อยากถามจังเลยว่า บริษัทขายคอมพิวเตอร์และบริการอินเทอร์เน็ตทั้งหลาย เคยเข้าร่วมงานแบบ สัมมนา KM เชียงใหม่ไหมคะ
-----------------------------******----------------------------------------------------
ลองดูรูปเหล่านี้ก่อนนะคะ
รูปแรกและรูปที่สอง เป็นรูปของผู้เข้าร่วมสัมมนาหรือ Blogger น้องใหม่
ส่วนรูปนี้คือ รูปของblogger รุ่นพี่ที่มาร่วมเป็นวิทยากร
-------------------
จะเห็นในภาพนะคะว่าน่าทึ่งมาก เพราะ
- เป็นงานสัมมนาที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่าร้อยชีวิต...
- มีเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคเกือบร้อยเครื่อง ...มีทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกระดับความสามารถ..ต่างคนต่างนำมา
- มีคอมพิวเตอร์ส่วนหนึ่งที่ผู้จัดสัมมนาติดตั้งไว้ให้เป็น Desktop
ระหว่างการสัมมนา......ก็พบความน่าสนใจว่า
- คอมพิวเตอร์บางเครื่องก็สามารถรับสัญญาณ wireless ได้ดี
- บางเครื่องก็ใช้ไม่ได้เลย
- บางเครื่องก็ไม่มีอุปกรณ์สำหรับ wireless ต้องใช้การเดินสาย Lan แทน
- บางเครื่องยืมของคนอื่นมา
------------------------****-----------------------------------------
ผลของสภาพการจราจรติดๆ ขัดๆ ของอินเทอร์เน็ตในระหว่างการสัมมนา
- ทำให้ blogger รุ่นพี่หลายคนไม่สามารถรายงานผลแบบด่วนๆ ทันใจ
- ทำให้ blogger น้องใหม่หลายคนทำตามวิทยากรไม่ทันในช่วงเวลาจำกัด
- ทำให้ อาจารย์ผู้ดูแลระบบอินเทอร์เน็ตต้องเดินช่วยเหลือรอบห้อง
ในระหว่างนั้นวิทยากรท่านที่เคยมีประสบการณ์แก้ปัญหาเช่นนี้ ก็ขอร้องให้ทุกคนงดการทำงานอื่นบนอินเทอร์เน็ต เช่น MSN โหลดเพลง ฯลฯ รวมทั้งขอร้องให้รวมกันทำงานบนเครื่องเพียงไม่กี่เครื่องแทนการทำงานบนทุกเครื่อง เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที
จากปัญหาที่เห็น.....จึงเกิดข้อคิดเห็นว่า
- ถ้าจะจัดการสัมมนาที่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากและต้องต่ออินเทอร์เน็ตเช่นนี้
- แล้วลองเชิญชวนบริษัทคอมพิวเตอร์และบริการอินเทอร์เน็ตทั้งหลายมาเข้าร่วมกันจัดสัมมนา
- โดยนำคอมพิวเตอร์ที่ต้องการจำหน่ายและบริการอินเทอร์เน็ตมาร่วมจัด ให้ได้ลองใช้ ลองทดสอบการทำงานจริงๆ
- อาจจะได้ประโยชน์หลายฝ่าย ฝ่ายบริษัทก็ได้แสดงสินค้า
- ผู้ที่จะตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ก็จะได้โอกาสเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ...
- และผู้จัดการสัมมนาก็ไม่ต้องขนย้ายอุปกรณ์มามาก (อาจจะประหยัดค่าเช่าเครือข่าย)
คงจะเป็นการทำงานร่วมกันในเชิงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนได้อีกวิธีหนึ่ง
คุณๆ ละคะ มีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร
สวัสดีค่ะ คุณสร้อย...ผู้ใจดี
จันทรรัตน์ เป็นสถานการณ์ win-win ที่น่าสนใจจริงๆ อยากบอกอาจารย์ว่า บล็อกก็ช่วยให้เราเก็บบุคลิกของคนได้อย่างน่าอัศจรรย์นะคะ รู้สึกถึงลักษณะพิเศษนี้ของอาจารย์มาตั้งแต่อ่านบันทึกสมัยแรกๆของอาจารย์เลยล่ะค่ะ อาจารย์มักจะ"จับ"อะไรๆได้อย่างน่าทึ่งเสมอเลยค่ะ
เป็นความคิดที่น่าสนใจครับน้องจันทร์ คงเกิดขึ้นแน่ในอนาคต เพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ บริษัทไหนมีเทคโนโลยี่ทันสมัย ประหยัด ราคาถูกและใช้ได้ดี เชิญติดต่อเลย ..(ติดต่อใครเนี่ย..)..
