กาลครั้งหนึ่งของการจากลาอย่างเปลี่ยวเหงา..

แผ่นดิน
  การจากลาในคืนเงียบที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยวเหงา   

ภาคต้น -

 (๒๗  สิงหาคม  เวลา ๒o : ๑๕  น.)   

 

ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน..

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
บริสุทธิ์กล้าหาญ …จะบานในใจ </p>


สีขาว หนุ่มสาวจะใฝ่


แน่วแน่แก้ไขจุดไฟศรัทธา.......

 



....



เสียงเพลงแห่งหนุ่มสาวก้องดังอย่างมีความหมาย ..ขณะที่ผมยืนอยู่กับลูกชายทั้งสองคนในมุมหนึ่งอย่างเงียบสงบ คลองริมชี หรือริมตลาดน้อยเต็มไปด้วยแสงเทียนกะพริบวาววับต้านลมอย่างไม่หวาดหวั่น

 




เสียงสวดพระพุทธมนต์สิ้นสุดลงเมื่อครู่,    นิสิตจำนวนมากทยอยเดินออกไปจากริมคลองชี   หลายกลุ่มยืนนิ่งอาวรณ์   หรือแม้แต่การแสดงความระลึกถึงและให้เกียรติ "เพื่อน" ผู้จากลาไปอย่างเงียบ ๆ

 

 



...

 


 

 

 


ย้อนกลับไปก่อนวันแม่เพียงไม่กี่วัน นิสิตชายท่านหนึ่งจากลาเพื่อน, พ่อแม่ และมิ่งมิตร หรือแม้แต่สถาบันโดยไม่เอ่ยลา

 

 



และเป็นการจากลาในคืนเงียบที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยวเหงา



....



จริงเท็จประการใด คือ คำถามที่ไม่อาจรู้คำตอบเกี่ยวกับเหตุการณ์แห่งการจากพราก ...

 


เพื่อนจากไปอย่างเงียบเหงาโดยปราศจากการพบพานของใคร ๆ หรือแม้แต่การจากลาที่อาจมีใครสักคนพานพบ (แต่นิ่งเงียบชาเฉย) ... หรือแม้แต่เพียรพยายามที่จะช่วยอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่อาจทานทัดมัจจุราชผู้ซึ่งเที่ยงธรรมต่อหน้าที่

 

หรือการจากลาครั้งนี้เป็นชะตากรรมที่พรหมลิขิตได้ขีดเส้นไว้อย่างแน่นหนาแล้ว



.....

 

ค่ำคืนของวันนี้ ผู้คนจำนวนมากพกพาหัวใจอันบริสุทธิ์มาร่วมแสดงความระลึกถึงและไว้อาลัยต่อการจากไปอันเงียบเหงาของเพื่อนคนหนึ่งที่จากลาโดยปราศจากโอกาสแห่งการ "บอกลา.."


ความดีงามแห่งนาฏกรรมทั้งปวงที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้  ยิ่งใหญ่และงดงามยิ่งกว่าการบอกกล่าวด้วยถ้อยคำใด



ยิ่งใหญ่ เพราะกำลังบอกกับ "สังคม" ว่า ที่นี่ต้องไม่เงียบ... การตายไม่ใช่ความเงียบ เพราะที่นี่คือ "สังคม" ที่ต้องอยู่ร่วมกัน !

 

....

 

ในห้วงท้ายที่ผมเดินกลับออกมา นิสิตกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ฟากฝั่งหนึ่งของตลาดน้อย ผมคะเนหมายเองว่า น่าจะเป็นกลุ่มคนแห่งความรักที่สนิทแน่นกับผู้จากไป



ไม่นานนัก, ผมแว่วยินเสียงเพลงแว่วเศร้าลอยข้ามมาอย่างแผ่วเบา ผมไม่อาจรู้เลยว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไร สรรพเสียงและบรรยากาศแห่งเพลงนั้นเป็นเช่นใดบ้าง

 


