ผมแอบสังเกตพบว่า ความเห็นแก่ตัว เป็นปฏิภาคตรงกับตำแหน่งทางวิชาการสูงๆ ของคนบางคน

    อ่านบันทึกเรื่อง ห่วงคุณภาพนักเรียนที่จบ ม.6  ของ ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ แล้ว เห็นด้วยจึงเขียนความเห็นต่อไว้ท้ายบันทึก เขียนไปแค้นไปทำท่าจะไม่จบ และจะออกนอกเรื่องไปเรื่อยๆ จึงย้ายมาวางตรงนี้ และรำพึงเพิ่มเติมต่ออีกเล็กน้อยดังนี้ .......
   
         การมุ่งเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการโดยยึดเงินตอบแทนเป็นตัวตั้ง มีผลเสียมากมาย ทำลายโอกาสแห่งการเรียนรู้ของทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งยังบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำหน้าที่  นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมและเพื่อนๆหลายคน  หันหลังให้กับสิ่งนี้  ชนิดที่ปลุกเสกยังไงก็ไม่ขึ้นเสียที่
      เมื่อไหร่หนอจะมีกระบวนการ ตามดูคนทำงาน ด้วยการมองหลายๆมิติให้รอบด้าน เมื่อเห็นชัดว่า ใช่ ก็ลากเขาออกมาจากงานสักระยะหนึ่ง เป็นช่วงสั้นๆ ให้เขาได้คิด พูด เขียน สิ่งสร้างสรรค์ที่เขาทำมา  สัมภาษณ์ยาวอย่างไรก็ได้ ข้ามวันข้ามคืนก็ได้  คนพวกนี้ไม่กลัวอยู่แล้ว เมื่อ ทนดูไม่ไหว ก็มอบตำแหน่งทางวิชาการให้เขาไปเสีย และปล่อยให้เขากลับไป ทำหน้าที่ด้วยชีวิตและวิญญาณ ของเขาต่อไป ... เป็นลู่พิเศษ  ลู่ที่สอง ที่แตกต่างจากวิธีปกติที่บางคน หรือ อาจหลายคนเคยได้ใช้วิธี ฉ้อฉลเข้าสู่ตำแหน่งอย่างไร้ศักดิ์ศรี มาแล้ว ก็ได้
     ผมแอบสังเกตพบว่า ความเห็นแก่ตัว เป็นปฏิภาคตรงกับตำแหน่งทางวิชาการสูงๆ  ของคนบางคน สายวิทย์จะน้อยหน่อย ทางศึกษาศาสตร์ และสังคมศาสตร์พบได้ง่ายกว่า ... รายละเอียดว่าเขาทำอย่างไรกันบ้าง มีครับแต่ไม่พูดดีกว่า ... เพราะแค่นี้หลายคนก็ตำหนิผมในใจแล้วว่า "องุ่นเปรี้ยว.." แต่ก็ภูมิใจครับแม้ว่ามี "นาย" นำหน้าชื่อ แต่มีคำกล่าวของผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือบางท่านกล่าวถึงตัวเราที่ฟังแล้ว มีกำลังใจและมองหน้าใครๆได้โดยไม่ต้องคอยหลบตา

" ของคุณมันเกิน รศ.แล้ว " .... รศ.ดร.อินทร์  ศรีคุณ อดีตอธิการบดี

" ถ้าสังคมมีคนอย่างคุณพินิจเยอะๆก็จะดีนะ " ... ดร.นิเชต  สุนทรพิทักษ์ อดีตเลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏ

   และคำกล่าวที่ว่าผมเป็น
" เพชรดีที่จันทรเกษม " ..... คุณสมหมาย   ปาริจฉัตร  บรรณาธิการอาวุโส จากคอลัมน์ "เปิดโลกศึกษา" ในมติชนรายวัน

    เป็น "นาย" แต่ก็พอจะ ยกมือไหว้ตัวเอง ได้บ่อยๆครับ.