1. องค์ความรู้เรื่องการพัฒนาชาวนาในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
การดำเนินงานโรงเรียนชาวนาของ มขข.ทำให้พบว่า การช่วยให้นักเรียนชาวนาปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องได้นั้น มีเงื่อนไขหลายด้าน เป็นต้นว่า
1) มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนชาวนาเปลี่ยนพฤติกรรมและบุคคลใกล้ชิดของนักเรียนชาวนา เช่น สมาชิกครัวเรือน กลุ่มเพื่อน ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมร่วมกันไปด้วย
2) มีการเสริมแรง เช่น ให้รางวัล ชื่นชมยินดีเมื่อนักเรียนชาวนามีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
3) สร้างบรรยากาศที่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
4) มีกลไกกระตุ้นเตือนให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมซ้ำๆ หรือต่อเนื่องกันจนกว่าจะเกิดความเคยชินเป็นนิสัย
5) ให้โอกาสหรือออกแบบการเรียนรู้ให้นักเรียนชาวนาได้แสดงพฤติกรรมทั้งในสถานที่ที่กำหนด (เช่นในแปลงสาธิต) และสถานที่ที่เป็นจริงตามธรรมชาติ เช่นในแปลงนาของตนเอง
6 ) ให้วิธีการป้องกันการกลับไปมีพฤติกรรมตามแบบเดิมที่ไม่พึงปรารถนาอย่างสม่ำเสมอ
7 ) ร่วมมือร่วมพลังกับองค์กรหรือชุมชนเพื่อขยายผลกับคนส่วนใหญ่
8 ) มีการปรับกิจกรรมการเรียนรู้ หรือกิจกรรมแทรกแซง (Intervention) ให้สนองตอบสถานการณ์จริงตามบริบท
2. ผลการพัฒนาชาวนาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
มขข.สามารถพัฒนานักเรียนชาวนาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีในช่วงแรกนี้ได้ถึง 208 คน (ในจำนวนนี้มีศักยภาพทั้งที่เข้มข้นจริงจังมาก ปานกลาง และยังต้องการการหนุนเสริมต่อ) เป็นกลุ่มผู้ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติการจริง มีความอดทนและอยากเรียนรู้ ชาวนาเหล่านี้นับเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีต่อไปในอนาคต
นอกจากนักเรียนชาวนาจำนวนดังกล่าวแล้ว ยังมีชาวนาจากจังหวัดเครือข่ายต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากที่สนใจในวิถีชีวิตแบบพอเพียง มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ มขข.และนักเรียนชาวนาในโครงการนี้ (รวมไปถึงการเรียนรู้ข้ามกลุ่มอาชีพ เช่น กรณีบุคลากรบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จ.สระบุรี มาเรียนรู้กับชาวนาของ มขข. อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น)
อนึ่ง ชาวนาโดยทั่วไปที่ไม่ได้สมัครเป็นนักเรียนชาวนาในโรงเรียน มขข. 4 แห่ง แต่มีพื้นที่หรือที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับโรงเรียนชาวนานั้น ก็พบว่ามีจำนวนหนึ่งที่เห็นผลและเริ่มทำตาม แม้จะไม่เต็มรูปแบบ นับว่า โครงการมีผลข้างเคียง (neighborhood effect) อยู่ระดับหนึ่งด้วย
มขข.เองมีโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและมีผู้ศึกษาดูงานอยู่ตลอดปี ผลการปฏิบัติงานและการจัดการความรู้เรื่องโรงเรียนชาวนานับเป็นวาระสำคัญของการฝึกอบรมและศึกษาดูงานทั้งของเครือข่ายพันธมิตรเกษตรกรรมยั่งยืน เครือข่ายองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนอยู่เสมอ
3. องค์ความรู้เรื่องการพัฒนาผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนและการพัฒนานักเรียนชาวนาสู่ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
เงื่อนไขที่สำคัญมากประการหนึ่งในการดำเนินโครงการโรงเรียนชาวนาของ มขข. คือการมีผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่มีศักยภาพ มขข.สามารถสรรหาบุคลากรดังกล่าวมาดำเนินการโครงการและเรียนรู้จากปฏิบัติการจริงร่วมไปกับนักเรียนชาวนา แม้อาจจะมีสมรรถนะบางด้านที่ต้องเติมเต็ม พัฒนายกระดับตนเอง แต่ก็กล่าวได้อย่างค่อนข้างมั่นใจว่าการดำเนินโครงการนี้ทำให้ มขข. มีองค์ความรู้ที่สำคัญด้านการคัดเลือกและพัฒนาศักยภาพผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้กรณีโรงเรียนชาวนา
