ในขณะขับรถคู่ชีพคันเก่าพร้อมคนของความรัก มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง ผมเหลือบไปเห็นทุ่งนาที่เขียวอย่างไม่มีชีวิต ! รวมถึงภาพที่โอ่งน้ำหรือตุ่มน้ำใบเล็กตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ร่มใหญ่และชวนให้สนใจเป็นพิเศษ จึงไม่รีรอที่จะทอดน่องเดินลงไปเที่ยวชม และพลันแอบได้ยินเสียงของตุ่มใบเล็กสนทนากับไม้ต้นใหญ่สหายรัก อย่างไม่น่าเชื่อ –

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อย่าเอะไปนะครับ… ผมจะพาท่านทั้งหลาย (เสียมารยาท) เฝ้าฟังคำสนทนาเหล่านั้นดูสักหน่อย …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : เป็นยังไงบ้างต้นไม้เพื่อนยาก พักหลังดูซึมไปนะ ?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ใหญ่ : เออ.. นั่นสิ ไม่รู้เป็นอะไรไป ระยะหลัง ๆ รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลยทีเดียว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : แล้วเป็นอะไรมากไปกว่านี้บ้างหรือเปล่าล่ะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ใหญ่ : ตอนนี้เพลีย ๆ ยังไงชอบกล ไม่มีเรี่ยวมีแรงพอที่จะโบกสะพัด </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> พัดปลิวเหมือนเคยแล้วล่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : เอะ .. รึ จะเป็นเพราะน้ำเสียจากหอพักใหญ่หลายหลังนั่นหรือ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เปล่าที่ไหลหลากลงมาสู่ที่ดินแปลงนี้ของเรา </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ใหญ่ : เออ .. นั่นสิ ฉันเองก็เริ่มผิดปกติตั้งแต่ตึกใหญ่เหล่านี้เปิดให้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> บริการอย่างเต็มตัวเมื่อหลายเดือนก่อน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : ดูสิ ปลาหลายตัวก็ทยอยอพยพย้ายแหล่งไปเกือบหมดแล้ว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อวานเจ้าของนาก็บ่นอย่างท้อใจว่าข้าวกำลังตาย เพราะโดน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> น้ำเสียกัดกินนี่แหละ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ใหญ่ : ไม่นานแปลงนาของเราก็คงเงียบร้างราวป่าช้าเป็นแน่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : นั่นสิ ! ฉันเองก็คิดเช่นนั้น และรู้สึกใจหายมากเลยทีเดียว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ใหญ่ : โถเจ้าเพื่อนยาก นายจะวิตกจริตไปทำไม อีกไม่นานเจ้าของ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นาก็คงมายกนายกลับไปเก็บไว้ที่บ้านอยู่แล้ว เชื่อข้าเถอะ .. </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : ให้มันจริงเถอะ .. </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ใหญ่ : นายว่ามั๊ย .. ฉันต่างหากที่ไปไหนไม่ได้อีกแล้ว คงได้แต่ยืน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ต้นตายทั้งเป็นอยู่ตรงนี้สถานเดียวแหละ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : อย่าคิดอะไรมากเลยว่ะ คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ ฉันว่าเรามา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นอนพักกลางวันกันดีกว่า ..</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้นไม้ใหญ่ : ดีเหมือนกัน เมื่อคืนฉันก็นอนแทบไม่หลับ เพราะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ไอ้เจ้าเสียงจากห้องพักในตึกใหญ่เหล่านั้น มันดังกึกก้องไม่เป็น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สรรพ กระหน่ำหูฉันมาตั้งแต่หัวค่ำยันเช้าวันใหม่เลยเชียวแหละ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เธอเอ๋ย…</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตุ่มใบเล็ก : เมืองนี้มันช่างไม่มีกลางวันกลางคืนเลยหรือไร … ฉันเหนื่อยใจ</p><p> จริง ๆ </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left">….</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กลับเถอะครับ ผมไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของสหายทั้งสอง.. และผมก็เศร้าใจเกินกว่าที่จะฟังถ้อยคำใด ๆ ได้อีกต่อไป </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