พี่ยังหนักใจเนี่ยว่าจะจัดเฮฮาศาสตร์ที่ดงหลวง แต่ที่นั่นมีแต่คลื่นมือถือบางจุดเท่านั้นครับ อีกหลายจุดไม่มีคลื่นครับ เพราะเป็นเขตป่า
สายโทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึง คือเข้าดงหลวงแล้วไปอยู่อีกโลกหนึ่งครับ สนใจจานดาวเทียมอินเตอร์เนท กำลังหาข้อมูล
เรื่องที่ไม่สามารถใช้งาน wireless ได้พร้อมกันได้ครบทุกเครื่องนั้น ผมคิดว่าเป็นเพราะมี wireless access point ไม่พอครับ (ที่จริง MAC address ใน access point ไม่พอ)
จะว่ากันไป ความไวของสัญญาณ wireless สำหรับโน๊ตบุ๊คแต่ละเครื่องนั้น ก็ไม่เท่ากัน เครื่องที่เคยตก เคยถูกกระแทก อาจจะเพี้ยนๆ ไปบ้าง ส่วนสัญญาณที่แพร่กระจายในห้องก็ไม่เท่ากันครับ เมืองไทยจำกัดกำลังส่งไว้ต่ำมากครับ ถ้านั่งในที่ฮวงจุ้ยไม่ดี สัญญาณก็ไม่ดีครับ เพราะสัญญาณเบาอยู่แล้ว ด้วยกำลังส่งต่ำ
ความรู้เรื่องการจัดการระบบ wireless ที่ดีที่สุด ตามความเห็นของผม น่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ครับ
ในการใช้งานร่วมกันเป็นร้อยๆ คน น่าจะมีปัญหาความพอเพียงของช่องสัญญาณบ้าง รวมทั้งความเร็วในการเชื่อมต่อกับ GotoKnow ด้วย -- เชื่อได้ว่าโรงแรมไม่ได้ใช้วงจรเช่า แต่ใช้วงจร ADSL ด้วยเหตุผลเรื่องของราคาซึ่งถูกกว่ากันมากและติดตั้งได้เร็ว วงจร ADSL นี้ ทำให้ความเร็วในการรับ กับความเร็วในการส่งไม่เท่ากัน (ด้านส่งน้อยกว่าด้านรับ) สำหรับบล๊อกเกอร์ที่ต้องการเขียนรายงานสด จะต้องแย่งชิงความเร็วนี้กันเอง
ดังนั้นบทเรียนสำหรับการจัดงานครั้งต่อๆ ไป คือจัดหาความเร็วด้านส่งให้พอกับความต้องการ (ซึ่งคาดได้ยาก)
เรื่องการขอร้องไ่ม่ให้โหลดเพลง หรือปิดเพลงในบล๊อก ผมเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและแก้ปัญหาได้ดีครับ ส่วน MSN นั้น ไม่จำเป็นต้องปิด เพราะไม่กินแบนด์วิธ
ท้ายสุด ขอรบกวนให้อาจารย์ช่วยแก้คำว่าอินเตอร์เนต ในบันทึกทุกคำเป็น อินเทอร์เน็ต ให้ถูกต้องได้ไหมครับ (บันทึกเก่า: คำว่า "อินเทอร์เน็ต")
มาตามอ่าน แบบเปิดเผยค่า
ย่องไปอวยพรมาแล้วค่ะ ..ขอบคุณที่แวะมาบอกด้วยค่ะ.....
ดีใจเช่นกันที่ได้รับวีซีดีแล้ว.....เพื่อสุขภาพค่ะ.....
เสื้อใหม่ ใส่สบายดีไหมคะ...ดูเท่ห์มากเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะที่ชม....ค่อนข้างจะยอมรับค่ะว่า จะเป็นคนที่มองเห็น สิ่งเล็กๆน้อยๆ ของการประชุม...ที่จะทำให้การประชุมมันราบรื่นขึ้น...แต่ไม่ใช่เพื่อตำหนิหรือกลัวปัญหานะคะ....
งานแบบนี้สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการจัด และการเข้าร่วมบ่อยครั้ง อาจจะรู้สึกเฉยๆ ต่อปัญหาเล็กๆน้อยๆแบบนี้ค่ะ......
