แม้คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกอยู่อย่างมีคุณภาพได้ และอาจเลือกการตายอย่างมีคุณภาพได้ การตายอย่างมีคุณภาพนั้นเกิดจากการอยู่อย่างไรในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ :
1. เป็นการอยู่อย่างร่าเริง เบิกบาน มีชีวิตชีวา มีจุดหมายชีวิตอย่างมีคุณค่า และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
2. เป็นการอยู่อย่างมีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง เปี่ยมพลัง สันทัด คล่องแคล่ว และคล่องตัว
3. เป็นการอยู่อย่างมีสติ ปัญญา และความทรงจำดี
4. มีแรงบันดาลใจที่อยู่ภายใน มีจิตวิญญาณในการขับเคลื่อสู่คุณธรรม เมตตาธรรม และความสำเร็จทั้งปวง
เมื่อเรามีชีวิตอย่างมีคุณภาพอย่างต่อเนื่องแล้ว เราก็จะสามารถนำพาตนเองจนถึงสิ้นอายุไขได้อย่างมีคุณภาพ ! ลักษณะการมีชีวิตถึงตลอดอายุไขอย่างมีคุณภาพนั้น ประกอบด้วย :
1. มีชีวิตอย่างมีคุณภาพตลอดช่วงอายุไข ดังองค์ประกอบ 4 ประการที่กล่าวมาแล้ว
2. ร่างกายจะแก่ตัวลงอย่างช้า ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป มีอายุยืนนานสอดคล้องกับอายุไขของแต่ละบุคคล
3. มีสติรู้ตัวดี ความทรงจำดีทั้งในอดีตและปัจจุบัน จิตใจเมตตา ชอบทำบุญ ถือศีลภาวนาเป็นประจำ
4. เมื่อถึงคราวใกล้ถึงอายุไข จะรู้ตัวดีและมีความพร้อม ความเจ็บมีน้องหรือแทบไม่มี เมื่อใกล้ถึงวันสิ้นอายุไขก็ยังพูดคุยกันได้ และเมื่อสิ้นอายุไขแล้วแม้เวลาจะผ่านไปแล้วนับ 10 ชั่วโมง ร่างกายก็ยังไม่แข็ง กลับมีหน้าตาผุดผ่อง สีผิวหนังดียิ่งกว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน่าพิศดาร
ที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังนี้นั้นเกิดจากแรงบันดาลใจที่ผมได้พบมาจริง ๆ แล้ว 3 ท่าน :
1. ท่านแรกที่ผมพบคือคุณย่าของผมเอง คุณหมอได้ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่ก่อนสิ้นอายุไขถึงประมาณ 7 ปี ครบอายุไขเมื่อประมาณ 94 ปี ทั้งทั้งที่คุณหมอบอกว่าจะอยู่ต่อได้อีกเพียงไม่กี่เดือน ขณะนั้นท่านมีอายุใกล้ 90 ปีแล้ว ได้ปรึกษากับคุณหมอแล้วเห็นว่าไม่คุ้มที่จะรักษา เพราะท่านก็ยังอยู่สุขสบายดีโดยไม่เคยบ่นว่าเจ็บปวด ท่านสามารถอยู่อย่างปกติได้ในชีวิตประจำวัน แม้เพียงต้องรักษาเพื่อบรรเทาอาการบ้าง แต่ก็เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียงครั้งละไม่กี่วัน ท่านมีร่างกายแข็งแรงปกติ เดินเหินไปมาได้ พาเดินออกนอกบ้านได้ หรือถ้าเป็นสมัยนี้ก็พอไปเที่ยวห้างได้ จนถึงอีก 2-3 สุดท้ายก่อนอายุไข ท่านมีอาการเป็นไข้หวัด แล้วก็จากไปอย่างสงบทั้งที่ในวันนั้นก็ยังพูดคุยกันได้เกือบปกติ ด้วยหน้าตาดี สีหน้าดีพิเศษ
