เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราขาดสติหรือขาดการตื่นรู้ เมื่อนั้นเราก็มีโอกาส “หลุด” หรือ “หลง” ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และนั่นก็คือการที่เราทำไป (คิดไป) โดยที่ไม่รู้ตัวนั่นเอง!

        เมื่อวานนี้ตอนที่ผมไปแจกลายเซ็นในงานมหกรรมหนังสือพร้อมกับแนะนำงานแปล osho เล่มใหม่ที่ใช้ชื่อว่า เต๋า : มรรควิถีที่ไร้เส้นทาง นั้นพบว่าผู้ที่แวะเวียนมาหลายท่านยังไม่เข้าใจว่า เต๋าคืออะไร?” บางท่านคิดไปว่าเป็นลัทธิที่มีพิธีกรรมเพื่อความเป็นอมตะของชีวิต บางท่านก็คิดว่าเป็นศาสตร์ด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อะไรในทำนองนั้น

         ผมจึงต้องว่ากันตั้งแต่เรื่องพื้นฐานเลยครับว่า คำว่า เต๋า นั้นหมายถึงวิถีทาง  แต่เป็นวิถีทางที่ไม่มีเส้นทางชัดเจน เหมือนกับที่เราเห็นนกบินไปในท้องฟ้านั่นแหละครับ นกบินไปโดยไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ เราสามารถตามไปได้ แต่ต้องไปในวิถีทางของเราเอง เต๋าให้ความสำคัญกับเรื่องหยินและหยาง พูดถึงเรื่องพลังด้านการรุก และพลังด้านการตั้งรับ เต๋าไม่มีทฤษฎีที่สำเร็จรูปและตายตัว หากแต่อาศัยการใช้เรื่องเล่าเป็นสื่อกลางสำหรับสร้างความเข้าใจ แต่เป็นความเข้าใจที่ต้องก้าวข้ามภาษาที่สมมติขึ้นมาไปให้ได้ ต้องอาศัยประสบการณ์ตรงเหมือนกับการปฏิบัติธรรม

         Osho เป็นผู้หนึ่งที่สามารถนำเรื่องเล่าเหล่านี้มา ขยายความและ ตีความ ได้อย่างน่าติดตามยิ่ง สิ่งที่ผมถูกถามมากที่สุดก็คือจุดที่เต๋ากล่าวว่า จงทำโดยไม่กระทำ บางท่านเรียกหลักนี้ว่าหลัก อกรรม คือปล่อยให้มันเป็นไป โดยไม่ต้องไปบังคับกะเกณฑ์ ดังคำกล่าวที่ว่า ...ชีวิตเราไม่ต่างอะไรกับสายน้ำ แค่ปล่อยให้มันไหลไป ถึงอย่างไรมันก็ไปถึงมหาสมุทรอยู่ดี สิ่งนี้หลายคนที่ไม่เข้าใจไปสรุปเอาเองว่าคนที่ใช้หลักปรัชญาเต๋าคือพวกที่ปล่อยให้ชีวิตให้ไหลไปอย่างไร้จุดหมาย เป็นการปล่อยไปตามยถากรรม

         ผมต้องอธิบาย (ตามความเข้าใจของผม) ว่า หากมองดูจากภายนอกผู้ที่ใช้หลักปรัชญาเต๋าอาจดูคล้ายกับว่า ไม่กระตือรือร้น หรือไม่ทำอะไร (ขี้เกียจ) แท้จริงที่ว่า ไม่กระทำ นั้นน่าจะหมายถึงการไม่ทำอะไรที่ไปฝืนธรรมชาติน่าจะตรงกว่า ท่านเชื่อหรือไม่ว่า . . . หลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำกันอยู่นี้ บางทีก็เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเลย เราอาจจะรู้สึก Happy กับการ Being Busy จนเคยชิน. . . เราอาจแก้ปัญหาได้อย่างมากมายโดยที่ไม่ไหวตัวเลยว่าเรากำลังสร้างปัญหาใหม่ และหลายๆ ครั้งก็เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าปัญหาเดิมด้วยซ้ำไป

         ตามความเข้าใจของผม . . . ผู้ที่เข้าใจเต๋าคือผู้ที่เข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ถึงจะมองจากภายนอกแล้วเห็นว่าไม่กระตือรือร้น หากแต่ทว่าภายในนั้นคือผู้ที่ ตื่นรู้ อย่างยิ่ง . . . อะไรทำให้ผมพูดไปเช่นนั้น? คงเป็นเพราะผมเชื่อมั่นว่าผู้ที่สามารถ ไม่กระทำได้ จะต้องเป็นผู้ที่มี สติว่องไว อย่างที่สุด เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราขาดสติหรือขาดการตื่นรู้ เมื่อนั้นเราก็มีโอกาส หลุดหรือ หลง ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และนั่นก็คือการที่เราทำไป (คิดไป) โดยที่ไม่รู้ตัวนั่นเอง!