เมื่อไม่มีหลักยึด จึงยากที่จะตัดสินใจ และความสับสนจะเยือนเข้ามา จากนั้น ความทุกข์ก็เข้ามาอีก

   ณ ห้องบรรยายแห่งนี้ มีนักศึกษาเอกดนตรี เอกเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ เอกสังคมศาสตร์ เอกนาฎศิลป์และการละคร อันที่จริง สถาบันการศึกษามีชุดเพื่อความเป็นนักศึกษาไว้อยู่แล้ว แต่คนเรา เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องหาอะไรที่จะทำให้ดูแล้วต่างจากผู้อื่น ในสังคมนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องผิด เช่นหลักสูตรของสถาบันนี้ ที่ต่างจากสถาบันนั้น สินค้าของบริษัทนี้ ที่ต่างจากสินค้าของบริษัทนั้น

   นักศึกษาก็ต้องหาจุดต่างของตน หลายจุดต่างเกิดจากการเลียนแบบตามค่านิยมใหม่เช่น การใส่เสื้อเปิดอก (ไม่ติดกระดุม ๒ เม็ดข้างบน) ดูคล้ายกับนักร้องวงหนึ่ง ที่เพ็นท์สีต่างๆบันร่างกาย บางคนเจาะหูเป็นรูกว้าง และเอาห่วงใส่ไว้ ในเพศหญิง มีการเจาะปากนกกระจอก (บางคน)

   การแต่งกาย ตามแบบที่สถาบันการศึกษาจัดให้ดูจะไม่เข้ากับกลุ่มวัยรุ่น ดังนั้น ชายหลายคน (จำนวนมาก) จึงใส่กางเกงยีน (คำอ้างซ้ำคำคือ สะดวก) รองเท้าผ้าใบ หญิงหลายคนจึงใส่รองเท้าแตะ อันที่จริงไม่น่าเป็นปัญหาเลย ก็มีอะไรก็ใส่ไปตามมีตามเกิด ทำไมต้องซื้อรองเท้า เสื้อผ้า ที่มันราคาสูงๆด้วยเล่า สู้เอาไปซื้อหนังสืออ่านดีกว่า แต่ก็ไม่รู้ว่าวัยรุ่นจะคิดอย่างเหตุผลที่ว่านั้นหรือไม่

   สถาบันการศึกษากำชับให้ผู้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ เอาใจใส่ต่อการแต่งกายของนักศึกษาด้วย

   ตกลงจะเอาแบบสบายๆ ดีหรือว่า ตามระเบียบดีละเนี่ย

   ๑. ถ้าผู้หญิงใส่กางเกงยีนแทนกระโปรง ก็จะดี เพราะผู้หญิงเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยระมัดระวังตัว (ก็เห็นบอกว่า ใส่กางเกงยีนแล้วสะดวก)

  ๒. จะปล่อยให้อิสระด้วยเหตุผลว่า "ตามมีตามได้ มีอย่างไรก็ใช้อย่างนั้น" หรือว่าจะบังคับให้ทำตามกติกา แน่นอนว่าการทำตามกติกา คือการฝึกจิตสำนึกคนให้อยู่ในกรอบ แล้วความอิสระนอกกรอบล่ะควรเป็นอย่างไร

  ๓. การปล่อยให้เป็นอิสระ "โห อาจารย์ใจดีจังเลย" แต่ "เธอนี่มันไร้วินัยเสียจริงๆ" ดังนั้น ผู้ทำหน้าที่เป็นครู "พึงห้ามเสียซึ่งอันตรายอันจะเกิดขึ้นภายหน้า" แต่ "แน่ใจหรือว่าสิ่งที่เชื่อว่าเป็นอันตรายนั้นมันคืออันตรายจริงๆ" ถ้าฉันเป็นนักดนตรี เอกลักษณ์ของนักดนตรีคืออะไร (ที่เห็นในปัจจุบัน)

  ๔.ตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง ฮาฮาฮา