20 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคย ไม่ค่อย ได้เห็นภาพเหล่านั้นอีกเลย ทุ่งนาก็มีเหลือน้อยเต็มที แต่ก็จะเก็บความทรงจำเหล่านี้ไว้ เล่าให้ลูกหลานได้ฟังต่อไป แม้ว่า วิถีชีวิตชาวนา จะเป็นเพียงเรื่องเล่า ก็ตาม
ได้นั่งสนทนาแลกเปลี่ยนกับพี่ ปุ้ย กัมปนาท สุวารักษ์ เกษตรอำเภอพุนพิน ในเรื่องจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ ก็ได้ความคิด เทคนิค ดี ๆ จากพี่เขาหลายอย่าง ที่เป็นการทำงานขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่ กระบวนการเรียนรู้โดยเทคนิค โรงเรียนเกษตรกร (FFS) มีข้อจำกัดหลายด้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเวลาของเกษตรกร ทำให้กระบวนการเรียนรู้ไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าที่ควร แต่นักส่งเสริมฯ ก็มีวิธีการส่งผ่านความรู้ให้ถึงมือนักเรียนได้ทุกคน ซึ่งเป็นเทคนิคของ จนท.แต่ละคน
ส่วนเกษตรกรเองก็เหมือนกัน มองถึงการรวมกลุ่มของเกษตรกร ระหว่าง ชาวนา กับ ชาวสวน ก็มีความแตกต่างกัน เนื่องจากวิถีการผลิตที่แตกต่างกัน <ul>
ชาวนา จะมีความเอื้ออาทรต่อกันมากกว่า เพราะมีกิจกรรมและวิถีการผลิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ต้องรวมกลุ่มกัน ชาวนาต้อง ลงแขก ไม่ว่าการปักดำหรือการเก็บเกี่ยว ถ้าไม่รวมกลุ่มกัน กล้าก็แห้งหรือเน่า หมด จึงต้องมีการลงแขกเพื่อให้ทันเวลา
ส่วนชาวสวน การรวมตัวกันไม่ค่อยเข้มแข็ง แน่นเหมือนกับชาวนา เพราะวิถีการผลิตต่างกัน ชาวสวนยังเป็นกิจกรรมที่ต่างคนต่างทำ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเพาะปลูก การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว ยังไม่ปรากฏการรวมกลุ่ม จะมีก็เฉพาะการเรียนรู้เทคนิคการผลิตร่วมกัน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการตลาดที่รวมกลุ่มกัน จำหน่ายผลผลิต
แต่ในปัจจุบัน ชาวนาในภาคใต้ วิถีชีวิตก็เปลี่ยนไป ในเขตพื้นที่ที่เหมาะสม ชาวนาจะปรับเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น ที่มีผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ปลูก ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ส่วนคนที่ยังทำนาอยู่ ก็ต้องพึ่งพาเครื่องจักร เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว นวดข้าว แทนแรงงานคน เมื่อเครื่องจักรเข้ามาแทนแรงงานคน วิถีชีวิตชาวนาก็เปลี่ยนไป ทำให้วิถีชีวิต เดิม ๆ ของชาวนาหายไป ไม่เห็นภาพการยืนเก็บข้าว (เกี่ยวข้าว) ด้วยแกระ (เก็บทีละรวง) ที่ยืนเรียงหน้ากระดานเป็นแถว มีทั้งผู้หญิง-ผู้ชาย ทั้งเด็ก-ผู้ใหญ่ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน คุยกันได้ในทุก ๆ เรื่อง เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ตอนเที่ยงก็กินข้าวด้วยกันใน หนำนา (กระท่อม) หรือร่มเงาไม้ ตอนเย็นก็เห็นภาพผู้ชายหาบข้าวที่เกี่ยวได้ ไปเก็บที่บ้านเจ้าของนา เดินกันเป็นทิวแถว มีการหยอกล้อพูดคุยกัน สนุกสนานครื้นเครง
20 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคย ไม่ค่อย ได้เห็นภาพเหล่านั้นอีกเลย ทุ่งนาก็มีเหลือน้อยเต็มที แต่ก็จะเก็บความทรงจำเหล่านี้ไว้ เล่าให้ลูกหลานได้ฟังต่อไป แม้ว่า วิถีชีวิตชาวนา จะเป็นเพียงเรื่องเล่า ก็ตาม
บันทึกมาเพื่อ ลปรร. ครับ
ชัยพร นุภักดิ์
บันทึกมาเพื่อ ลปรร. ครับ
ชัยพร นุภักดิ์
</ul>
</span>
อ่านแล้วนึกถึงวันเก่า ๆ ที่สังคมดูจะอบอุ่นกว่านี้ ขอบคุณคะที่มีเรื่องดี ๆ ให้อ่าน
ผมอ่านแล้วก็ให้รู้สึกเสียดายวิถีการดำเนินชีวิตและวิถีการผลิตแบบโบราณมากเลยครับ
สวัสดีค่ะ
คิดถึงบรรยายกาศสมัยตอนเป็นเด็กนะค่ะ เมื่อพูดถึงชาวนา การลงแขก เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีให้เห็นเลย
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับพี่ชัยพร...
อ่านแล้วทำให้ผมคิดถึงบ้านนาที่โคราชมาทันทีทันใดเลยครับ...จำได้ว่าสมัยเป็นเด็กผูกพันกับท้องไร่ท้องนา ดูแล้วเป็นงานหนักครับตลอดระยะตั้งแต่ปลูกจนรอคอยการเก็บเกี่ยว แต่ก็ดูอบอุ่นกับความช่วยเหลือเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ...
ดีมากเลยค่ะ ข้อมุลดีมาก
จากเด็กๆ
สวัสดีครับคุณกริมจอว์
ที่นา ที่ไชยา ครับ
นาของเพื่อนๆที่กำแพงแสนแกไปถ่ายรูปมาฝาก...
http://gotoknow.org/blog/watcharee081/294030