั้งแต่เกิดกว่าชีวิตของเราจะมาอยู่จุดนี้ได้และได้พบกับคนคนนั้นในเวลานี้ได้คุณว่ามันมีความน่าจะเป็นอยู่เท่าไหร่กัน.........
ถ้าบอกว่าพรหมลิขิตเป็นตัวกำหนดให้คนสองคนได้มาพบเจอก็หมายความว่าคุณไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ในที่สุดคุณก็จะได้พบกับคนคนนั้น........
แต่ถ้าบอกว่าความน่าจะเป็นทางสถิติอธิบายเรื่องเหล่านี้ได้มันจะกลายเป็นว่าคุณต้องขวนขวายที่จะต้องตัดสินใจไปในทางเลือกต่างๆให้ถูกต้องตามแบบแผนที่จะให้เกิดขึ้น...เพื่อให้มันเกิดอย่างที่คุณต้องการ....
ชีวิตของเราอาจจะถูกกำหนดมาให้พบเจอกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อาทิ ได้เป็นเพื่อนกับคนนี้ ได้ทำงานกับคนนี้ ได้รักกับคนนี้ ....ทั้งหมดล้วนสร้างให้เราเป็นเราได้มาทุกวันนี้
ไม่ว่าพรหมลิขิตจะกำหนดให้เราได้พบกับความสุขหรือนำพาความผิดหวังเสียใจมาให้....ก็คงจะต้องยินดียอมรับและเข้าใจกับทุกข์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา......ที่เรียกกันว่าชีวิต..........
สวัสดีค่ะน้อง...รวมมิตร V9
สวสัดีค่ะคุณ
สิริพร
คนเขียนมานั่งอ่านความคิดเห็นแล้วยิ้มเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาแชร์ความคิดเห็นค่ะ สงสัยว่าพรหมลิขิตของคุณสิริพร จะทำให้เกิดแต่สิ่งดีๆ
สวสัดีค่ะ คุณ Mr Jod
ยินดีด้วยค่ะที่พรหมลิขิตของคุณนำพาให้ได้มารู้จักกับคนคนนั้นของคุณ......
พรหมลิขิตและความไม่บังเอิญ
= พรหมลิขิต AND ความไม่บังเอิญ ตามหลักคณิตศาสตร์
(TRUE) AND (TRUE) = TRUE
(FALSE) AND (TRUE) = FALSE
(TRUE) AND (TRUE) = FALSE
หากพรหมลิขิตและความไม่บังเอิญจะเป็นจริง ทั้งสองสิ่งจะเป็นจริงด้วย โดยความหมาของ ลิขิต คือเขียน หรือกำหนด พรมห หาได้เขียนชีวิตใครได้ทั้งหมด
ผมจะเทียบสมการอย่าง ง่ายให้เห็นภาพ
นักพิมดีดมืออาชีพหนึ่งคน ใช้เวลาพิม 1 นาทีได้ 18 คำ หากจะลิขิต schedule ให้ใครมาพบกับใครเหนื่อยก็เหนื่อย เอาการ การเตรียมนัดหมายและแผนการทั้งหมด คิดคน 1 หน้า A4 ก็คงประมาณ 350-400 คำ หาร ด้วย 18 คิดเลขกลมๆ ก็ปรมาณ 400/20 = 20 นาที หรือ 3 นัดต่อชั่วโมง วันหนึ่งท่าน คง วางแผนการพบเจอได้สัก 72 คู่ ปีนึกก็..... เอาไปคูณเอาเองละกันคับ กว่าจะถึงคิวพวกเรา คงแย่แน่
แต่ พรม ที่ว่าน่าจะหมายถึงพวกเรา ที่ลิขิตชิวิต ด้วยปากกา ที่ปลายไม่เคยยก จากกระดาษแห่งเวลา ปลายที่จรด และบันทึก อตีตมายาวนาน และกำลังวาดอนาคต ปากกาแห่งปัจจุบัน ควันหลงนิดนึงนะตามประสาคนมีลูกน๊ะ ผมจำวันแรกไม่ถนัดนัก แตปากาของผมได้เขียนว่าต่อไปนี้เราต้องเป็นพ่อบนกระดาษแห่งเวลาของชีวิตผม บทเรียนมากมายที่ลูกสาวพร่ำสอนและเข้มงวดจนผมเป็นพ่อ ได้อย่างที่พูดแทนตัวเองเต็มปาก ลิขิตนั้นหาใช่ความบังเอิญ ซึ่งทั้งนี้พอสรุปได้ว่า TRUE AND TRUE = TRUE
"จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วเอา..." มันร้องกลอกหู จนรู้สึกสำนึกในบุญคุณมันไม่รู้จบเลยอ่ะ อิอิ
มาทักทายค่ะ
บันทึกน่าสนใจและเขียนเก่งมากค่ะ
ถ้าพรมหลิขิต
มักถูกใช้เมื่อผลสุดท้ายออกมาเป็นชื่นมื้น
ถ้างั้นเราคงยังไม่ได้รู้จักกับคำว่า...พรหมลิขิต
---^.^---
เตรียมพรีเซนต์ให้ดี..อย่าให้เสียชื่อนักเรียนไทยนะอาจารย์
พรหม+ลิขิต
ต้องขอบคุณ พระพรหม สิครับ
ต้องขอบคุณผู้ที่ให้กำเนิด วิชาสถิติ
จึงทำให้เรารู้ได้ว่า พระพรหม ท่านเก่งจริงๆ
แต่ผมก็เชื่อในพรหมลิขิต
---สนับสนุนให้ทุกคนทำความดี-----
สิ่งดีๆ จะได้เกิดขึ้นกับเราครับ
ขึ้นหัวข้อว่า "ไร้สาระ" ... แต่ในทางวิชาการเรียกว่า เป็นการคิดนอกกรอบ ... และเป็นนอกกรอบที่น่าสนใจมากครับ ....
เป็นความคิดที่น่ารักมากครับ
:)