ในรอบสัปดาห์นี้ ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมงานใหญ่เกี่ยวกับเบาหวาน ๒ งานด้วยกัน งานแรกคือการประชุมเชิงปฏิบัติการ การสร้างแผนเบาหวานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอต งานที่สองคือการประชุมเปิดตัวโครงการบริหารจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจร ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่โรงแรมอมารี แอร์พอต จะทยอยนำมาเล่านะคะ
ที่มีโอกาสเข้าประชุมในการประชุมเชิงปฏิบัติการ การสร้างแผนเบาหวานแห่งชาติ ก็เพราะคุณหมอพิเชฐ บัญญัติ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานเป็นผู้แนะนำให้ทีมงานเชิญดิฉันด้วย พ.ญ.อรพินท์ มุกดาดิลก ซึ่งเป็นเลขานุการคณะทำงานได้ส่ง e-mail มาให้พร้อมเอกสารหลายหน้า อาทิ กำหนดการประชุม สรุปสาระสำคัญประกอบการประชุมระดมสมองภาคีทุกภาคส่วน ตารางผลสรุปการ่าง “แผนยุทธศาสตร์เบาหวานแห่งชาติ” เพื่อนำร่องให้พิจารณาและเสนอข้อคิดเห็น สรุปสาระสำคัญ “ร่าง” แผนเบาหวานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๙ “ร่าง” แผนกลยุทธ์ ตัวชี้วัด ฯลฯ เอกสารเหล่านี้เมื่อถึงเวลาประชุมดิฉันพบว่าได้มีการปรับปรุงอีก แสดงให้เห็นว่าคณะทำงานฯ โดยเฉพาะเลขานุการคงทำงานไม่หยุดหย่อน
คณะทำงานที่ร่างแผนเบาหวานชุดนี้มาจากหน่วยงานต่างๆ ภายในกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่มีชื่อ "ส" ทั้งหลาย
การประชุมเริ่มเมื่อเวลาประมาณ ๐๙.๑๕ น. ประมาณด้วยสายตาคาดว่ามีคนเข้าประชุมประมาณ ๕๐ คนและมีทยอยมาอีกเรื่อยๆ จนเต็มห้องสักประมาณ ๖๐-๗๐ คน ทุกอย่างจัดเตรียมในเวลากระชั้นชิด ทีมงานบอกว่าอะไรๆ ก็ร้อนๆ ทั้งนั้น ใบเซ็นชื่อผู้เข้าประชุมยัง error ชื่อ-นามสกุลสลับกันไปหมด แต่เรื่องที่ประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทุกคนให้ความสนใจ จึงไม่มีคนใส่ใจกับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นับว่าเป็นบรรยากาศที่ดีจริงๆ
พ.ญ.มยุรา กุสุมภ์ ที่ปรึกษา รมต.สาธารณสุข กล่าวเปิดการประชุม บอกที่มาของการจัดทำแผนเบาหวานแห่งชาติและความกังวลห่วงใยของ รมต. หากแผนเบาหวานเสร็จ รมต. จะเสนอต่อรัฐบาล และยังกล่าวกับที่ประชุมว่าเดือนกรกฎาคมนี้ก็จะมี “เวที KM เบาหวาน” (ดิฉันรู้ภายหลังว่าท่านทราบจากอาจารย์วิจารณ์) ต่อจากนั้นมีการเชิญ ศ.พ.ญ.ชนิกา ตู้จินดา กล่าวต้อนรับผู้เข้าประชุมด้วย อาจารย์ชนิกากล่าวว่าวันนี้เป็นวันที่ปลื้มใจมาก ในฐานะที่อยู่กับเบาหวานมานาน อนาคตของเบาหวานดีแน่
น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (เข้าใจว่าเป็นหัวหน้าคณะทำงาน) นำเสนอสถานการณ์ความจำเป็นในการจัดทำแผนเบาหวานแห่งชาติ สรุปสาระสำคัญของร่าง เป้าประสงค์และยุทธศาสตร์สำหรับแผนเบาหวาน เป้าประสงค์สูงสุดคือลดปัญหาเบาหวานและผลกระทบต่อเนื่องใน ๔ ด้านคือ ลดการเกิดโรค ลดภาวะแทรกซ้อน ลดตาย และลดภาระค่าใช้จ่าย โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ ๓ ประเด็น
