สวัสดีครับทุกท่าน
เนื่องจากได้ใช้งาน GotoKnow มาสักช่วงระยะหนึ่ง แล้วได้อ่านบทความของ ท่านอาจารย์ประพนธ์ beyondKM ในบทความนี้ KM เชียงใหม่ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน! ตลอดจนเห็นกิจกรรมในงาน KM เชียงใหม่ ที่ผ่านมาครับ
ผมเลยได้คิดผูกเรื่องและเปรียบเทียบโกทูโนว์แหล่งนี้ เป็นต้นไทร นะครับ และตั้งชื่อว่า ต้นไทร สายใยโกทูโนว์ แล้วกันนะครับ หรือท่านจะตั้งเป็นชื่ออื่นก็ได้นะครับ
เมื่อมีนกคู่หนึ่งได้คาบลูกไทรแล้วบินไปเกาะพร้อมปล่อยลูกไทรไว้บนหินที่เนินแห่งหนึ่ง จนมีสภาพที่ดีที่มีสภาพแวดล้อมทำให้เกิดการสะสมของดิน ใบไม้ ลม และน้ำ จนต้นไทรน้อยเริ่มจะโตขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณรากต้นไทรก็มีมากขึ้น แล้วหย่อนรากลงพาดผ่านมาตามร่องหิน เพื่อมุ่งสู่พื้นดิน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับลำต้น
(ภาพจาก http://www.luangpumun.org/sali/011.jpg)
นกคู่นั้น หากใ้ห้คุณทายกัน ท่านอาจจะทายว่าเป็นท่าน อ. จันทวรรณ และ ท่าน อ.ธวัชชัย ครับ เพราะท่านเป็นผู้นำตัวแนวทางเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อก เสนอต่อ สคส. และ สคส. ก็เป็นผู้ให้สภาพแวดล้อมที่ดีทำให้เกิดสภาพปัจจัยที่เหมาะสม เกิดเป็นต้นไทร โกทูโนว์ขึ้นมา
เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็มีผู้เข้ามาใช้ เป็นสมาชิกในการเขียนบทความ นำโดยท่าน อ.วิจารณ์ พานิช และหลายๆ ท่านตามมา ทำให้ต้นไทรโกทูโนว์งอกงามขึ้น จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ราวๆ ประมาณ สองปี ก็เกิดรากไทรขึ้นมากมาย ซึ่งรากไทรก็เปรียบเหมือนบล็อกเกอร์ส นั่นเอง ที่มีการเขียนถ่ายทอดความรู้ให้กับ ต้นไทร และหาอาหารเพื่อสร้างผล ออกเป็นผลไทรต่อไปเพื่อนำไปสู่การขยายผลต่อไป
รากไทรแต่ละรากก็จะงอกและหย่อนลงดินโดยช่วยๆ กันประคับประคองให้ฐานของต้นไทร แน่นและมั่นคงในการดูแลส่วนลำต้น โดยทำหน้าที่ ดูดน้ำ ดูดอาหาร ประคับประคองลำต้น รากบางรากก็ลงถึงดินแล้ว บางรากก็ยังลอยอยู่บนอากาศ ขึ้นกับว่า แต่ละรากนั้น มีการทำหน้าที่ในส่วนใด ซึ่งเหมือนกับบล็อกเกอร์์แต่ละท่านก็จะมีหน้าที่ต่างๆ กัน มีการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงความรู้ไปใช้ในสาขาของตน แต่อย่างไรก็มีการส่งน้ำ ส่งอาหารถึงกันเพื่อหล่อเลี้ยงต้นไทรงามต้นนี้
หากเรามองชุมชนคือพื้นดิน เพราะเป็นตัวหลักของความมั่นคง ต้นไม้ใดก็ตามหากจะมีความมั่นคงจะต้องมีรากลงดิน ไม่งั้นจะไม่ครบวงจรในแบบฉบับ แนวทาง อากาศ น้ำ ดิน หิน การที่รากแต่ละรากพยายามหยั่งลงดิน เป็นการนำองค์ความรู้ที่มีที่เกี่ยวข้อง ลงสู่ชุมชน เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ในชุมชนนั้นๆ
