หลายวันมานี้ มีเรื่องยุ่งๆ หลายๆ เรื่อง ทำให้สิ่งที่ตั้งใจจะเขียนก็ไม่ได้เขียน... อีกทั้งคอมฯ ก็มีปัญหายังไม่ได้แก้ไขให้ควรแก่งานเช่นดังเดิม.... เพียงแต่เข้ามาเปิดดูๆ แล้วก็ผ่านไปเท่านั้น... ตอนนี้ว่าง แต่ก็ไม่มีอารมณ์จะเขียน จึงได้ตั้งหัวข้อเพื่อเป็นกำลังใจตัวเองว่า เขียนหน่อยหน่า...
ผู้เขียนแบ่งบันทึกออกเป็น ๑๐ บล็อก โดยตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนั้นไปเรื่อยๆ แต่บางบล็อกก็หยุดพักไปนาน ตอนหลังก็เริ่มมีความคิดที่จะเขียนประเด็นใหม่ๆ จะเพิ่มบล็อกอีกก็เกรงจะเฝื่อเกินไป... ดังนั้น จะเห็นได้ว่า เรื่องทั่วๆ ไป ผู้เขียนมักจะอยู่ในบล็อก เรื่องเล่าจากในวัด ถ้าเกี่ยวกับวัดอยู่บ้าง...ส่วนที่คาบเกี่ยวกับพิธีกรรมก็จะไว้ใน เล่าเรื่องพิธีกรรม ... และเรืองที่ไม่ตรงกับประเด็นข้างต้นก็จะมาไว้ สนทนาธรรม โดยถือว่า เรื่องใดก็ตามถ้าปรารภถึงธรรมก็จัดเป็นการสนทนาธรรมได้ทั้งนั้น.....
ส่วนบางบล็อกที่เขียนบ้างหยุดบ้างเพราะสาเหตุดังนี้ กล่าวคือ ในบล็อก ปรัชญาและศาสนา จะเขียนเรื่องยาวๆ เป็นตอนๆ ซึ่งเรื่องปรัชญามงคลสูตร เพิ่งจบไป และได้ตีพิมพ์รวมเล่มออกเผยแพร่ในงานทอดผ้าป่าที่ผ่านมา ซึ่งนั้นเป็นผลสำเร็จเรื่องแรกตั้งแต่ได้ใช้โกทูโนมา... ส่วนเรื่องใหม่คือ ทฤษฎีและปัญหาคุณธรรม ผู้เขียนก็ตั้งใจว่าจะเขียนไปเรื่อยๆ เพื่อไว้พิมพ์ในโอกาสต่อไป....
บล็อก การกระทำเหนือหน้าที่ ก็พักไปนาน... เฝ้ารอคอยผู้สนใจมาร่วมสนทนาด้วย แต่ก็แปลก พอเริ่มคุยก็มักจะไปออกเรื่องอื่นแล้วก็เลิกร้างไปก่อน... ตั้งใจไว้หลายเดือนแล้วว่าจะเขียน เรื่องกรณีของสืบ นาคะเสถียร กับการกระทำเหนือหน้าที่ แต่จะเริ่มใกล้ๆ ๑ ก.ย. เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของสืบ นาคะเสถียร อีกครั้ง...
บล็อก ตรรกศาสตร์ ก็นานๆ เขียนครั้ง โดยจะเขียนด้านทฤษฎีไปเรื่อยๆ และบางครั้งอาจเขียนเรื่องอื่นในประเด็นที่เกี่ยวข้องเมื่อมีเหตุการณ์มาสะดุดใจ ดังเช่นเรื่อง คดียุบพรรคกับตรรกศาสตร์ เป็นต้น....
บล็อก เล่าเรื่องภาษาบาลี นี้ แม้อาจเขียนได้ทุกวัน แต่หากเห็นว่ายังมีผู้เปิดอ่านไม่มากก็จะไม่เขียนเรื่องใหม่... อีกอย่างบล็อกนี้ ระยะหลังผู้เขียนต้องตรวจสอบเกือบทุกครั้งว่า คำนี้เคยเขียนไว้แล้วหรือไม่ และนั่นเป็นอีกข้อแก้ตัวที่ไม่เขียนในบางครั้ง...
บล็อก ปรัชญาปฏิบัตินิยม นี้ร้างมานานแล้ว สาเหตุแรกเพราะค้นหาประเด็นต่อความคิดที่จดไว้ในหนังสือไม่เจอ เมื่อขาดความมั่นใจก็เลยหยุดเขียนช่วงนั้น... พักหลังก็เลยขี้เกียจต่อยอด เพราะเรื่องที่สอนอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง... คงจะรอตอนปิดเทอมว่างๆ อาจได้ต่อยอดออกไป... อย่างไรก็ตาม บล็อกนี้ก็รอคอยผู้เข้ามาเยี่ยมชมหรือร่วมสนทนาด้วยเสมอ และโดยความยินดี....