แต่ผมก็มั่นใจว่า เพลงนั้นได้ออกจากหัวใจของคนที่มีชีวิตอยู่และส่งผ่านสายน้ำนั้นไปสู่เพื่อนผู้จากลาในคืนเงียบ



ความตายยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าใกล้ หรือ ไกล ก็เดินทางไปเยือนทุกคนอย่าง

เสมอภาค

     

</span><p></p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภาคปลาย </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(๒๘  สิงหาคม  เวลา  o:  o  น.)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมพาตัวเองออกจากห้องหับพร้อมข้าวปลาอาหาร   หรือแม้แต่ขนมนมเนยในการตักบาตร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไปถึงที่หมายเป็นอันดับต้น ๆ  ของผู้คนทั้งหลาย ,   และจากนั้นชั่วระยะสักพักพระภิกษุสงฆ์ก็เดินทางมารับบิณฑบาตอย่างถ้วนทั่ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การตักบาตรครั้งนี้   ผมเชื่อเหลือเกินว่า  หลายคนมาด้วยจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน  นั่นคือ  การอุทิศส่วนกุศลแก่เพื่อนิสิตที่ล่วงลับไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และผมก็เช่นเดียวกัน ,  ผมไปเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับน้องนิสิต  ผมไม่ได้อธิษฐานใดให้กับตนเอง  หรือแม้แต่คนรอบข้าง   หากแต่อธิษฐานอย่างแรงกล้าในการส่งผลบุญนี้ทั้งปวง (ถ้าพอจะมีบ้าง)  ไปถึงเขา ….</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>  </p><p> </p><p> </p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#ตักบาตร#โลกและชีวิต

หมายเลขบันทึก: 122808, เขียน: 28 Aug 2007 @ 20:43, แก้ไข, 19 Jun 2012 @ 14:01, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 34, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (34)

Lioness_ann
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 21:03

สวัสดีค่ะ

  • อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ  แต่ก็ซึมซับได้ในบรรยากาศตรงนั้น  อาจจะเพราะมีประสบการณ์เดิมในชีวิตของการจากไปของเพื่อนรัก  ที่จากไปโดยไม่ได้เอ่ยคำลาคำใดๆ ออกมาเฉกเช่นเดียวกับที่น้องนิสิตเหล่านั้นพานพบมังคะ  เหลือไว้เพียงภาพอดีตแห่งความทรงจำดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน  เพราะ  เขา คือ เพื่อน  ของเราไงคะ
  • ณ  วันนี้คงเหลือแต่เพื่อนที่อยู่ในปัจจุบันที่ต้องคิด  และไม่พลาด  หรือประมาทกับการใช้ชีวิตในทุกขณะจิตแล้วล่ะค่ะ  คงต้องเอาบทเรียน,อุทาหรณืนั้นมาสอนใจผู้อยู่ค่ะ 
  • แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่ได้เห็นมิตรภาพแห่งความเป็นเพื่อนที่ส่งไปให้น้องผู้จากไป(ถ้าเขารับรู้  เขาคงอิ่มสุขในสภาพที่เขาไป)
  • ขอให้น้องเค้าไปสู่สุคติภพนะคะ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 21:36
  • รู้สึกเศร้าจังเลยครับ
  • นึกถึงวันที่เพื่อนทำค่ายด้วยกันจากไปไม่กลับ
  • ไปดีเถิดดอกไม้ของประชาชน
  • ขอบคุณครับ
ย่ามแดง
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 22:06

หวัดดีครับพี่ 

  • รู้สึกเศร้าทุกครั้งเมื่อทราบข่าวการจากไปของนิสิต-นักศึกษา  เสียดายโอกาสในการพัฒนาตน  พัฒนาสังคม ในอนาคต
  • แต่เมื่อไม่สามารถต้านทานพญามัจุราชได้..ก็ขอส่งความระลึกถึงและความเสียใจมาพร้อมกันนี้ครับ
  • สำหรับคนที่อยู่ก็คงต้องตระหนักอยู่เเสมอว่าเราจะไม่ประมาทกับความ"ตาย"