นึกใหญ่ๆแบบนี้มักจะเป็นทางเลือกของคนที่ไม่ค่อยมีทางเลือก. ถ้าเลือกได้คนส่วนมากก็คงอยากได้บ้านสวยๆ มีบริเวณ มีสวน มีธรรมชาติสวยงาม. จะแต่งแบบบาหลี แบบไทย มีโอ่งด้วยนี่ก็เท่เลย. <div>
</div><div>อาคารแบบนี้มักมีจุดมุ่งหมายคือการลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน. มีถังขยะร่วมกัน. ทางเดินร่วมกัน. ที่สำคัญคือใช้ที่ดินน้อย. ห้องก็อยู่ติดๆกัน ถ้าทำไม่นีห้องข้างพลิกตัวบนเตียงก็อาจจะได้ยิน lol. หรือว่าห้องใกล้กันชั้นล่างดูดบุหรี่ห้องข้างบนก็ต้องดมไปด้วย. ที่อยู่แบบนี้ความสวยงามด้านนอกไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไร เพราะว่าคนที่มาอยู่ดูที่ราคาที่น้อยที่สุดที่จะหาที่ซุกหัวนอน. </div><div>
</div><div>ระหว่างบ้านหรือห้องห่วยๆ กับการไม่มีที่ซุกหัวนอนมันต่างกันมากมายนัก. ต่อให้เขาเห็นด้วยว่าที่อยู่ของเขาเป็นมลพิษทางสายตาก็ตาม ก็คงต้องอยู่ไปอยู่ดี. </div><div>
</div><div>อาจจะได้ว่าใต้ร่มไม้นั้นอาจจะเป็นที่พักหย่อนใจของคนระแวกนั้น ที่หันหลังให้มลพิษความเบียดเสียด. แล้วหันหน้าให้กับต้นไม้ใบหญ้า เพียงชั่วขณะ ก็อาจจะบำบัดจิตใจร่างกายที่อ่อนล้าอึดอัดไปได้บ้าง. แล้วค่อยกลับเผชิญความเบียดเสียดในยามที่ต้องซุกหัวนอนอีกครั้ง. </div><div>
</div>
ผมอ่านแล้ว รู้สึกเหนื่อยๆ ภาพและความรู้สึกนี้ก็เห็นได้ทั่วไปที่เชียงใหม่
:)
... ถ้อยคำรำพัน ของสองสหายอาจดูหม่นเศร้าไปบ้าง
... แต่จินตนาการ และการถ่ายทอดของคุณแผ่นดิน เยี่ยมยอดและลึกซึ้งมากค่ะ
.... คิดว่าคู่สหายคงทำใจได้แล้วกระมังคะ ด้วยวันวัย และกาลผันผ่าน สองสหายก็มีความสุข สงบ เรียบง่าย ตามประสา กับธรรมชาติแวดล้อม
... ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ น้องสายลม
.....
ตอนนี้แถวสารคาม โดยเฉพาะชุมชนท่าขอนยางและขามเรียงอันเป็นที่ตั้ง "มอใหม่" กำลังกลายเป็นเมืองใหม่ของเมืองมหาสารคาม - ตึกรามบ้านช่องก่อตัวสูงลิบ , บ้านที่เคยมีใต้ถุนสูงให้นั่งเล่น วิ่งเล่นและเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมของคนในครอบครัว ก็ถูกก่อด้วยอิฐบล็อกเป็นห้องหับหอพักให้นิสิตนักศึกษาเข้าพักอาศัย.. วิถีชีวิตในครอบครัวหายไปบ้างแต่ก็มีรายได้เสริม/ประจำเข้าสู่ครอบครัว
ขณะที่ตึกต่าง ๆ ก็มีรูปทรงที่หลากหลายรูปลักษณ์ ขณะที่บางแห่งสร้างอย่างเร่งร้อนรูปทรงราวกับกล่องสี่เหลี่ยมเป็นบล็อก ๆ ... ไม่เอื้อต่อบรรยากาศของการพักอาศัยและเรียนรู้ชีวิต ผู้คนอัดแน่นอยู่ในห้อง ไม่มีโถงล่างเป็นห้อง หรือพื้นที่ในการคบค้าสมาคมกันอย่างที่ควรจะเป็น
กรณีนิสิตนักศึกษาเองก็เช่นกัน จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ตกหลุม "มายาคติ" ที่เชื่อว่าตนเองเป็นกลุ่มคนพิเศษที่ได้รับอภิสิทธิ์ในทางสังคม ด้วยชุดแต่งกายที่มีเกียรติ โดยการเรียนในระบบที่สังคมตีตราความเป็น "ปัญญาชน" ก็ยิ่งทำให้หลงลืมความเป็นบุคคลธรรมดาสามัญและขาดความตระหนักรู้ในบทบาทและหน้าที่ของตนเองไปอย่างน่าใจหาย สิ่งเหล่านี้กลายเป็นภาพที่สะท้อนให้พบเจออย่างมากมายในสังคมไทย .. นิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ควรที่จะตระหนักรู้ว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยคือผู้ได้รับโอกาสในทางสังคม มิใช่การได้รับอภิสิทธิ์ทางสังคม ที่ยังไงแล้ว พวกเขาจะต้องทำหน้าที่ในโอกาสนั้นอย่างเหมาะสมและก้าวออกไปทำประโยชน์ต่อสังคมอย่างที่ควรจะต้องเป็นสืบไป
....
โชคดีกับชีวิต, และขอให้มีความสุขกับการไล่ล่าความฝัน นะครับ
สวัสดีครับ
.....