ประเด็นยุทธศาสตร์ ๑ : เสริมสร้างสังคมและชุมชนลดเสี่ยงลดโรคและลดภาระด้วยตนเองในภาวะแวดล้อมทั้งทางสังคมและกายภาพที่เอื้อต่อการจัดการ มียุทธศาสตร์ย่อย ๓ ยุทธศาสตร์
ประเด็นยุทธศาสตร์ ๒ : จัดระบบบริการและการเข้าถึงการบริการสนับสนุน การเพิ่มความตระหนักและการจัดการป้องกันควบคุม ทั้งด้านบริการสุขภาพ สาธารณสุข และสังคมที่จำเป็น มียุทธศาสตร์ย่อย ๒ ยุทธศาสตร์
ประเด็นยุทธศาสตร์ ๓ : เพิ่มคุณภาพของทรัพยากรและกลไกสนับสนุนที่จำเป็น ให้การบริการมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ มียุทธศาสตร์ย่อย ๒ ยุทธศาสตร์
(หลังการประชุมวันนี้แล้ว มีการปรับเปลี่ยน wording ของประเด็นยุทธศาสตร์และยุทธศาสตร์ย่อยอีก)
คุณหมออรพินท์ชี้แจงเอกสารต่างๆ ที่อยู่ในมือผู้เข้าประชุม ต่อจากนั้น น.พ.กันต์ เชิญรุ่งโรจน์ จากสำนักโรคไม่ติดต่อ มาอธิบายเรื่องตัวชี้วัด ตั้งแต่ความหมาย กรอบตัวชี้วัดสุขภาพ ข้อพิจารณาในการกำหนดตัวชี้วัด มิติของการจัดทำตัวชี้วัด ผู้เข้าประชุมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะหลายเรื่อง เช่น definition ของ indicators, ควรเพิ่ม process indicators, เมื่อ indicators เป็นตัวเลขให้ตระหนักเรื่องความคลาดเคลื่อนของการคำนวณ, วิธีการเก็บข้อมูล, ตัวชี้วัดทางด้านพฤติกรรมต้องมีกรอบเวลา เป็นต้น
หลังพัก รับประทานอาหารว่าง มีการแบ่งกลุ่มย่อยเป็น ๓ กลุ่มตามประเด็นยุทธศาสตร์ เดิมทีดิฉันตั้งใจจะเข้ากลุ่ม ๓ ที่เป็นเรื่องของการสร้างทีม การวิจัยและพัฒนา แต่คุณหทัยทิพย์ เพ็งจันทร์ จาก สปสช.มาบอกว่า “อาจารย์ต้องเข้ากลุ่ม ๒” ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณภาพระบบบริการ ต่อจากนั้นพบคุณหมอพิเชฐที่บอกว่า “อาจารย์ช่วยเข้ากลุ่ม ๑ หน่อย จะได้ช่วยคุยเรื่องเครือข่าย” ตกลงดิฉันเลยเข้ากลุ่ม ๑ ซึ่งมีคุณหมอณรงค์ทำหน้าที่ดำเนินการประชุม และคุณหมออรพินท์ทำหน้าที่เลขานุการ
การประชุมกลุ่มย่อยเริ่มเมื่อเวลาประมาณ ๑๑.๒๐ น. บรรยากาศคึกคัก ผู้เข้าประชุมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะกันจนเลยเวลาเที่ยงไปมาก จึงหยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน แล้วกลับมาเข้ากลุ่มกันต่อในภาคบ่าย ช่วงบ่ายนี้มีคนกลับไปก่อนหลายคน กลุ่มจึงเล็กลง พูดคุยกันได้ทั่วถึงมากขึ้น เราใช้เวลาจนถึง ๑๕.๓๐ น. จึงปิดการประชุมกลุ่มย่อยแล้วพักรับประทานอาหารว่าง กลับมารวมกันทั้งหมดในเวลาประมาณ ๑๕.๔๐ น.เพื่อนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย บางกลุ่มที่เสร็จก่อนก็มีคนกลับไปบ้างแล้ว แต่ก็มีผู้เข้าประชุมใหม่ที่ช่วงเช้ามาไม่ได้มาเพิ่มอีก ทีมงานแซวกันว่านึกว่าจะเหลือแต่คนนำเสนอเสียแล้ว
ดิฉันต้องขอออกตัวก่อนว่า ไม่มีความชำนาญเรื่องการทำแผนทำยุทธศาสตร์ มาประชุมครั้งนี้ได้เปิดโลกทัศน์ทางด้านนี้เยอะมาก ได้ยินคำว่า air war, ground war หลายครั้ง ไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ ได้ประโยชน์มากจากการฟังความเห็นและมุมมองของหลายๆ ท่าน ได้ความคิดดีๆ ที่จะเอาไปทำงานต่อได้ ตัวอย่างเช่น