 

pa_daeng
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 22:11
  • สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
  • อ่านบันทึกของอาจารย์ เหมือนได้อ่านเรื่องเขียนของใครซักคนคิดไม่ออก
  • บันทึกนี้ เศร้า ค่ะ
  • สู่สุคติค่ะ คนดีของสังคม

สวัสดีเจ้าค่ะ ครูแผ่นดิน ถิ่นสยามที่น่ารัก

          โห เศร้าจังเลยนะค่ะ..แค่นึกถึงวันที่จะต้องจากเพื่อนม.6ไปยังเศร้าเลยเจ้าค่ะ นั่นแค่เป็นการจากแต่ก็ยังหาโอกาสเจอได้ ...ถ้าไม่ได้เจอนี่สิ คงจะเศร้าเพิ่มอีกทวีคูณ

          เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---------> น้องจิ ^_^

กมลวัลย์
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 07:50

อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า แต่ละคนที่ยังอยู่ในวันนี้ ได้รับโอกาสที่จะได้ทำอะไรดีๆ ให้กับสังคมต่อไปได้...

เวลาของแต่ละคนบนโลกนี้อาจมีเท่า..หรือไม่เท่ากันก็ได้..  แต่ที่แน่นอนคือ เราไม่รู้ว่าเวลาของเราจะหมดลงเมื่อใด...  ดังนั้นต้องตั้งใจอยู่กับปัจจุับันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด...

เช้านี้อ่านบันทึกที่ทำให้นึกถึงปัจจุบันขณะถึง ๒ เรื่อง... นับเป็นเช้าที่ดีที่มีผู้มาเตือนสติถึง ๒ ครั้งค่ะ..

ขอบคุณค่ะ 

naree suwan
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 08:02

มาร่วมไว้อาลัยกับลูกศิษย์อาจารย์ด้วยคนนะคะ

  • แม้ร่างกาย..สังขารแตกดับ
  • คุณงาม ความดี ที่เพียรสร้าง
  • อยู่ยั่ง..ยืนนานคะ

-----------------------------------

  • รู้สึกเศร้าใจเสมอ..เมื่อได้ยินข่าวการจากไปของผู้คนบนโลกใบนี้...ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด...
  • และขอไว้อาลัยกับครูใต้ที่พึ่งเสียชีวิตเมื่อวันก่อนเพราะถูกกระทำด้วยคะ

 

  • อ่านบันทึกแล้วเศร้ามากค่ะ
  • พี่มีเรื่องเศร้ากับการจากไปของเพื่อนพี่ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่ปัตตานีที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณและโหดเหี้ยมเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ลงข่าวใหญ่หน้า 1 ในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ (อาจารย์นอง บุญศักดิ์) จบป.ตรีรุ่นเดียวกับพี่ค่ะ เป็นศิษย์เก่าเลือดเนื้อเชื้อไข ม.สงขลานครินทร์
  • ทราบข้อมูลว่าคนที่ฆ่าอาจารย์นองโดยการดักจ่อยิงจนรถยนต์เสียหลัก ยังราดน้ำม้นเผาทั้งเป็นนั้นเป็นศิษย์เก่าที่อาจารย์นองเคยสอนมาด้วย
เนปาลี
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 09:24
  • สวัสดีค่ะ  คุณแผ่นดิน..

อ่านแล้วเศร้าไปด้วย  แต่ก็คิดว่า เมื่อมีการเกิด ก็ต้องมีการจากพราก  สิ่งเหล่านี้เป็นสัจธรรมที่เราต้องเผชิญ    ตราบเท่าที่เรายังคงวนเวียนในวัฏสังขารนี้

นุ้ยcsmsu
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 16:18

นำภาพบรรยากาศตอนเย็นมาฝากค่ะ บรรยากาศเศร้าๆ

Dscf9865-1

สวัสดีค่ะ

  ถ้าดิฉันเป็นผู้ล่วงลับท่านนั้น ดิฉันจะฝากขอบคุณมาถึงทุกคน ที่ให้ความสำคัญกับดิฉัน ในภพชาตินี้ ความตายไม่มีเครื่องหมาย ไม่มีเวลาที่แน่นอน และไม่รู้สถานที่ แต่ที่แน่ๆคือต้องพบแน่นอน ถ้าชาติหน้ามีจริงและเราได้พบกันอีก ดิฉันจะทำทุกอย่างเป็นการตอบแทน ไม่ให้คั่งค้างเหมือนชาตินี้ ลาก่อนทุกคน