นอกจากนั้นนั้น ต้นไทรยังมีรากอากาศ ที่จะทำหน้าที่ห้อยรากลงมาสู่ดิน จากต้นไทรใหญ่ รากแต่ละรากย่อยนั้น เป็นรากอากาศ ก็จะดูดน้ำจากอากาศ และได้ัรับสารอาหารเพื่อเจริญงอกงาม ยาวขึ้น งอกลงสู่ดินได้เช่นกัน บางรากยังสั้น บางรากยาวลงไปเรื่อยๆ ขึ้นกับว่าบล็อกเกอร์ แต่ละท่านทำงานอยู่กับองค์กรในระดับใด และนำความรู้ลงสู่องค์กรของตัวเอง มีการพูดคุยกับคนในองค์กรเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ แบบเป็นการเปลี่ยนข้อมูลตัวอักษร เป็นเสียงผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนแบบ ตัวต่อตัว หรือตัวต่อกลุ่ม กันต่อไป
วันนี้สังคมรากต้นไทร ทั้งรากอากาศและรากหยั่งลงดินแล้ว ก็พิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วส่วนหนึ่งว่า ทุกๆ ปลายรากนั้นส่งสารถึงกันได้ มีใจดวงเดียวกันเป็นใจต้นไทรงาม ที่พร้อมจะรวมพลังในการเป็นร่มไทรให้กับ พื้นที่แห่งความรู้หรือปัญญาได้ เพื่อผลิตเป็นลูกไทรงามต่อๆ ไป ให้มีนกคู่อื่นๆ นำพาลูกไทรไปขยายพันธุ์กันได้ต่อไป
หากต้นไทรนี้ได้รับการตอบสนองที่ดีจากรากไทรทั้งหมด และผลิตผลเป็นผลไทรหวานแก่ชุมชน ต้นไทรก็จะยังคงอยู่และหยั่งรากลึกถึงพื้นดิน ถึงชุมชนที่ตนมาที่ตนทำงานให้ได้อย่างฝังลึกยิ่งขึ้น
อาจจะเป็นไปได้ยากที่จะให้ดินสูงขึ้นเพื่อมาหารากไทร แต่เป็นไปได้ง่ายที่รากไทรจะงอกยาวหยั่งรากถึงพื้นดิน บางครั้ง การนำความรู้จากต้นไทรถึงพื้นดิน ก็จำเป็นจะต้องมีคนกลางในการแปลงสารความรู้ให้เป็น สิ่งที่พูดคุยกับดินได้ ว่าต้องการสารอาหารแบบใด แล้วจะเกื้อกูลกันอย่างไรในชุมชนและต้นไทรงาม
ผมก็เชื่อว่าต้นไทร สายใยโกทูโนว์นี้ เกิดมาในระดับชั้นของคนที่ใช้และเข้าถึงไอทีได้ เป็นไปได้ยากที่จะให้ทุกคนเข้าถึงเหมือนกันหมด ใช้ได้หมด แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีกลุ่มคนตรงกลางที่จะเป็นสื่อถึงกันระหว่างองค์ความรู้และชุมชน ที่เป็นคนทำงานทั้งสองที่ เข้าใจทั้งสองภาษาทั้งภาษาบล็อกและภาษาชุมชน ซึ่งก็มีตัวอย่างกันให้เห็นที่เป็นชัดๆ ในเรื่องนี้ และผมก็เชื่อว่า วันนี้ จะมีรากไทรเหล่านี้ หยั่งลงถึงพื้นแล้วมีคนเข้าถึงชุมชนมากขึ้น การเข้าถึงชุมชนแบบต้นไทรนี้ จะเข้าถึงแบบเกื้อกูล และไม่ใช่แค่เพียงจะดูดน้ำและสารอาหารเท่านั้น แต่เป็นการคืนสู่สังคมชุมชนด้วย
ท้ายที่สุดมีรูปต้นไทรมาฝากครับ ให้ดูและคิดกันเล่นๆ ต่อนะครับ
(ภาพจาก http://www.tourdoi.com/webboard2/board_1/images/104716-021249-Sv301858.jpg)
ท่านมีความเห็นอย่างไร ก็ฝากไว้ได้ครับผม
ขอบคุณมากครับ
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
พี่เม้งคะ ได้ใจจริงๆ คะ เห็นภาพได้ชัดเจนมาก
ขอบคุณมากคะ ที่นำมาถ่ายทอดเชื่อมโยงได้ใจมากๆ คะ
...ช่างเปรียบเปรยเหลือเกินนะค่ะ ท่านพี่เม้ง...
...เป็นจริงดั่งท่านพี่กล่าว..
--ทุกๆ ปลายรากนั้นส่งสารถึงกันได้ มีใจดวงเดียวกันเป็นใจต้นไทรงาม ที่พร้อมจะรวมพลังในการเป็นร่มไทรให้กับ พื้นที่แห่งความรู้หรือปัญญาได้--
...ต้นไทร สายใย Go2Know...
