ไม่กินไม่รู้

   สวัสดีครับ  นั่งคิดอยู่หลายวันว่า MK ก็คือ KM  มีพรรคพวกหลายคนมีความคิดตรงกันว่าจะไปกินสุกี้ mkโดยขวนหัวหน้าไปด้วย ผมถามว่าทำไมต้องเป็นmk  กินไปแล้วได้อะไร พวกเขาทุกคนตอบตรงกันว่า mk เป็นสุกี้ที่อร่อยที่สุด กินเข้าไปแล้วอิ่มนานสมใจทุกคน(KV) พอเข้าไปในร้าน ก็มีบริกรเอา(เรณู)เมนูมาให้ ตอนนี้ทุกคนก็จะสั่งตามที่ตัวเองชอบเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทันที(KS)ใครจะสั่งอะไรตามสบายใครจะกินอะไรก็สั่ง หัวหน้าบอก(คุณเอื้อ )พวกเราก็จะสั่งตามพื้นฐานความรู้จากที่พบเห็น จากประสบการณ์ จากตำรา จากที่เคยกินครั้งก่อน (คุณกิจ)ผมซึ่งทำหน้าทีจะต้องสอบถามแบบล้วงลูก(คุณอำนวย )ต้องตระตุ้นเอาความต้องการซ่อนเร้นออกมาให้ได้ อาจจะมีใครสักคนต้องการกินเนื้อจรเข้ ซึ่งเขาไม่กล้าสั่งซึ่งเป็นความรู้ซ่อนเร้น สุดท้ายเมื่ออาหารที่สั่งลงไปรวมกันกระเพาะเป็นเรียบร้อยแล้ว ก็จะสรุปได้ทันทีว่าอะไร อร่อยที่สุด เรียงตามลำดับ ดูได้จากบิลซึ่งบริกรนำมาเก็บเงิน(คุณลิขิตหรืออาจจะมีกัปตันอีกคน(คุณประสาน)   เมื่อจะมาใช้บริการครั้งต่อไปจะได้รู้ว่าอะไรอร่อยที่สุด(KA) ไม่กินเองไม่รู้หรอกว่าอร่อยแค่ไหนและที่สำคัญในร้านmk มีทั้งเครืองมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปิ่นโตใส่อาหาร อุปกรณ์ในการสั่งอาหาร จิ้มที่นี้ไปปรากฏที่คุ๊ก(2T) การจัดการกระบวนการคัดสรรและบุคลากรที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี  (2P)  ผมก็ลองเรียบเรียงดูเท่านั้นเอง เพราะผมเป็น KM น้องใหม่