ช่วงนี้อากาศทางเหนือเป็นยังไงบ้างครับ -
....
ว่าด้วยเรื่องจินตนาการ หน่อยก็น่าจะดีนะครับ.
ก่อนหน้านี้ผมเคยเป็นวิทยากร มีนิสิตถามว่า หากต้องเลือกนิสิตมาสร้างเป็น "ผู้นำนิสิต" ผมอยากได้ผู้นำนิสิตที่มีความรู้ความสามารถเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบ หรือคนที่มีจินตนาการเป็นกลุ่มแรก
ผมตอบอย่างไม่ลังเลว่า ต้องการกลุ่มที่มี "จินตนาการ" เพราะนักกิจกรรมที่ดีต้องมีจินตนาการ, มีความคิดสร้างสรรค์, มีความเป็นศิลปะในทางความคิด ไม่ใช่ติดยึดกับกรอบวัฒนธรรมอันเป็นระเบียบข้อบังคับจนไม่รู้จักที่จะบูรณการ
เรื่องของระเบียบกฎเกณฑ์เป็นเรื่องที่สอนกันได้ .. แต่เรื่องจินตนาการเป็นเรื่องเสมือนหนึ่ง "พรสวรรค์" นักกิจกรรมที่มีจินตนาการจึงดูมีชีวิต เป็นต้นไม้ที่โยกไหวอย่างมีจังหวะ ไม่ใช่ไม้ใหญ่ที่แข็งทื่อ ..
....
ความวิเศษของกระบี่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้อยู่วันยังค่ำ หากกระบี่ชั้นเลิศ แต่ผู้ใช้ไม่รู้วิธีใช้ ไม่มีวิทยายุทธ ไม่มีความแตกฉานในเพลงกระบี่ ผมว่ากระเปล่าประโยชน์...
..
ขอบคุณครับ และต้องขออภัยหากผมพร่ำเพ้อเข้าป่าและ ออกทะเลไปจนน่าชัง
สวัสดีครับ บ่าววีร์
ผมเห็นด้วยและชื่นชมก็สังเกตของบ่าววีร์เสมอ ดูผิดแปลกไปจากคนทั่วไปไม่น้อย , และเป็นความคิดที่เต็มไปด้วยสีสันเสมอ อาทิ
อาคารแบบนี้มักมีจุดมุ่งหมายคือการลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน. มีถังขยะร่วมกัน. ทางเดินร่วมกัน. ที่สำคัญคือใช้ที่ดินน้อย .... ที่อยู่แบบนี้ความสวยงามด้านนอกไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไร เพราะว่าคนที่มาอยู่ดูที่ราคาที่น้อยที่สุดที่จะหาที่ซุกหัวนอน.
หรือแม้แต่ ...
ระหว่างบ้านหรือห้องห่วยๆ กับการไม่มีที่ซุกหัวนอนมันต่างกันมากมายนัก. ต่อให้เขาเห็นด้วยว่าที่อยู่ของเขาเป็นมลพิษทางสายตาก็ตาม ก็คงต้องอยู่ไปอยู่ดี
....
เราต่างมีวันเวลาที่ใกล้เคียงกัน แต่ในเรื่องของโอกาสนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่า คนเรามีโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมกัน .. ซึ่งหมายถึงคนเราเลือกเกิดไม่ได้ และยังมีโอกาสในการ "เลือก" ที่แตกต่างกันด้วยเหมือนกัน กระนั้น นั่นก็ไม่ใช่สาระอันสำคัญของแนวคิดทั้งหมด การได้ทำดีที่สุดอย่างเต็มที่ ณ จุดที่เป็นอยู่และในโอกาสที่เป็นอยู่นั้นต่างหากคือสาระอันสำคัญของการมีชีวิตอยู่..
การรู้สึกเช่นนั้นอาจจะหมายรวมถึงความรู้สึกภาคภูมิใจต่อสถานะของตนเอง, พอเพียง สมถะ .. ค่อยเป็นค่อยไป ...และกว้างไปถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความเป็นสังคมอย่างมีความสุขด้วยเช่นกัน
....
ผมสงสัยไม่น้อยว่า เมื่อคนที่พักอาศัยในตึกใหญ่เหล่านั้นมองผ่านช่องหน้าต่าง หรือประตูหนังห้องออกมาเห็นทุ่งนาและตุ่มน้ำใบเล็ก หรือแม้แต่ต้นไม้ที่ผมกล่าวถึงนั้น พวกเขามีความรู้สึกนึกคิดเช่นไรบ้าง หรืออาจจะเป็นเหมือนที่บ่าววีร์กล่าวไว้จริง ๆ ก็เป็นได้ นั่นคือ
ใต้ร่มไม้นั้นอาจจะเป็นที่พักหย่อนใจของคนระแวกนั้น ที่หันหลังให้มลพิษความเบียดเสียด. แล้วหันหน้าให้กับต้นไม้ใบหญ้า เพียงชั่วขณะ ก็อาจจะบำบัดจิตใจร่างกายที่อ่อนล้าอึดอัดไปได้บ้าง. แล้วค่อยกลับเผชิญความเบียดเสียดในยามที่ต้องซุกหัวนอนอีกครั้ง.