บล็อก ปรัชญาโหราศาสตร์ นี้ก็ร้างมานานแล้วเช่นเดียวกัน อันที่จริงถ้าจะเขียนก็ยังคงเขียนได้เรื่อยๆ เพียงแต่รู้สึกว่าความซับซ้อนของเรื่องราวค่อยๆ ยากออกไป จะต้องมีรูปเข้ามาประกอบเพื่อจะได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น... แต่ผู้เขียนไม่ถนัดเรื่องการใช้คอมฯ สร้างรูป จึงได้ทิ้งไว้อย่างนั้น เมื่อใดที่ผู้เขียนได้ฝึกหัดการสร้างรูปด้วยคอมฯ จนพอใช้การได้ ก็คิดว่าจะค่อยต่อยอดออกไป....
และสุดท้าย ปรัชญาในหนังตะลุง ก็ร้างแล้วเช่นเดียวกัน สาเหตุก็คือ ไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปค้นคว้าหรือสนทนากับผู้มีความรู้ด้านหนังตะลุงอย่างจริงจัง... แต่ความตั้งใจในเรื่องนี้ก็ยังคงมีอยู่....
ก็เล่าเล่นๆ ทำนองพร่ำบ่นเป็นตัวหนังสือ ตามหัวข้อที่ตั้งไว้ว่า เขียนหน่อยหน่า
นมัสการค่ะ
ท่านก็เขียนตั้งหลายแบบนะคะ
แต่ดิฉันก็เป็น พอไม่ได้เขียนไปหลายๆวัน ชักเริ่มขี้เกียจเขียน ไม่ทราบจะเขียนเรื่องอะไรดี
ต้องเริ่มตั้งสมาธินิดนีงก่อน
ตอนนี้ ท่านก็เขียนได้อีกแล้วนะคะ จะรออ่านค่ะ
นมัสการ
ผมเข้ามาอ่านบทความของอาจารย์เรื่อยๆ แต่อาจไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้
อยากจะเขียน กะเขาบ้าง เหมือนกัน แต่ดูแล้วมันเยอะจนกลัวว่าจะเป็นขยะทางอินเตอร์เน็ต
ได้แต่ไปแสดงความเห็นบ้าง ตามแต่อารมณ์อยากจะแสดง แต่หลังๆ รู้สึกจะต้องระวังตัว (ไม่ประมาท) ในการแสดงความคิดเห็น
พระอาจารย์ครับ ตอนนี้มีหนังไทยเรื่อง ไชยา ออกมาไม่แน่ใจว่าจะเข้าโรงวันไหน เกี่ยวกับมวยที่พระอาจารย์สนใจ เห็นว่ามีเรื่องเกี่ยวกับมวยเลยมาบอกกล่าวให้ทราบนะครับ
นอนดึกนะครับพระอาจารย์รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ..
เช่นกันครับพระอาจารย์...
วันนี้ก็มีอารมณ์เข้ามาเขียน(ไม่ยอมไปประชุมกับเขาเสียที...555)
เห็นพระอาจารย์บ่น...ผมก็เลยกลับมาเขียนบ้าง...
ถือโอกาสหนีประชุมเขียนทีเดียว 2 เรื่องเลย...55555
นมัสการ
ตามอ่านบันทึกอยู่เจ้าค่ะ...ชอบเรื่องเล่าจากในวัดมากที่สุดแต่บันทึกอื่นๆที่พระอาจารย์เขียนก็ตามบ้างไม่ตามบ้าง
โยมก็มีปัญหาตีบตันทางอารมณ์และปัญญาเช่นกัน..เมื่อสัปดาห์ก่อนขณะสอนเรื่องที่เคยสอนประจำ,ซ้ำๆ แต่ชั่วแวบหนึ่งเกิดความรู้สึกเบื่อไม่อยากสอนต่อ.อยากหยุดพูดซะเฉยๆ.อันนี้เขาเรียกว่า"นิพพิทา"หรือว่ามันเป็นภาวะอะไรกันแน่คะ..ขอสอบถามให้พระอาจารย์ช่วยอธิบายด้วยค่ะ
ในยามระอา หรือเหนื่อยหน่าย ... ถ้าคำนึงว่า ธรรมะคือหน้าที่ หรือหน้าที่เพื่อหน้าที่... และก็ยกจิตให้สูงขึ้นด้วยคุณธรรมบางอย่างเช่น เมตตา คือการปรารถนาให้ศิษย์เป็นสุข หรือกรุณา คือปรารถนาให้ศิษย์พ้นทุกข์...ก็สามารถดำเนินภารกิจช่วงนั้นๆ ไปได้อีกครั้ง....
ส่วนในยามเต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมคติ นั่นเป็นสิ่งดีอยู่แล้ว แต่ก็มิใช่มีทุกครั้งทุกเวลา...
อีกประเด็น พอมาถึงยุคไอทีปัจจุบัน ครูต้องปรับตัว จะไปสอนแบบเก่า ทำนองว่าทุกอย่างอยู่ที่ครูก็ไม่ได้ เพราะการเข้าถึงข้อมูลทั่วไป เท่าเทียมกันระหว่างครูและศิษย์... ประมาณนั้น
ก็บ่นเล่นๆ ในฐานะที่อาตมาก็เป็นครูมาหลายปี...
เจริญพร