“ มนัส โอภากุล บุคคลผู้มีผลงานดีเด่น..ของจังหวัดสุพรรณบุรี ” ถ้าเอ่ยชื่อ แอ๊ด คาราบาว ทุกท่านต้องรู้จักกันดี เพราะเป็นศิลปินเพลงที่มีชื่อเสียง มีความรู้ ความสามารถ และมีความคิดเป็นตัวของตัวเอง แต่จะรู้ไหมว่าคุณสมบัติอันน่านิยมของแอ๊ด คาราบาว นั้นกำเนิดจากบิดาของเขา ผู้เป็นนักปราชญ์ที่ชาวสุพรรณบุรียกย่อง ท่านคือ อาจารย์มนัส โอภากุล อาจารย์มนัส โอภากุล เกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2457 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สมรสกับนางจงจินโอภากุล มีบุตรชายฝาแฝดที่คนไทยรู้จักดีคือ นายยิ่งยง โอภากุล และนายยืนยง โอภากุล ที่อยู่ปัจจุบัน(ข้อมูลปี 2540) คือร้านมนัสพาณิชย์ 770 ตลาดทรัพย์สินซอย 4 อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุพรรณบุรี อาจารย์มนัส โอภากุล จบการศึกษาจากโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย เมื่อ ปี 2469 เริ่มเข้ารับราชการครูที่โรงเรียนวัดสุวรรณภูมิ ระหว่างปี พ.ศ.2478-2483 หลังจากนั้นท่านได้มาเป็นเลขานุการและผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทสุพรรณบุรี จังหวัดพาณิชย์ จำกัด ระหว่างปี พ.ศ.2484-2487 ปัจจุบันเปิดร้านค้าเป็นของตนเอง ชื่อร้านมนัสพาณิชย์ ขายเครื่องดนตรีและเครื่องกีฬา อาจารย์มนัส โอภากุล มีความสนใจและรักในการศึกษาค้นคว้าทางด้านโบราณคดี โดยท่านได้ศึกษาเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆในจังหวัดสุพรรณบุรี จนมีความรู้อย่างละเอียดและแตกฉาน ท่านได้รวบรวมหลักฐานต่างๆทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมทั้งนำไปเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา จนเป็นที่ยอมรับไปทั่วและได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัตถุโบราณในจังหวัดสุพรรณ โดยเฉพาะความรู้ความสามารถทางด้านพระพุทธรูป ที่มีในจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านได้ใช้ประสบการณ์ตรงของท่านเขียนหนังสือชื่อ “พระผงสุพรรณ”และ”ประวัติพระเมืองสุพรรณ” นับเป็นหนังสือที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง นอกจากนี้ท่านยังได้เขียนเรื่องราวทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์เผยแพร่ในวารสารและเอกสารต่างๆอีกมากมาย ในด้านสื่อมวลชนปัจจุบันท่านเป็นผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อ “หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ” นอกจากนั้นท่านยังมีความสามารถทางด้านดนตรี เป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ วงดนตรีสากลวงแรกของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยในปี พ.ศ.2480 ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นในนามของวงดนตรีโรงเรียนเทศบาลวัดปราสาททอง แล้วเปลี่ยนเป็นชื่อวง “มนัสและสหาย” ต่อมาในปี พ.ศ.2503 วงดนตรีนี้ได้เข้าสังกัดสมาคมชาวสุพรรณ จึงได้ชื่อว่าวง “ช.พ.ส.” และได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ให้แสดงหน้าพระที่นั่งในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาจังหวัดสุพรรณบุรี ในด้านการทำงานเพื่อสังคม นอกจากด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี สื่อมวลชนและดนตรีแล้ว ท่านยังได้ร่วมเป็นคณะกรรมการอำนวยการและให้ความช่วยเหลือสมาคมชาวสุพรรณมาโดยตลอด นับแต่ปี พ.ศ.2493 เป็นต้นมา นอกจากนี้ชื่อของท่านมักจะปรากฏอยู่ในคณะกรรมการหรือองค์กรเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่เสมอด้วยความรู้ ความสามารถ ความคิดริเริ่ม ความเสียสละเพื่อส่วนรวมอีกทั้งความเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม อาจารย์มนัส โอภากุล จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นของจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ ปี พ.ศ.2539
มาเยี่ยม...