2. ท่านที่สองคือคุณแม่ของผมเอง คุณแม่เป็นคนแข็งแรง เดินเหินได้คล่องแคล่ว จนกระทั่งมีอายุถึง 99 ปี จึงได้เกิดอุบัติเห็นกระดูดสะโพกหัก แม้จะทำการรักษาโดยวิธีผ่าตัด ท่านก็ยังฟื้นตัวได้ดีและรวดเร็วมาก แม้อายุใกล้ 100 แล้ว และเมือใกล้จะถึงอายุไขที่ประมาณ 101 ปี ท่านสามารถบอกได้ว่าอีกเพียงไม่ถึง 2 เดือนคุณแม่ก็จะจากเราไปแล้ว แม้วันที่ถึงอายุไขในตอนเช้าก็ยังพูดคุยกันได้ พอถึงตอนบ่ายคุณแม่ก็บอกอยากจะนอนพักและบอกให้เฝ้าไว้ ผมก็ได้สังเกตจับชีพจรคุณแม่ดูพบว่าเต้นเบาลง ๆ จนกระทั่งหยุดลงอย่างสงบ สีหน้ายิ้มเล็กน้อย ผ่องใส สีหน้าดีมากกว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่มาก พอถึงเวลาจะบรรจุร่างกายของท่านลงในโลงผมมาจับดูก็เห็นว่าไม่แข็งตัว คล้ายคนที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละ
3. ท่านที่สามที่ผมพบคือบิดาของผู้ที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้เพิ่งถึงอายุไขเมื่อไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เมื่อท่านมีอายุได้ 92 ปี ปรากฎว่าหมอได้ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเมื่อสองปีครึ่งที่ผ่านมา ท่านก็ยังมีสุขภาพแข็งแรง มีชีวิตอยู่อย่างเป็นปกติสุขและยังสามารถไปไหนมาไหนได้ตามลำพัง จนถึงเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมานี้ ท่านมีอาการอ่อนเพลียและไม่ต้องการไปไหนแล้ว และก่อนหน้าวันถึงอายุไขก็ยังพูดคุยกับลูกหลานได้ จนถึงวันรุ่งขึ้นท่านก็จากลูกหลานไปอย่างสงบ ด้วยสีผิวที่ดีมาก ตัวไม่แข็ง และหน้าตาผุดผ่องมากโดยไม่มีการตกแต่งใด ๆ !
ผมตั้งใจนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังก็ตั้งใจที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ ตั้งใจจะขอความคิดเห็นจากท่านทั้งหลายที่สนใจ อีกทั้งขอคำชี้แนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ และตั้งใจจะนำมาเขียนรายละเอียดเพิ่มเติม ในโอกาสต่อไปครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ขอต้อนรับคุณ pa daeng ที่ให้เกียรติเข้ามาเยี่ยมชม ที่ว่าน่าสนใจนั้นไม่ทราบว่าเน้นที่ประเด็นใดครับ
แม้คนเราเลือกมาเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกอยู่อย่างมีคุณภาพได้ และอาจเลือกการตายอย่างมีคุณภาพได้
สวัสดีค่ะ
เท่าที่เล่ามา ก็เป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดีนะคะ
ขอบคุณสำหรับตัวอย่างดีๆค่ะ
1. เป็นการอยู่อย่างร่าเริง เบิกบาน มีชีวิตชีวา มีจุดหมายชีวิตอย่างมีคุณค่า และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
2. เป็นการอยู่อย่างมีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง เปี่ยมพลัง สันทัด คล่องแคล่ว และคล่องตัว
3. เป็นการอยู่อย่างมีสติ ปัญญา และความทรงจำดี
4. มีแรงบันดาลใจที่อยู่ภายใน มีจิตวิญญาณในการขับเคลื่อสู่คุณธรรม เมตตาธรรม และความสำเร็จทั้งปวง
ขอบคุณ คุณ sasinanda : ที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับแนวคิด "การอยู่อย่างพอเพียง" และ "ตัวอย่างจากประสบการณ์ที่นำมาเขียน"
ขอบคุณ คุณหมอ kmsabai : ที่เข้ามาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับแนวคิด "อยู่อย่างไรในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่" และ "บทสรุปในบทความที่เขียนนี้"
ขอเรียนเชิญ คุณ sasinanda และ คุณหมอ kmsabai เข้ามาช่วยให้คำแนะนำ และแบ่งปันความรู้ ในโอกาสหน้าด้วย ณ ครับ