แต่สำหรับคนเข้าร่วมครั้งแรกแบบดิฉัน...ทึ่งมากเลยค่ะที่เห็นการนำโน๊ตบุ๊คมากันเองมากอย่างนี้......
พอเจอปัญหาเลยได้เรียนรู้วิธีการจัดการ ..การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า...
แต่ก็อดคิดต่อไม่ได้ว่า ....การจัดสัมมนานอกสถานที่อย่างนี้ต้องมีขึ้นอีกแน่ๆ ...และถ้าร่วมมือกันระหว่างภาครัฐที่จัดสัมมนาและภาคเอกชนผู้จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์....คงจะทำให้งานครั้งต่อๆ ไป...น่าสนใจแน่ๆ ...
ใช่เลยค่ะ..เป็นประเด็นที่คิดต่อเนื่องไปถึงงาน เฮฮาศาสตร์ งานสัมมนาบล็อกเกอร์ฯลฯ....
เป็นมุมคิดแบบ ผู้ใช้บริการและลูกค้าของ อุปกรณ์ไอทีค่ะ
น้องมองว่า ปัจจุบันนี้การประชุมสัมมนาของประเทศโดยเฉพาะสำหรับคนทำงานเป็นครูบาอาจารย์ นักวิจัย นักปฏิบัติ ฯลฯ คงปฏิเสธการใช้ ไอที มาเป็นอุปกรณ์เอื้อ ไม่ได้แล้ว
และคนกลุ่มนี้ก็คือลูกค้าที่มีกำลังซื้อซะด้วย
สภาพที่เป็นอยู่คือ ผู้ซื้อหรือลูกค้ากลุ่มนี้ (โดยเฉพาะผู้หญิง) ส่วนหนึ่งเมื่อจะซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมักจะมีคำถามค่อนข้างมาก....น้ำหนักมากไปไหม...สะดวกใช้ไหม...หิ้วไปใช้ต่างประเทศได้ไหม....ฯลฯ.....จริงไหมคะ
แต่เวลาจะไปซื้อ.....บางครั้งต้องติดตามดูจากงานคอมพิวเตอร์แฟร์..ใช้เวลาศึกษาoption ต่างๆ โดยเฉพาะการลดแลกแจกแถม....ถ้าไปดูตามแหล่งขายมักจะเจอแต่ผู้ชายไปเดิน..จริงไหมคะ....เพราะผู้หญิงจำนวนมาก."ฝาก" เจ้าหน้าที่หน่วยคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานช่วยดูและซื้อให้..และส่วนหนึ่งอาศัยญาติผู้ชายช่วยเลือกและแนะนำรุ่นให้
เดี๋ยวนี้เริ่มจะมีบริษัทคอมพิวเตอร์ ที่เข้าถึง เข้าใจ และใช้แนวรุก เปิดฐานการตลาดไปจัดการแสดงตามหน่วยงานมากขึ้น....โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย
ถ้าลองเอาสองสถานะมาผนวกกัน...ระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้จำหน่าย...ประโยชน์น่าจะได้กับทั้งสองฝ่าย...แต่นี่คือฐานคิดแบบ fair game นะคะ..คือ fair-fair ว่าทางฝ่ายขายก็อยากให้ลูกค้าได้ใช้ของดีที่ตัวมีอยู่ กับฝ่ายลูกค้าอยากได้โอกาสลองใช้เครื่องดูก่อนซื้อ
น้องเลยคิดต่อไปถึงการลดค่าใช้จ่ายของการจัดสัมมนาด้วย...เพราะว่าถ้าเมื่อไหร่ยักษ์ใหญ่ทางไอทีสนใจ...และมาร่วมจัดต่อเนื่อง....เรื่องอื่นๆ เช่นค่าอาหารว่าง อาหารเบรค พวกนี้..คนจัดสัมมนาอาจจะไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัวเลยด้วยซ้ำค่ะ...
พี่ไพศาลเขียนความต้องการจานดาวเทียมอย่างนี้แล้ว......ใครสนใจน่าจะลองติดต่อพี่ไพศาลดูนะคะ....ไม่แน่นะคะพี่..งานนี้อยากจะเป็นการจัด แสดง ไอที ที่เข้าถึงชุมชนเป็นแห่งแรกของประเทศก็ได้
น้องฝันไกลไปไหมคะ
ขอบคุณมากค่ะ ที่ช่วยบอกคำ "อินเทอร์เน็ต" ให้...แก้ไขไป 7 ที่ด้วยกัน....