ขอชื่นชมคนดีศรีสุพรรณด้วยนะครับ
อาศัยแผ่นดิน ข้าว น้ำ ฯลฯ สุพรรณมากว่า 30 ปี แต่ยังไม่รู้ประวัติของ อ.มนัส ขอบคุณ อ.พิสูจน์ ที่รวบรวมข้อมูลมา หวังว่าคงจะมีประวัติบุคคลสำคัญท่านอื่นอีกนะครับ
สวัสดีค่ะ อ.พิสูจน์
อันนี้ยอมรับจริงๆว่า อาจารย์มนัส เหนือกว่า แอ๊ด คาราบาว จริงๆ ^ ^
ขอแสดงความชื่นชมด้วยค่ะ
อ่านแล้วชื่นชมด้วยค่ะ
อยากทราบว่าท่านมีส่วนร่วมในการเขียนเพลงให้คุณแอ๊ดด้วยหรือเปล่าคะ..
หนูก็พึ่งรู้นะเนี่ย ว่าคุณพ่อของคุณแอ๊ด คาราบาว จะสุดยอดขนาดนี้
หยุดก่อน……ท่านทั้งหลาย
ท่านกำลังเดินทางไปสู่กับดักของคู่ตรงข้ามนะครับ…ไอ้กับดักตัวนี้…นอกจากไม่เสริมส่ง “ปัญญา” แล้ว ยังพอกพูน “อัตตา” ให้โตขึ้นด้วยนะครับ…
มนุษย์ส่วนใหญ่ รับรูปสรรพสิ่งได้ดี ด้วยการนำไปเปรียบเทียบครับ…ความรู้จึงจำกัดอยู่แค่การแยกแยะว่า “เหมือนก้น” หรือ “ต่างกัน” นี่แหละครับ คำอธิบายของ “กับดักของคู่ตรงข้าม” หากติดอยู่ตรงนี้ “การเดินทางของมนุษย์” จะไม่ก้าวหน้าครับท่าน จนกว่าจะก้าวออกมา
แล้วอย่างไรหละ?…การก้าวพ้นความเป็นคู่ตรงข้าม…คือการเปิดการรับรู้ให้กว้างออกไป…เห็นความเป็นหนึ่งของสรรพสิ่ง…สรรพสิ่งมีความงาม…สมบูรณ์ในตัวเอง…เมื่อรับรู้เช่นนี้ได้…ท่านจะอยู่กับปัจจุบันครับ…การอยู่กับปัจจุบันคือ “การพัฒนาที่แท้จริง” ครับท่าน
คุณแอ๊ด…ท่านก็มีความงาม…ความสมบูรณ์ในตัวเองแบบคุณแอ๊ด…บิดาคุณแอ๊ด…ท่านก็มีความงาม…ความสมบูรณ์ในตัวของท่านเอง…การนำไปเปรียบเทียบ…ขอให้เป็นเพียงภาวะการรับรู้ชั่วคราวเท่านั้นเถิด…ความเป็นคุณแอ๊ด…ความเป็นบิดาคุณแอ๊ด…ไม่ได้เป็นอิสระจากการรับรู้ของ “คุณครูพิสูจน์” เลย…แม้กระทั่งของสรรพสิ่งทั้งหลาย
…ผมเคารพในครู อาจารย์ เสมอ…แต่ผมจะไม่รอช้าที่จะเตือนสติ…แม้กระทั่งปลุกท่านเหล่านั้นให้ “ตื่น” ขึ้น ถ้าเห็นว่าท่านเหล่านั้น “กำลังติดอยู่ในความฝันลวง” อยู่ครับ
สวัสดีค่ะ
อย่างนี้เรียกว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นค่ะ
ต้องขอบคุณ อ.พิสูจน์ ที่ช่วยทำให้ผมได้รู้จักท่านอาจารย์มนัส โอภากุล มากยิ่งขึ้นเพราะสมัยที่กล้วยไม้เป็นที่นิยม ท่านเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเกี่ยวกับนักนิยมกล้วยไม้ของคนสุพรรณบุรีด้วย ผมเองก็ได้รับคำแนะนำและได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมที่บ้านท่านด้วย พวกเราชาวสุพรรณยกย่องยอมรับว่าท่านเป็นบุคคลดีเด่นของชาวสุพรรณตลอดกาลครับ
ห่วยคับ
ชอบพี่แอ๊ดมาก ไม่คิดว่าคุณพ่อเป็นต้นแบบ เพราะพี่แอ๊ดมั่นใจในตัวเอง