ทหารป้องกันประเทศ เม็ดเลือดขาวป้องกันร่างกาย ขอชื่นชมผู้เสียสละในการรักษาประเทศชาติ ทุกท่าน

immu

สวัสดีครับ ช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยมีโอกาสเขียนเรื่องที่ได้ไปเรียนรู้มา เพราะต้องเรียนหนัก อ่านเพื่อทำความเข้าใจ เตรียมสอบ เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เรียนไปก็นึกตามที่อาจารย์สอนและคิดต่อยอดการทำงาน 

เริ่มต้นด้วยเรื่องความรู้ที่เรียนมาก่อนนะครับ ภาพที่นำเสนอดูเหมือนเรามีพลังที่ซ่อนเร้นไว้ต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อโรคเล็กๆ มากมาย การที่เราไม่เจ็บป่วยง่ายๆ เพราะร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกัน (หรือภูมิต้านทาน) คอยปกป้องอยู่ ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นกลไกการป้องกันตนเองอย่างหนึ่งของร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (immune system) ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

1. ภูมิคุ้มกันแบบไม่เฉพาะเจาะจงที่มีโดยธรรมชาติ(native immunity หรือ natural resistance) เป็นภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด กลไกการป้องกันแบ่งออกเป็น


1.1 ลักษณะป้องกันทางกายวิภาค(anatomical barrier) เช่น ผิวหนัง และเยื่อบุผิว


1.2 สารเคมีในร่างกาย (chemical factor) เช่น น้ำตา น้ำลาย สารคัดหลั่งจากเซลล์เยื่อบุจมูก น้ำย่อย


1.3 การสะกดกลืนกิน (phagocytosis) เซลล์ที่ทำหน้าที่ ได้แก่ เซลล์ที่กินสิ่งแปลกปลอมชนิดต่างๆ ที่มีชื่อว่าneutrophil,monocyte, macrophage เป็นต้น


1.4 ระบบคอมพลีเมนต์ (complement system) คือกลุ่มของโปรตีนในซีรั่มมากกว่า 20 ชนิด ที่ในภาวะปกติจะอยู่ในรูปยังไม่พร้อมทำงาน (inactive form) แต่เมื่อถูกกระตุ้นจากสารเคมีหรือขบวนการในร่างกาย (antigen-antibody complex หรือ immune complex)ก็สามารถทำงานได้ 

2. ภูมิคุ้มกันแบบเฉพาะเจาะจง (specific acquired immunity) จะแบ่งวิธีการ
ตอบสนองออกเป็น 2 ระบบใหญ่ คือ


2.1 humoral immune response (HIR) คือกระแสเลือดและกระแสน้ำทั่วร่างกาย โดยอาศัยการสร้าง antibody (Ab) จาก B-lymphocyte ซึ่งมีกำเนิดจากไขกระดูก

2.2 cell-mediated immune response (CMIR) คือด้านพึ่งเซลล์ เซลล์ที่ทำหน้าที่ในการตอบสนองนี้คือ T-lymphocyte ซึ่งต้นกำเนิดก็มาจากไขกระดูก เช่นเดียวกับ B-lymphocyte 

ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์มีอยู่ทั่วร่างกาย เปรียบเหมือนกองทัพทหารที่ป้องกันประเทศ ประกอบด้วย ต่อมน้ำเหลือง (เป็นที่อยู่ของเซลล์เม็ดเลือดขาว) คือ หน่วยทหาร และท่อน้ำเหลือง ที่ภายในจะเป็น น้ำเหลือง และเซลล์เม็ดเลือดขาว เชื่อมต่อระหว่างต่อมน้ำเหลืองด้วยกันเอง และเชื่อมต่อเข้ากับเส้นเลือด คือ เส้นทางเดินทัพของทหาร ม้าม ไขกระดูก ต่อมทอนซิล ที่อยู่ตามเยื่อบุทางเดินอาหาร เป็นที่ตั้งฐานทัพของทหาร

ทำให้นึกถึงทหารที่ประจำอยู่ภาคใต้ ต้องให้ความอดทน เสียสละอย่างใหญ่หลวง ที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องประชาชน รักษาความสงบ ต้องแสดงความชื่นชมมานะที่นี้ครับ

เมื่อนำระบบภูมิคุ้มกันมาโยงกับการทำงาน ผมมีความคิดเห็นดังนี้ครับ

1.ในร่างกายเรามีระบบทำลายเชื้อและสิ่งแปลกปลอม ในที่ทำงานก็ต้องมีระบบการตรวจสอบการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงการติดตามประเมินผลการทำงาน เป็นระยะเพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ งานใดยังด้อยก็แก้ไข (เหมือน การทำลายเชื้อและสิ่งแปลกปลอม) งานใดโดดเด่น ก็ส่งเสริมพัฒนา (เพิ่มภูมิคุ้มกัน) หลักสำคัญ คือ หัวหน้าพาทำ หัวหน้าเห็นด้วยกับการดำเนินการเอาใจใส่ และต้องทำงานเป็นทีม มอบหมายงานตามความสามารถ (เหมือน เม็ดเลือดขาว ชนิดต่างๆที่ออกมาทำลายเชื้อ)

2.ในร่างกายมีการกำจัดเซลปกติที่เสื่อมสภาพ การทำงานก็เช่นกัน มีการปลดผู้ที่ครบอายุการทำงาน บุคคลเหล่านี้เป็นบุคลากรมีประสบการณ์ คนรุ่นใหม่ ควรต้องเข้าศึกษาเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากผู้ที่มีทักษะ ความชำนาญ

3.ระบบภูมิคุ้มกันมีการจับตาดูสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา การทำงานก็ควรมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ สอดส่องประเมินบุคลากร จัดระบบการทำงาน ใครอ่อนด้อยด้านใด หากสามารถพัฒนาศักยภาพได้ ก็ต้องลงทุน ส่งเสริม ต่อไป

นี่เป็นบางส่วนตามความคิดเห็นจากประสบการณ์ที่ผมมีในการทำงาน แล้วคุณละครับคิดอย่างไรบ้าง เชิญแบ่งปันด้วยครับ