อนึ่ง ผลลัพธ์ที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งคือ โครงการสามารถยกระดับนักเรียนชาวนาจำนวนประมาณ 25 คนให้พัฒนาศักยภาพเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่สามารถเป็นผู้นำด้านออกแบบการเรียนรู้และนำเพื่อนชาวนาเรียนรู้ได้ รวมทั้งสามารถบรรยาย นำฝึกปฏิบัติกระบวนการโรงเรียนชาวนาให้กับผู้รับการฝึกอบรม หรือศึกษาดูงานได้ เรื่องนี้นับว่ามีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากจะทำให้สามารถขยายผลหรือรักษาสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่ในโรงเรียนชาวนาได้ต่อไป
ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่มีสมรรถนะนอกจากจะเป็นวิทยากรกระบวนการ (process facilitator) แล้วยังสามารถยกระดับเป็นผู้ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ (learning facilitator) และยังสามารถเอื้อให้เกิดการขับเคลื่อนทางนโยบายระดับพื้นที่อีกด้วย (local policy facilitator)
4. องค์ความรู้เชิงเทคนิคของการทำนาในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
โครงการนี้นับเป็นการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของนักเรียนชาวนาที่ทำการวิจัยทดลองในภาคสนาม (field experiment) จนเกิดองค์ความรู้ในการทำนาที่นักเรียนชาวนาพัฒนาขึ้นร่วมกัน ตัวอย่างองค์ความรู้ ที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้ เมื่อใช้เกณฑ์ที่ว่ามีการพัฒนาความรู้จากปฏิบัติการจริง และมีสัมฤทธิ์ผลในการแก้ปัญหาได้จริง มีหลายด้านเช่น
ทักษะการสังเกตในแปลงนาการจดบันทึกข้อมูลและนำข้อมูลที่จดบันทึกมาใช้ประโยชน์ในลักษณะหมุนเกลียวความรู้
การลดต้นทุนการผลิตด้วยการปล่อยให้แมลงควบคุมกันเอง และการทำนาล้มตอซัง
การจัดทำและตีความบัญชีรับ-จ่าย
ประเพณีพื้นบ้านที่สัมพันธ์กับการทำนา
การเสริมพลังเครือข่ายชุมชนชาวนา โดยกระบวนการเพื่อนเยี่ยมเพื่อน
การจัดการความแตกต่างอย่างลงตัว กรณีเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการทำนาในวิถีของนักเรียนชาวนา
วิธีวิทยาการวิจัยเชิงทดลองในนาข้าวฉบับนักเรียนชาวนา
การฆ่าหญ้าโดยไม่ใช้สารเคมี เช่น การไถกลบเพื่อเตรียมดิน การใช้ต้นกล้าที่สูง-โตมาดำนาและปล่อยน้ำเข้านาให้ท่วมหญ้า และการทำน้ำหมักเพื่อฆ่าหญ้า
ลักษณะข้าวที่ควรนำมาทำพันธุ์ การคัดพันธุ์ การเพาะพันธุ์ และการปรับปรุงพันธุ์ข้าว
การเพาะพันธุ์จากข้าวกล้องซึ่งสามารถทำได้และได้ผลดีกว่าข้าวเปลือก ข้าวเพียง 1 เมล็ด นำมาเพาะเป็นต้นข้าวได้มากถึง 30 – 40 ต้น
การปลูกข้าวโดยใช้การดำกล้าเพียงหนึ่งต้น โดยใช้เชือกขึงเป็นแนวในการดำนา ทำให้ต้นข้าวไม่อยู่ชิดกัน ทำให้ข้าวแตกกอ มีความสมบูรณ์ และให้ผลผลิตสูง
เทคนิคการพัฒนาตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของพื้นที่ฉบับชาวนา เช่น การที่มีแหนแดง ตะไคร่น้ำ พืชเล็กๆ ปกคลุมดิน การมีแมลงหรือนกมาวางไข่ในนา รวมถึงตัวชี้วัดความสำเร็จของโรงเรียนชาวนา เช่น การแลกเปลี่ยนความรู้กัน การไม่หวงความรู้ การมีเพื่อนมากขึ้น การมีเวลาว่าง มีความสุข ใจดีขึ้น การที่ชาวนารู้สึกมีคุณค่าในตนเพิ่มขึ้น
ฯลฯ
สวัสดีครับ คุณหญิงอ้ออ้อม ต้องขอชื่นชมจริงฯฯฯครับ ที่ได้นำสิ่งที่ดีฯฯมาแบ่งปัน หากมีเวลา มาแวะเยี่ยมพี่เขียวมรกตบ้างนะ ขอบคุณหลายฯฯเด้อครับ
ดีใจค่ะที่ข้อมูลมีประโยชน์ต่อสังคม ทีมประเมินโครงการฯ นี้นำเสนอไว้อีกหลายประเด็น ต้องติดตามอ่านให้ได้นะคะ ตอนต่อไปเป็นเรื่องความสอดคล้องของแนวคิดโรงเรียนชาวนาด้านต่างๆ เช่น ด้านการศึกษาทางเลือก ด้านเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
มีประโยชน์มากครับ จะคอยติดตามผลงานต่อไปนะครับ
สนใจเปิดโรงเรียนชาวนา ที่ชัยนาท ทำอย่างไรดีคะ
ติดต่อปรึกษาไปที่ พี่จิ๋ม โรงเรียนชาวนาที่สุพรรณ เลยค่ะ โทร 035 597193
พอดีสนใจอยากเรียนรู้บ้างอะครับ..จะติดต่อที่ไหนยังไงได้บ้าง