สะ-มะ-นึก
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 17:42
  • เมื่อวันก่อนก็ฟังข่าว นศ. ราชภัฏเชียงใหม่ ยืนฉี่ใส่รั้งรวดหนาม ใกล้ๆตู้โทรศัพท์ ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต
  • เฮ้อ... เศร้าจัง  คนเราต้องมาสูญเสียกับความชุ่ยของคนด้วยกัน

ขอบคุณครับ

เบญจมาศขาว
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 17:43
ขอไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ยังคงอยู่ให้เข้มแข็งต่อไปนะคะ
ขอให้นิสิต ที่คงอยู่ ทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์ นะคะ
sasinanda
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 23:17

สวัสดีค่ะคุณพนัส

P

บันทึกเศร้าๆอย่างนี้ จะว่าไปก็ดีไปอย่าง เป็นการเตือนสติเราอย่างดีค่ะ ตอนนี้เขาไปสบายแล้วค่ะ

คนอยู่ก็ทุกข์ต่อ สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ค่ะ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 17:40

สวัสดีครับ...

P

ช่วงนี้ต้องถือว่าการงานหนักหน่วง  และดูเหมือนเรื่องเศร้าจะสัญจรเข้ามาทักทายอยู่อย่างต่อเนื่อง...

การจากพรากเป็นธรรมดาสามัญของชีวิต  แต่ที่พบพานก็ไม่เคยเห็นใครเฉยชาไม่รู้สึกรู้สากับการสูญเสียคนใกล้ตัวโดยไม่รู้สึกอะไร..

ค่ำคืนนั้น,  นิสิตจำนวนมากและมากจริง มาร่วมไว้อาลัยจุดเทียนส่งใจไปถึงเพื่อนที่จากไปอย่างน่าชื่นชม ...

สังคม คือ การอยู่ร่วมกัน   การแสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่สะท้อนความเป็น "สายสัมพันธ์"  จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ขอบพระคุณนะครับที่แวะมาทักทาย... และผมต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ตอบบันทึกล่าช้าเอามาก ๆ ..

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 30 Aug 2007 @ 17:48

สวัสดีครับ  อ.ขจิต

P
  • ดอกไม้ของประชาชน
  • โรยร่วงลงที่ใด
  • ย่อมผลิบานเติบใหญ่ได้อีกครั้ง, อย่างไม่ต้องสงสัย
  • ...
  • ขอบคุณครับ

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 07:48

สวัสดีครับ  อ.ย่ามแดง

P

ขอบคุณที่แวะมาร่วมแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้  รวมถึงการนำพาข้อคิดเตือนใจมาฝากด้วยเช่นกัน

เมื่อไม่สามารถต้านทานพญามัจุราชได้..ก็ขอส่งความระลึกถึงและความเสียใจมาพร้อมกันนี้ครับ

สำหรับคนที่อยู่ก็คงต้องตระหนักอยู่เเสมอว่าเราจะไม่ประมาทกับความ"ตาย"

ขอบคุณครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 07:51

สวัสดีครับ  ป้าแดง

P

การจากลาในทำนองนี้,  บางทีนี่อาจจะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดของเขาคนนี้ก็เป็นได้  เพราะไม่ต้องมาเหนื่อยกับการโลดแล่นทยานไล่ล่าความฝันใด ๆ อีกแล้ว

แต่สำหรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่โดยเฉพาะญาติก็คงเศร้าใจยาวนานอยู่บ้าง  แต่เชื่อว่าไม่นาน  ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี  และทุกอย่างก็จะประทับตรึงไว้ในความทรงจำเป็นสำคัญ

....

ขอบพระคุณครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 01 Sep 2007 @ 08:21

สวัสดีครับ หนูจิ

P

การจากที่ยังมีโอกาสได้เจอกันนั้น...ยังถือว่าโชคดี  และการจากพรากที่หมายถึงการล่วงลับนั้นก็เป็นธรรมดาที่นำพาความเศร้าโศกมายังมิ่งมิตรชิดใหล้

แต่บางครั้ง,  การล่วงลับเช่นนี้ก็น่าจะหมายถึงการหลุดพ้นไปสู่ความสุขสงบได้เหมือนกัน ..ใช่ไหม

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 01 Sep 2007 @ 08:23

สวัสดีครับ  อ.กมลวัลย์

P

ขอบพระคุณนะครับที่นำมุมชีวิตดี ๆ มาฝาก และช่วยเตือนสติเราทุกคน

เวลาของแต่ละคนบนโลกนี้อาจมีเท่า..หรือไม่เท่ากันก็ได้..  แต่ที่แน่นอนคือ เราไม่รู้ว่าเวลาของเราจะหมดลงเมื่อใด...  ดังนั้นต้องตั้งใจอยู่กับปัจจุับันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด...

ขอบคุณครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 08:18

สวัสดีครับ

P

ไม่มีการสูญเสียใดที่ไม่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด  โดยเฉพาะการสูญเสียคนที่ทำดีเพื่อสังคม  ...  และหนึ่ในนั้นก็รวมครูที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตที่ภาคใต้ด้วย

  • แม้ร่างกาย..สังขารแตกดับ
  • คุณงาม ความดี ที่เพียรสร้าง
  • อยู่ยั่ง..ยืนนานคะ
  • และนี่คืสัจธรรมของชีวิตที่เราต้องยึดและตระหนักอย่างหนักแน่น

    ขอบคุณครับ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 19:42

    สวัสดีครับ พี่อัมพร

    P
    • นับวันเรายิ่งสูญเสียทรัพยากรในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปอย่างถี่ครั้ง
    • ล่าสุดก็เป็นนิสิตนักศึกษา
    • ผมเศร้าและสะเทือนใจเสมอกับข่าวคราวการสูญเสีย  เพราะรู้สึกว่าคนไทยไม่น่าจะต้องมาทำร้ายกันเอง
    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 19:44

    สวัสดีครับ  คุณต้อม

    P

    ช่วงนี้นิสิตในมหาวิทยาลัยเสียชีวิตบ่อยครั้งขึ้น  บันทึกนี้จึงเป็นห้วงอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากปรากฎการณ์ของการสูญเสียเหล่านั้น

    ขอบคุณนะครับที่แวะมาให้กำลังใจและนำพาแง่งามของชีวิตมาฝาก

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 19:46

    ขอบคุณมาก ..น้องนุ้ย

    P

    ขอบคุณที่ช่วยเก็บภาพบรรยากาศนั้นไว้  พี่เองก็บันทึกภาพไว้บ้าง  แต่ค่ำคืนนั้นมันเปลี่ยวเศร้าจริง ๆ

    กิ่ง
    เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 20:01
    • สวัสดีค่ะอาจารย์
    • อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ
    • คิดถึงเพื่อนค่ะ
    • บางคนไม่อยู่ก็เหมื่อนอยู่ค่ะ
    • แต่บางคนอยู่ก็เหมื่อนไม่มีตัวตนค่ะ
    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 20:09

    สวัสดีครับ

    P

    อ่านทัศนะแล้ว  .. ผมซาบซึ้งจนไม่รู้จะตอบด้วยถ้อยคำใด  ได้แต่ขออนุญาตนำกระบวนความเหล่านั้นมากล่าวซ้ำอีกรอบ นะครับ