หลายคนที่เข้าร่วมการสัมมนา (และไม่เข้าร่วมการสัมมนา) อาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมไม่เดินสาย Lan เสียเลย
ความจริงคือ ห้องที่ใช้สัมมนา เป็นห้องอเนกประสงค์ ที่ฝ่ายการจัดฯ สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุดในศักยภาพของห้อง 1 ห้องคือ
เมื่อเป็นห้องอเนกประสงค์ ทั้งบนเวทีและพื้นห้องก็เลยต้องมีการยกย้ายโต๊ะ เก้าอี้ ทำให้การเดินสาย Lan และติดตั้งลงตัวจึงเป็นเรื่องที่มองแล้วยุ่งยากกว่าการใช้ wireless
ขอบคุณอีกเช่นกันค่ะ สำหรับคำอธิบาย แนะนำ( ม. เกษตร) และทำให้ได้เรียนรู้บทเรียนสำหรับการจัดสัมมนาต่อๆไปโดยใช้ wireless ด้วยค่ะ
ยินดีต้อนรับค่ะ ขอบคุณที่แวะมาด้วยค่ะ
น่าสนใจเรื่องที่เล่ามามากค่ะ....ทั้งการเป็นบรรณาธิการอิสระ...และเรื่องของ "มืออาชีพ"
ในระดับมหาวิทยาลัย...งานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์...เท่าที่ดูๆ มักจะเป็นอาจารย์ระดับมือโปรอยู่แล้ว....
แต่ถ้าต้องจัดประชุมสัมมนาโดยใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตขึ้นมา..ปัญหาคือ เรื่องห้องสัมมนาที่ส่วนมากเกิดความจำเป็นต้องจัดทำในห้องคอมพิวเตอร์ ...ซึ่งดูแห้งแล้ง..ขาดความสัมพันธ์....
แล้วเมื่อจะจัดโดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เครือข่าย และไปนอกสถานที่...ก็เห็นว่า น่าสนใจและท้าทายดีนะคะ....
เมื่อเป็นการจัดให้กับบุคคลทั้งที่มาจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน...ยิ่งน่าสนุกกับการคิดให้ลงตัว..เรื่องค่าใช้จ่าย ความสะดวกฯลฯ
สัมมนาลักษณะนี้..ไม่ทราบเหมือนกันว่า มีกี่คนที่เบิกค่าใช้จ่ายไม่ได้ (ดิฉันคนหนึ่งล่ะค่ะที่จะเบิกไม่ได้ เพราะหน่วยงานไม่พิจารณาค่ะ...) ..เรื่องของค่าลงทะเบียนก็จะเป็นเรื่องที่ต้องคิดแน่ๆ
ก็คิดเผื่อๆ ไปอีกหลายเรื่อง...ยิ่งคิดมันก็แตกงอกไปเรื่อยอย่างนี้แหล่ะค่ะ.....ขออภัยค่ะ
มาเยี่ยมคุณ
สวัสดีค่ะอาจารย์
sasinanda
ต่ออีกนิดนึง นอกเรื่องค่ะ คุยกันสบายๆ
ดิฉันเห็นน้องๆ ทำงาน freelanceกันเป็นแถว ตอนนี้ บางคนทำให้ราชการทั้งนั้น เช่น หนังสือกินรี หนังสือ....อีกหลายหน่วยงาน เขาส่งมาให้ดู
ideaคือการรับ contractทำอะไรต่ออะไร มันมากมายจริงๆ ทุกวงการเลยค่ะ การทำงานจากที่บ้าน นับวันจะมากขึ้นค่ะ
แต่การจะได้งานมากๆ ต้องอยู่ในวงการมาก่อนค่ะ และมีconnectionแล้ว ไม่ใช่จบใหม่ๆมาเริ่ม จะต้องใช้เวลาสักหน่อย และอาจโดนกดราคา
ประเด็นคือ มีอะไรต่ออะไรให้ทำมากเลยในโลกนี้ ชีวิตไม่ยากเลยนะคะ
เรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตนี่เป็นเรื่องแรกที่หนูเป็นห่วง ตั้งแต่ได้ยินว่าจะมีการจัดงาน เพราะหนูเคยจัดงานแบบนี้ที่คนใช้เครื่องเป็นร้อยพร้อมๆ กัน ต้องใช้งบประมาณมากกว่าที่ทางอ.พิชัยใช้เยอะเลยค่ะ หนูว่าการจัดการพลิกแพลงระหว่างการสัมมนานั้นทำได้ดีที่สุดแล้ว งบก็จำกัด ถือว่าทางผู้จัดได้ใช้เงินอย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์แล้วค่ะ