- ในเรื่องการขับเคลื่อนสังคม Key actor คือผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน ผู้ป่วยจะเป็นหลักในการกระจายความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน สามารถช่วยพัฒนากลุ่มเสี่ยงได้
- การพัฒนาการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ป่วย และพัฒนากลุ่มให้มีความเข้มแข็ง เช่น สอนการทำแผน ให้ผู้ป่วยสามารถวางแผนและจัดการได้เอง ปัจจุบันเรามีกลุ่มอยู่มาก แต่ยังไม่ได้พัฒนากลุ่มให้มีความเข้มแข็ง
- ในกลุ่มเด็ก เช่น เด็กในโรงเรียนน่าจะ approach ด้วย health promotion ไม่ใช่ approach ด้วยโรค เน้นการปลูกฝังพฤติกรรมมากกว่าที่จะไปพูดเรื่องโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนตรงๆ ปลูกฝังพฤติกรรมที่เป็น healthy lifestyle เช่น การออกกำลังกาย การบริโภคที่เหมาะสม สร้างทักษะ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้สิ่งเหล่านี้อยู่ในชีวิตของเด็ก ปัญหาใหญ่ที่เป็นอยู่ปัจจุบันคือมีหลักสูตรเยอะมากให้เรียน แต่เรียนแล้วไม่ถูกนำไปปฏิบัติ ต้องทำให้สุขภาพเป็นวิถีชีวิต ไม่ใช่อยู่ในตำรา
- เรื่องการพัฒนาองค์ความรู้ มีผู้เสนอว่า KM น่าจะเป็นตัวยุทธศาสตร์หลัก
เป็นต้น
อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นรูปร่างหน้าตาของ “แผนเบาหวานแห่งชาติ” หลังการประชุมเพียงวันเดียวคุณหมออรพินท์ก็ส่ง e-mail เอกสารที่ได้แก้ไขตามความเห็นของที่ประชุมมาให้แล้ว ดิฉันดีใจที่ได้รับรู้มุมมองใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนงานเบาหวานของประเทศ ที่มีการให้ความสำคัญแก่ผู้ป่วย การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและชุมชน ตลอดจนให้ความสำคัญกับ KM
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐
เรียนอาจารย์วัลลา ที่เคารพ
ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องราวของแผนเบาหวานชาติที่อาจารย์ได้กรุณาเล่าให้ฟัง 3ยุทธศาสตร์นี้คงจะช่วยให้ปัญหาเบาหวานของชาติลดลงได้ ทั้งนี้พลังจากการ มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนน่าจะทำให้เกิดความสำเร็จได้ค่ะ
รักและเคารพ
พญ.เพ็ญศรี.
เรียน ดร. วัลลา ที่นับถือ
ดีใจมากครับ ที่เริ่มเห็นแวว
วิจารณ์
เพิ่งเข้ามา และได้ทราบข่าวการจัดทำแผนเบาหวานแห่งชาติ ยินดีมากที่กระทรวงสาธารณสุขเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ผมมีความคิดมานานแล้วว่า เบาหวานควรจะได้รับการบรรจุในระดับชาติมาหลายปีแล้ว เบาหวานป้องกันได้ และควรเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้ ในยุโรป ได้จัดทำ St. Vincent Declaration มานานแล้ว ขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ เมื่อรักษาเบาหวานได้ดี และเข้าสู่ระดับการป้องกันเบาหวาน นั่นหมายถึงสุขภาพโดยรวมของคนไทยทั้งชาติ ในการป้องกันโรคหัวใจ ความดัน และไขมันด้วย
ดีใจครับที่งานเบาหวานจะมีแผนแห่งชาติกับเขาด้วย หวังว่าคงทำให้การควบคุมเบาหวานดีขึ้น อาจารย์ยังไม่ได้ดถึงการประชุม ของ สปสช. เลย มันเกี่ยวข้องกับแผนเบาหวานแห่งชาติไหมครับ