    ถ้าดิฉันเป็นผู้ล่วงลับท่านนั้น ดิฉันจะฝากขอบคุณมาถึงทุกคน ที่ให้ความสำคัญกับดิฉัน ในภพชาตินี้ ความตายไม่มีเครื่องหมาย ไม่มีเวลาที่แน่นอน และไม่รู้สถานที่ แต่ที่แน่ๆคือต้องพบแน่นอน ถ้าชาติหน้ามีจริงและเราได้พบกันอีก ดิฉันจะทำทุกอย่างเป็นการตอบแทน ไม่ให้คั่งค้างเหมือนชาตินี้ ลาก่อนทุกคน
    ...
    ขอบพระคุณครับ
    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 18:23

    สวัสดีครับ  พี่สมนึก

    P
    • ไม่ว่าการสูญเสียในลักษณะใด  ก็ถือว่าเป็นการสูญเสีย...
    • มีบ้างมั๊ยครับ...
    • เดินตกท่อกลางใจเมืองแล้วเสียชีวิต
    • นั่นก็คงเศร้าไม่แพ้กัน
    • ...
    • ขอบคุณครับ
    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 18:28

    สวัสดีครับ

    P
    ขอไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ยังคงอยู่ให้เข้มแข็งต่อไปนะคะ
    ....

    ขอบคุณมากเลยครับ

    และกระบวนความข้างต้นที่นำมาฝากไว้ในบันทึกของผมนั้น  ถือได้ว่าสำคัญมากสำหรับผู้มีชีวิตอยู่

    เพราะคนที่มีชีวิตอยู่สามารถเรียนรู้ชีวิตจากข้อบกพร่องของผู้ที่จากไปได้  รวมถึงการต่อยอดต่อความดีงามของเขาด้วยเช่นกัน

    ....

    ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 18:42

    สวัสดีครับ คุณกาเหว่า

    P

    การสูญเสีย   ตอกย้ำให้คนที่มีชีวิตอยู่ได้ตระหนักถึงวันเวลาที่มีอยู่อย่างน้อยนิด

    และนั่นหมายถึงการทำวันนี้ให้ดีที่สุด .. และคำว่าดีที่สุดก็หมายถึง  การลงมือทำในสิ่งอันเป็นความงดงาม ...

    ผมเชื่อเช่นนั้นนะครับ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 20:34

    สวัสดีครับ พี่ศศินันท์

    P

    บันทึกเศร้าๆอย่างนี้ จะว่าไปก็ดีไปอย่าง เป็นการเตือนสติเราอย่างดีค่ะ ตอนนี้เขาไปสบายแล้วค่ะ

    คนอยู่ก็ทุกข์ต่อ สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ค่ะ

    ขอบพระคุณมากครับที่มาช่วยเติมเต็มสัจธรรมแห่งชีวิตในบันทึกนี้

    paew
    เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 21:05

    เศร้าจังเลยค่ะ พี่เพิ่งจะไปงานส่งอาจารย์ของพี่ท่านหนึ่งไปสวรรค์ค่ะ ท่านจากไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หลังจากเกษียณได้ 2 ปีค่ะ วันก่อนอ่านเรื่องที่ท่านเขียนเกี่ยวกับความฝันหลังเกษียณ ทำนบน้ำตาก็พังอีกครั้ง

    ขอให้น้องนักศึกษาสู่สุขคติด้วยค่ะ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 06:44

    สวัสดีครับ

    P

    เป็นธรรมดานะครับที่เราจำต้องพบพานกับเพื่อนในหลายลักษณะ

    แต่ถึงอย่างไร  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนลักษณะใดก็ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตด้วยกันทั้งนั้น

    ขอบคุณครับ

    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 08:06

    สวัสดีครับ  อ.แป๋ว

    P

    ไม่มีการสูญเสียใดที่ไม่นำพาความเศร้าสะเทือนใจมาสู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง    แต่ถ้ามองในแง่ดี  ผู้จากลานั้นก็ถือว่าหลุดพ้นจากห้วงกรรมไปอีกวาระหนึ่งแล้ว

    ดีที่สุดสำหรับผู้มีชีวิตอยู่ก็คงได้แต่ภาวนาให้ผู้จากลานั้นสู่สุขคติภพ  และเราก็หันกลับมาทำวันนี้ให้ดีที่สุดกันต่อไป

    ...

    ขอบพระคุณครับ