...
ครับ, บ้าน และที่ซุกหัวนอน มีความแตกต่างกันจริง ๆ ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณเอก
ผมเองก็เหนื่อย ๆ เหมือนกันครับ ... เรื่องที่เล่าจึงดูเนือย ๆ ... เรื่อย ๆ ไม่มีจังหวะจะโคนหน่วงหนัก
...
ในทุกที่เป็นเช่นนี้ครับ ... แต่ในทุกที่นั้น จะมีเสียงสะท้อนก้องดังหรือไม่ .. นั่นคือสิ่งที่ผมเฝ้าสังเกตการณ์
ขอบคุณครับ
เห็นโอ่งกับต้นไม้ รู้สึกคุ้นๆ
เพราะเราเป็นคนชอบโอ่งและต้นไม้มาก
ที่บ้านโอ่งกับต้นไม้...จะอยู่คู่กันเสมอค่ะ
และรู้สึกดียิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าเขา..คุยกันรู้เรื่อง
</div><div>ภาพตึกเบียดเสียดยัดเยียดผมแค่เห็น ก็นึกถึงประสบการณ์ของตัวเอง แล้วก็แทบสำรอกออกมาทีเดียว. </div><div>
</div><div>บางคนก็เลือกที่จะอยู่ที่ดีๆได้ครับ แต่ก็ยังเลือกไปอยู่ตึกแท่งๆ สิ่วแวดล้อมแย่ๆ. แล้วไม่นานก็ต้องออกมาเพราะทนไม่ไหว. </div><div>
</div><div>ชนชั้นกลางอาจจะมองสิ่งก็สร้างพวกนี้ว่าไร้รสนิยม เป็นมลพิษทางสายตา. เจ้าของทุนอาจจะมองว่าเป็นแหล่งทำกำไร. คนจนอาจจะมองว่าเป็นที่กันแดดกันฝน. … จะมีทางออกอะไรที่ดีสำหรับทุกคนหรือเปล่าครับ?</div>
สวัสดีครับ
คิดว่าคู่สหายคงทำใจได้แล้วกระมังคะ ด้วยวันวัย และกาลผันผ่าน สองสหายก็มีความสุข สงบ เรียบง่าย ตามประสา กับธรรมชาติแวดล้อม
....
อาจเป็นจริงตามทัศนะข้างต้นแหละครับ .. เมื่อวันเวลาล่วงมาสู่ระยะหนึ่ง ทั้งสองพานพบและสัมผัสทุกวี่วัน กลายเป็นความเคยชิน, ชินกาย, ชินใจ จนนำไปสู่การทำใจได้และจำยอมต่อภาวะเช่นนั้น เพราะไม่อาจทานแรงรุกคืบต่อสิ่งเหล่านี้ได้เลย
ผมสงสารก็แต่ที่นาแปลงนี้ที่ย่อมได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย ... น้ำเสียที่เกิดจากสบู่, แชมพู, ผลซักฟอก และอื่น ๆ จิปาถะถูกถ่ายเทลงที่ดิน หรือที่นาอย่างน่าเห็นใจ และสภาพการณ์ก้เริ่มปรากฏชัดเจนว่าต้นข้าวดูจะไม่แข็งแรง เติบโตราวกับคนป่วย .. ผมเองก้ไม่แน่ใจว่า ท้ายที่สุดจะยืนระยะได้ยาวนานสักแค่ไหน
นี่คือปรากฏการณ์จริงที่เกิดขึ้นในทุกสังคม เป็นการเคลื่อนไหลในทางสังคม วัฒนธรรมเก่ากับวัฒนธรรมใหม่เจอะเจอกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะยืนหยัดได้ก้เท่านั้นเอง
หรือสิ่งเหล่านี้เป็นภาวะจำยอม ที่ต้อง "ยอม" และต้อง "ทน" เลยก็เป็นได้
สะท้อนใจ, เหนื่อยใจ.... กระนั้นก็ยังยืนยันว่า เห็นใจและเศร้าใจอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
....
ขอบคุณครับ
.....
สวัสดีครับ คุณแหวว
ขอบคุณครับ บ่าววีร์..
คุณแหวว ไม่ได้มีความสุขบนความทุกข์ของผมหรอกนะครับ แต่มาช่วยให้ผมหัวเราะและชุ่มชื้นขึ้นเป็นกองต่างหาก...
ว่ามั๊ย... lol