พ่อครู เป็นอุบัติการณ์ธรรมชาติทางสังคมที่ก่อให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามสังคมใดเกิดวิกฤตหรือเกิดอาการหลงทาง

   


           
ขอเล่าต่อครับ เรื่องควันหลงหลังฉาก และฉากหน้าคงต้องมีต่อไปเรื่อยๆครับ          
          

           ขอต่อด้วยกลุ่มวิทยากรที่มาร่วมงานเพราะถูก ใจสั่งมาอีกกลุ่มหนึ่งครับ 


         
         
เริ่มด้วย ปูชนียบุคคลแรก คือ ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ผู้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน แห่งมหาชีวาลัยอีสาน ที่หลายท่านใน
Gotoknow รู้จักคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว


          ผมเอง เมื่อคิดว่าจะเจาะเข้าไปหากลุ่มเครือข่ายที่มีพลังอยู่แล้วในเครือข่ายภาคต่างๆ ก็เห็นกลุ่มพลังทางอีสานนี่แหละที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนมากที่สุด


          ผมจึงเข้าไปสำรวจดู ก็รู้ว่าที่เป็นกลุ่มก้อน เป็นเพราะมีศูนย์รวมใจอยู่ที่ คนๆหนึ่ง
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์หรือ ต่อไปผมจะเรียกท่านว่าพ่อครู 


          เพราะผมหมายถึง พ่อของครูจริงๆ ที่ครูทั้งหลายน่าเดินตาม


          ดังจะเห็นได้จาก อาจารย์ขจิต ฝอยทอง นักศึกษาปริญญาเอก เดินตามอยู่ต้อยๆ จนเลื่อนฐานะจากลูกศิษย์เป็นลูกชายตัวจริงไปแล้ว


          และผมยังเห็นครูบาอาจารย์อีกหลายๆท่าน หลายๆสถาบัน ที่กำลังเข้าแถวเดินตามท่านทั้งในปัจจุบันและในอนาคต


         พ่อครู เป็นอุบัติการณ์ธรรมชาติทางสังคมที่ก่อให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อใดก็ตามสังคมใดเกิดวิกฤตหรือเกิดอาการหลงทาง

         สังคมนั้นก็จะเกิดผู้นำตามธรรมชาติ หรือผู้ที่มีวิสัยทัศน์รู้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ควรทำในสังคมนั้นๆ

          ดังนั้น สิ่งที่พ่อครูพูดและทำให้ดูในขณะนี้ คือการชี้นำด้วยการปฏิบัติจริงเดินหน้าให้สังคมของตนดู สิ่งที่พ่อครูสร้างขึ้น คือ มหาชีวาลัยอีสาน จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยสรรพวิชา ที่คนอีสานควรรู้และควรทำ

          นอกจากนี้ พ่อครูยังเป็นอุบัติการณ์ ที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน ด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิที่มีอยู่ พ่อครูทำให้คนที่มาพบต้อง ทึ่ง แต่ไม่อึ้ง เพราะพ่อครูจะมีวิธีที่สื่อสารให้คนที่มาหา ได้รู้ ได้เห็น ได้ปฏิบัติ จนเข้าใจอย่างถ่องแท้กลับไปทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสื่อสารด้วยความรักและเมตตา

          คนที่เคยพบพ่อครูทุกคน ยืนยันได้ว่า แม้พ่อครูยังไม่เอ่ยปากพูดเลยสักคำ กระแสแห่งความรักและเมตตาของพ่อครูยังหลั่งไหลออกมาให้สัมผัสรับรู้ได้

          นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ทุกคนรักและอยากชิดใกล้พ่อครู

          ยิ่งกว่านั้น พอพ่อครูเอ่ยปากพูดออกมา คนฟังทุกคนต้องนิ่งและตั้งใจฟังเพราะทั้งลีลาคำพูดและเนื้อความนั้น ช่างมีสาระที่แทงใจคนฟังและมีแง่มุมใหม่ๆที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ของผู้ฟังจากมิติเดิมสู่มิติใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์