ส่วนด้านความต่างของเครื่อง ต่อไปถ้าจะจัดงานคงต้องเช็คสเป็คกันหน่อย เครื่องบางคนมาถึง windows เจ๊ง boot ไม่ได้ ต้องให้ฝ่ายเทคนิคมาช่วย ซึ่งเสียเวลาตัวเขาเองในการที่จะได้รับความรู้ ต้องมานั่งห่วงเครื่องว่าเมื่อไหร่จะกลับเป็นปกติ หรือบางท่าน system มีปัญหา ทำให้ IE โชว์ Page Error ตลอดเวลา
เรื่องแบบนี้มันเช็คก่อนมาได้ค่ะ ควรทำเป็น check list ให้ผู้ที่จะเข้าร่วมลองตรวจเครื่องตัวเองก่อน ว่าอยู่ในสภาพใด แล้วส่งข้อมูลกลับเข้ามาล่วงหน้า เพื่อทางผู้จัดจะได้เตรียมรับมือได้ถูก ไม่งั้นคนที่เสียประโยชน์เองก็คือผู้เข้าร่วมสัมมนา เสียโอกาสเพราะเกิดอุปสรรคจากเครื่องมือที่ใช้ค่ะ
ขำๆ คุณ conductor เรื่องฮวงจุ้ย สงสัยหนูจะนั่งในจุดทำเลไม่ดี เลยสัญญาณมีปัญหาตลอดทั้งสามวัน ทั้งๆ ที่ปกติเวลาอยู่ที่ไหนก็ได้เปรียบคนอื่นเพราะเป็นรุ่นใหม่ และระบบตัวรับสัญญาณดีกว่า ตอนหลังรำคาญเลยใช้บริการผ่านมือถือดีกว่า ไม่ต้องแย่งกับใคร น้องมะปรางแนะนำให้ คุ้มมาก 39 บาท ใช้ได้ 24 ชั่วโมงเลย
จัดการเรื่องอินเทอร์เน็ตนอกสถานที่ได้อย่างนี้ ต้องถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากแล้วนะครับ ขอแสดงความชื่นชมด้วย ผมเห็นด้วยที่สุดว่าควรเป็น wireless มากกว่า LAN
สำหรับเรื่องความพอเพียงของช่องสัญญาณนั้น กะล่วงหน้ายากจริงๆ ครับ
แบนด์วิธ ใช้เมื่ออ่าน GotoKnow กับเมื่อส่งบันทึก/รูปขึ้น GotoKnow ครับ แต่ระหว่างกำลังเขียนบันทึกไม่ได้ใช้
หัวบล็อกอันสวยงามได้มาจากน้องซูซาน
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยว่า การสัมมนาที่ผ่านมาเป็นสุดยอดการจัดการ(ในทุกเรื่อง)
เรียนเรื่องผู้บริหารมากี่ตำราก็ไม่เท่าไปสัมผัสตัวจริงเสียงจริงของผู้นำ แบบอาจารย์พิชัย (แอบกล่าวถึงได้ไหม..อาจารย์จะชะแว๊บมาอ่านไหม..หนูไม่ได้ชะเลียอาจารย์นะคะ..อาจารย์พิชัย)
เรื่องการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนไปสัมมนานี่ พี่ว่าเข้าท่าจัง...พี่เองก็ยังไม่รู้เลยว่าเครื่องของตัวเองใช้ wireless ไม่ได้ ต้องใช้ LAN (พิมพ์ตัวใหญ่แล้วนะคะคุณ conductor) T-T
แถมยังแบกหนักไปและกลับอีก....รุ่นเก๋า ใช้ window 2000 ^__^
การคำนวณช่องสัญญาณนี่ไม่มีสูตรให้คิดเหรอคะ....อันนี้ถามเพราะไม่รู้เรื่องเลยค่ะ....นึกว่า จะมีสูตรว่า ใช้กี่เครื่องควรมีตัวปล่อยสัญญาณกี่ตัว...
ทีนี้ถ้าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายๆรายมาช่วยปล่อยสัญญาณหลายๆช่อง พอจะเป็นไปได้ไหมคะ
นึกว่ามันเหมือนตัดถนนซอกเล็กซอกน้อย รถมันก็คงวิ่งออกไปได้หลายช่องจราจร...
ขอบริจาคความรู้หน่อยเถอะค่ะ..ขอบคุณค่ะ