สวัสดีครับทุกท่าน

คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับบทความนี้

  • บทความนี้ใช้คำว่า โง่ กับ ฉลาด หากท่านใดไม่ชอบคำว่าโง่ ให้แทนด้วยคำว่า ไม่รู้  และ หากไม่ชอบคำว่า ฉลาด ให้แทนด้วยคำว่า รู้

  • ขอบพระคุณมากครับ


         ทุกท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า

คนที่รู้ว่าตัวเองโง่ คือ คนฉลาด  ใช่ไหมครับ ดังนั้น หากข้อความนี้เป็นจริง ผมจะขออนุญาตแปลงความนี้เป็นแบบเงื่อนไขนะครับ นั่นคือ

ถ้ารู้ว่าตัวเองโง่ แล้วเป็นคนฉลาด

ทำให้คิดต่อไปได้ว่า

  • คนฉลาด แล้ว อาจจะไม่รู้ว่าตัวเองโง่  ก็เป็นได้   หรือ

  • คนฉลาด แล้ว อาจจะรู้ว่าตัวเองยังโง่อยู่ ก็เป็นได้ ครับ  หรือ

  • ไม่รู้ว่าตัวเองโง่ หรือ เป็นคนฉลาด

หากข้อความ ถ้ารู้ว่าตัวเองโง่ แล้วเป็นคนฉลาด  นี้เป็นจริง แล้ว

ผมคิดว่า เราควรจะสอนคนให้รู้ตัวว่าตัวเองโง่ ให้ตัวเองเข้าถึงความโง่ของตัวเองในเรื่องนั้น แล้วเราจะไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น เพราะอะไร

  • เมื่อเรารู้ว่าเราโง่ เราจะเปิดใจที่จะเรียนรู้ เพราะถือว่าตัวเองว่าง

  • เมื่อเรารู้ว่าเราโง่ เราจะไม่ยึดติดตัวเราตัวข้า ข้าแน่ เป็นหนึ่งในยุทธจักร

  • เมื่อเรารู้ว่าเราโง่ เราไปขอความรู้จากปราชญ์ต่างๆ เราก็จะได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างดี

  • เมื่อเรารู้ว่าเราโง่ ทำให้เราค้นหาสิ่งที่ฉลาดได้ที่เป็นครูให้เราได้เช่น ธรรมชาติเป็นครูคนแรกของเรา ต่อมาอาจจะเป็นพ่อแม่ และมีครูอื่นๆ ตามมา

  • เมื่อเรารู้ว่าเราโง่ จะทำให้เราตัวเล็กๆ แล้วเราจะเห็นอะไรมากขึ้น ด้วยความสงสัยอยากรู้ เราเข้าถึงสิ่งที่เป็นธรรมชาติเหล่านั้นด้วยความโง่ที่เรารับรู้ในตัวเรา

  • เมื่อเรารู้ว่าเราโง่ เราจะไม่ยึดติดกับสิ่งที่คิดว่าตัวเองรู้มานั้นถูกต้องแล้ว ทำให้เราไม่อยู่ในกะลาครอบ หรือกบในกะลาครอบ หรือคนในหมวกใบต่างๆ ที่สวมด้วยตำแหน่งต่างๆ มากมาย

  • เมื่อเรารู้ว่าเราโง่ ...เราจะ... อะไรอื่นๆ อีกมากมายครับ

แล้วหากคุณคิดกลับกันหล่ะครับ เป็นหากเรารู้ว่าเราฉลาด หรือคิดว่าตัวเราฉลาดหล่ะครับ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ลองเขียนหรือกลั่นออกมาดูนะครับ ให้คิดกันเองนะครับ

การศึกษาเราที่มีส่วนหนึ่งล้มเหลว ก็เพราะเรามุ่งหวังที่จะสอนให้คนเก่ง สอนให้คนฉลาด หรือเปล่าครับ เมื่อเราหวังอย่างนั้น เลยอาจจะทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมาย แล้วหากการศึกษาเราสอนให้คนรู้ว่าตัวเองโง่หล่ะครับ เราจะไปถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าไหมครับ.... ลองคิดดูนะครับ

สำหรับตัวผมเอง ผมค้นพบว่า ยิ่งเรียนยิ่งรู้ว่าตัวเองโง่ ยิ่งทำให้มีความรู้สึกอยากรู้ในหลายๆ เรื่อง แต่เมื่อลงลึกไปในแต่ละเรื่องก็ยิ่งรู้ว่าโง่อีก ทำให้ชีวิตการเรียนรู้ของเรานั้น ไม่จบสิ้น จนมาถึงวันนี้ ก็ขอสรุปว่าตัวผมเองนั้นโง่มากครับ

ผมรู้สึกดีที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหลายๆ ท่าน ทำให้ผมได้รับรู้หลายๆ อย่างในสิ่งที่ผมรู้สึกว่าผมโง่และไม่รู้อยู่มากมาย สิ่งเหล่านี้ เป็นกำไรของชีวิตตลอดช่วงการเรียนรู้

ผมสังเกตว่า เมื่อครูสอนผม แล้วผมทำท่าพยักหน้าว่าผมรู้ทั้งๆที่ผมไม่รู้ในเรื่องนั้น ผมจะโง่นาน แล้วโง่ลึกครับ  แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณครูสอนแล้วผมก็ไม่เข้าใจ ผมพยายามถามอยู่อย่างนั้นหล่ะ เพราะอยากรู้ เพราะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังโง่อยู่ จะทำให้ผมเข้าถึงสิ่งนั้นได้แล้วสิ่งนั้นก็จะอยู่กับเราแล้วทำให้เราจำได้นาน....

ไม่ทราบว่าท่านอื่นคิดเห็นอย่างไร เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ

หากความเห็นนี้ส่งผล วันหนึ่งอาจจะมีสถาบันติวเพื่อขุดค้นความโง่ในตัวตนขึ้นมาก็ได้นะครับ นอกจากจะมีสถาบันติวเพื่อความฉลาดเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุดแล้ว ฝากให้คิดว่า กรณีไหนที่เราเป็นอยู่

  • เป็นคนฉลาด อวด ฉลาด

  • เป็นคนฉลาด อวด โง่

  • เป็นคน โง่  อวด ฉลาด

  • เป็นคน โง่ อวด โง่

  • หรือ เป็นคน นอกกรอบนี้ หรือ อื่นๆ

สำหรับผม เป็นคน โง่ ครับ บางครั้งอวดโง่ บางครั้งอวดฉลาดทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองโง่

คนที่นอนราบกับพื้น จะไม่มีวันล้ม
แต่หากลุกขึ้นยืนวันไหน โอกาสล้มก็มีสูง
ยิ่งรู้ว่าตัวเองต่ำเท่าไหร่ ยิ่งเจ็บตัวน้อยเท่านั้น
ยิ่งรู้ว่าตัวเองอยู่สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งหนาวขึ้นเมื่อนั้น
ยิ่งสูงยิ่งหนาว เป็นสัจนิรันดร์

กราบขอบพระคุณมากครับ

เม้ง