          ที่ยอดเยี่ยมไปกว่านั้น คือสิ่งที่ท่านพูดออกไปด้วยลีลาและสำนวนที่สนุกสนาน ธรรมดาๆ มิได้ใช้ศัพท์แสงลึกซึ้งทางวิชาการแต่อย่างใด หากเต็มไปด้วยรสชาติสำนวนแบบพื้นบ้านผสมคำศัพท์แสงสมัยใหม่ที่วัยรุ่นชอบใช้ ทำให้คนฟังต้องฟังไปหัวร่อไป ยิ้มหวัวไปและเข้าใจซึบซาบไปกับสาระที่พ่อครูสื่อออกไปด้วย

          วิธีสื่อสารเช่นนี้เองที่ พ่อครูเรียกว่า
เฮฮาศาสตร์

          ประกอบด้วยการต้อนรับขับสู้ ผู้มาเยือนแบบกันเองแบบญาติมิตร ช่วยกันหุงหาอาหารทำกับข้าวเลี้ยงกันเอง ผักหญ้ากับปลาก็หาเอาตามละแวกนั้น ชี้ชวนกันดู ชี้ชวนกันเก็บ ต่างคนต่างผลัดช่วยกันทำ ให้ผู้มาแสวงหาความรู้นั้นมีความรู้สึกใกล้ชิดผูกพันเป็นลูกหลาน ชื่นมื่นรื่นหัวใจไปตามกุศโลบายของพ่อครู

          ทีนี้ จะพูดจะสั่งจะสอน จะนำทางอย่างไร ทุกหัวใจก็พร้อม น้อมรับฟัง

          และบางครั้งท่านก็หลุดคำพูดทันสมัยออกมาทำให้คนที่ได้ยิน ฮาบ้าง หรือต้องอมยิ้มไปตามๆกัน

          ท่านจึงเป็นปราชญ์ชาวบ้าน ที่ครองหัวใจของนักวิชาการในมหาวิทยาลัยในขณะนี้ และไม่น่าแปลกใจเลยว่า บรรดาผู้คนที่อยู่ล้อมรอบตัวท่านมีทั้งนักวิชาการระดับศาสตราจารย์ รศ. ดร. ทั้งนั้นที่เข้ามาฝากตัวนับเป็นลูกหลานของท่าน
         
          สิ่งหนึ่งที่ทำให้ท่านโดดเด่นขึ้นมา แตกต่างกับปราชญ์ชาวบ้านโดยทั่วๆไป เพราะท่านมีความทันสมัยและมีจุดยืนในการแสดงตนเป็นคนร่วมสมัย เช่นท่านสามารถใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันอย่างไม่เคอะเขินและรู้วิธีการใช้อย่างดี เช่นการใช้อินเตอร์เน็ต การใช้
notebook และการใช้กล้องดิจิตอล ทำให้ดูกลมกลืนและสามารถทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างปราศจากช่องว่างระหว่างวัย

          ที่ผมประทับใจมากที่สุดในตัวท่าน คือบุคลิกที่ประกอบไปด้วยความสงบนิ่ง เยือกเย็น สมถะ และเด่นชัดด้วยกระแสแห่งเมตตาธรรมที่ฉายออกมาจากใบหน้าที่มีรอยยิ้มอันอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา

          นี่คือภาพทั้งหมดที่ผมพอจะฉายภาพของท่าน ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ แห่งมหาชีวาลัยอีสาน ในช่วงเวลาน้อยนิดที่ได้มีโอกาสรู้จักท่าน

          ขอเชิญชวนครับ ใครสามารถเพิ่มเติมแง่มุมหรือมีรูปของครูบาเชิญเลยนะครับ จะได้เป็นบันทึกหนึ่งที่เชิดชูเกียรติท่าน