"JasmiN"
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
สวัสดีครับพี่เม้ง
เห็นภาพนี้ที่บันทึกท่านอาจารย์บางทรายจึงตามมาอ่านครับ
อืมตอนแรกผมก็นึกไม่ออกเลยนะครับ งงมากๆกับรูปพี่เม้งครับ
แต่เมื่ออ่านแล้วก็อืม สุดยอดครับ
เห็นด้วยกับความคิดคุณ
หวังว่าสังคมเสมือนจริงนี้จะกว้างใหญ่ไพศาล แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปๆปกคลุมหัวใจของผู้คนแห้งแล้ง รอคอย
จนกลายเป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศนี้ และโลกนี้
ไม่รู้ว่าพี่ชายผมอีกท่าน พี่ยอดดอยจะเข้ามาอ่านหรือยังนะ...^_^
สวัสดีครับพี่แท็ฟส์
</ul>
</ul>
น้องเม้งครับ
ชอบการเปรียบเทียบ เข้ากับลักษณะการเติบโตของ G2K นี่จริง และให้จินตนาการอีกมากมาย คงได้สานต่อความคิดนี้ครับ
</ul>
</ul>
สวัสดีครับ เพื่อนเม้ง เพื่อนรัก
</ul>
มะปรางเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์เลยตามมาดู เปรียบเทียบได้ใจอย่างที่เขาบอกจริงๆ ด้วยค่ะ
</ul>
</ul><ul><li>ขอบคุณเพื่อนมากๆ นะครับ ขอเป็นกำลังใจในการเป็นทั้งรากไทร เป็นคนกลาง และเป็นคนในชุมชน การเชื่อมตัวเองให้อยู่กับทุกแบบ เป็นอีกคำตอบหนึ่งในการ พัฒนาแบบเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
</li></ul>
ตามเข้ามาอ่านบันทึกของเม้งแล้วนอกจากจะได้รับความซาบซึ้งใจ …ใน “โมเดลต้นไทร” นี้ยังทำให้ผม “ปิ๊งแว้บ” ในเรื่อง “คนกลาง” อีกด้วย …..ผมว่า “คนกลาง” อย่างที่เม้งพูดถึงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก “คนกลาง” คือ “ช่างเชื่อม” คือ “คุณประสาน” คือ “คุณอำนวย” คือ “blogger ที่มีใจ” คือคนที่ทำให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงได้ เรียกได้ว่าเป็น “Change Agent” เป็น “Catalyst” เป็นตัวเร่งก็ได้…
ยิ่งต่อไป ดร. ธวัชชัย และ ดร. จันทวรรณ พัฒนา g2k ให้สามารถทำงานได้คล้ายๆ กับ You Tube คือสามารถนำ clip (จากมือถือ) ที่ “คนกลาง” ได้มีโอกาสเข้าไป “สัมผัส” หรือมีโอกาสเข้าไป “สัมภาษณ์” ดึงสิ่งต่างๆ ที่ดีๆ ในสังคมไทยออกมาแพร่ขยาย เปรียบได้กับการนำพา “ลูกไทร” ไปยังที่ต่างๆ ในสังคมไทย ….ช่างเป็นภาพที่งดงามอะไรเช่นนั้น
ผมเชื่อว่าสิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นในสังคมไทย …. บางทีอาจจะเป็นเพราะ “ต้นไทร” ต้นนี้ก็ได้ ขอบคุณเม้ง และ “คนกลาง” ใน g2k ทุกท่านที่มีส่วนช่วยสร้างต้นไทรต้นนี้ให้งดงาม
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ประพนธ์
สุดยอดของสุดยอดครับ
บันทึกของน้องเม้ง สร้างภาพรวมและภาพย่อย
ได้อย่างชัดเจนมากครับ
โมเดลต้นไทร เป็นธรรมชาติที่นำมาเป็นตัวอย่างได้ชัดเจน เพราะสอดคล้องกับธรรมชาติและรูปลักษณ์ของต้นไทร
ไม้ใหญ่ที่มีใบปก ชอุ่มชุ่มเย็น เป็นร่มเงาให้สิ่งมีชีวิตหลากพันธ์มาอาศัย และเกื้อกูลให้ไทรนั้นเติบใหญ่ จะยั่งยืนหรือเป็นหนอนบ่อนใส้และวัชพืช สร้างหรือทำลาย ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของชนิดที่มาพึ่งพาไทรนั้น
คนกลางในกรณีของดร.ประพนธ์กล่าวก็เช่นกัน
มีทั้งเสริม สร้าง ขยายประโยชน์ และหยิบฉวยไปทำประโยชน์ได้เช่นกัน คงต้องมีกระบวนการและมาตรการในการที่จะเอื้อหรือป้องกัน
สุดท้าย ขอบคุณมาก สำหรับโมเดลต้นไทร สะท้อนให้เห็นมุมมองที่ลึกซึ้งและแยบคายของน้องเม้ง
ขอกอดแน่นๆและกระชับ ผ่านออนไลน์อีกครั้ง!
ไม้ใหญ่ที่มีใบปก ชอุ่มชุ่มเย็น เป็นร่มเงาให้สิ่งมีชีวิตหลากพันธ์มาอาศัย และเกื้อกูลให้ไทรนั้นเติบใหญ่ จะยั่งยืนหรือเป็นหนอนบ่อนใส้และวัชพืช สร้างหรือทำลาย ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของชนิดที่มาพึ่งพาไทรนั้น
</ul>