เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์แล้วว่า "จิตใจมีผลกระทบต่อภาวะต่าง ๆ ของร่างกาย"

            วันนี้รู้สึกแย่จังเลย เนื่องจากทราบข่าวว่าน้องที่มาฝึกงาน ซึ่งก็คุ้นเคยกันดี และเคยร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กันนั้น  ตอนนี้น้องเค้าป่วยเป็นมะเร็งในน้ำเหลือง นี่ขนาดเราไม่ได้เป็นเองยังรู้สึกแย่ขนาดนี้ แล้วคนที่เป็นเค้าจะไม่รู้สึกแย่ไปกว่าเราหลายเท่าเหรอ ยิ่งเป็นโรคแบบนี้ถ้าจิตใจอ่อนแอตามไปด้วยแล้ว อาการของโรคก็จะแสดงผลออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น

            จะเห็นว่าเป็นที่ยอมรับกันในทางการแพทย์แล้วว่า  จิตใจของเรามีผลกระทบต่อภาวะต่างๆของร่างกาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อโรคภัยที่เข้ามารุกรานเรา หากเราป่วยแล้วก็เป็นสิ่งที่ยากที่จะมีจิตใจที่เข้มแข็งอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าจะทำให้จิตใจเข้มแข็งไม่ได้นะ แต่คงต้องใช้เวลา และกำลังใจจากตนเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก

             แล้วจะทำอย่างไรให้มีกำลังใจล่ะ ซึ่งกำลังใจจากใครก็ยังไม่สำคัญเท่ากับการสร้างกำลังใจให้กับตนเอง การทำให้ตนเองเข้มแข็งพร้อมที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ตามด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างที่จะช่วยให้มีชีวิตอยู่ได้

            ความเครียดเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนเราป่วยเป็นโรคต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้อง  ความดัน ฯลฯ ดังนั้นการปล่อยวางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

            การหากิจกรรมต่างๆที่เราสนใจ มาทำเป็นงานอดิเรกก็จะทำให้เราผ่อนคลายหายจากความเครียดได้ไม่มากก็น้อย ผสมกับการดูแลตนเองหรือรักตนเองให้เพิ่มมากขึ้น  ซึ่งการรักตนเองในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เป็นการดูแลใส่ใจตนเอง เช่น การออกกำลังกาย  การกินสิ่งที่มีประโยชน์  การพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะทำให้เราสามารถมีความสุขได้ และก็จะสามารถหลีกหนีจากโรคภัยที่เข้ามารุมเร้าได้