เด็กคนหนึ่งเป็นเด็กน่ารัก และเป็นเด็กที่มีความตั้งใจสูง แต่ไม่ยอมพูดจากับใครเลย

   ตัวฉันเป็นอาสาสมัคร และในวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลเด็ก ฉันได้เจอกับน้องคนหนึ่งเป็นเด็กที่ไม่ยอมพูดจา น้องคนนี้ชื่อน้องส้มเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก และเป็นเด็กที่มีความตั้งใจสูงมาก สังเกตได้จากความตั้งใจทำกิจกรรมของน้อง  น้องส้มจะทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ก่อนถึงจะไปทำอีกอย่างหนึ่ง แต่น้องส้มจะมีนิสัยต่างจากเด็กคนอื่นๆ อยู่อย่างหนึ่งคือ น้องไม่ชอบพูดจากับใคร แม้คนๆ นั้นจะพยายามเข้ามาพูดคุยกับน้องส้มแค่ไหนก็ตาม น้องส้มจะพูดด้วยแค่คนเดียวคือ คุณยายที่เฝ้าไข้น้องส้มเท่านั้น ขนาดเด็กในวัยเดียวกันน้องส้มยังไม่พูดด้วยเลย ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เลยว่าน้องส้มกำลังคิดอะไรอยู่ หรือรู้สึกอย่างไรอยู่ ณ ช่วงเวลานั้นเพราะดูจากการกระทำของน้องเพียงอย่างเดียวไม่พอหรอก ต้องรับรู้จากการพูดจาด้วยถึงจะรับรู้สิ่งที่น้องต้องการได้อย่างแท้จริง

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">     นวันนี้ที่ฉันเกือบท้อไป เพราะการได้คุยกับน้องส้มเท่าไรแบบไม่มีการตอบโต้กลับมาเลย  ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนคนบ้าเลยที่ต้องนั่งพูดอยู่คนเดียว แต่ฉันไม่ลดความพยายามง่ายๆ หรอก ฉันก็นั่งพูดของฉันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่น้องส้มนั่งระบายสี จนน้องส้มเปลี่ยนมาร้อยลูกปัด ฉันก็ยังนั่งพูดอยู่คนเดียวข้างๆ น้องตลอดเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงผ่านไปได้มั่งที่ฉันต้องนั่งพูดอยู่อย่างนั้น น้องส้มก็ร้อยลูกปัดไปไม่สนใจฉัน ฉันก็พยายามคิดใหญ่เลยว่าจะทำยังไงดีให้น้องพูดกับฉัน ฉันก็เลยคิดว่าน่าจะเริ่มจากตรงส่วนนี้ก่อนน่าจะดีนะ คือ ต้องทำให้น้องยอมรับในตัวฉันก่อน ฉันเลยบอกน้องส้มว่าเดียวพี่จะร้อยสร้อยข้อมือให้ ตอนนั้นแหละน้องส้มก็เริ่มหันมามองฉัน แต่ก็ยังไม่พูดหรือยิ้มให้ฉันเลย ฉันร้อยสร้อยข้อมือให้น้องส้มด้วยลูกปัดสีฟ้า เพราะผู้ปกครองคนหนึ่งที่อยู่ข้างเตียงน้องส้มบอกฉันว่าน้องส้มชอบสีฟ้ามาก รู้ดังนั้นแล้วฉันเลยคิดว่าร้อยสร้อยสีฟ้านี้น่าจะเหมาะที่สุด เริ่มจากสิ่งที่น้องชอบก่อนน่าจะดีที่สุด ฉันร้อยเสร็จก็ใส่ให้น้องส้มเลย แล้วถามน้องว่าน้องชอบไหมน้องก็แค่พยักหน้าแต่ไม่ยอมพูดหรือยิ้มกับฉันเลย ฉันเลยคิดต่อไปว่าจะทำยังไงดีให้เด็กคนนี้พูดกับฉันให้ได้ ซึ่งตอนนั้นน้องกำลังร้อยสร้อยคอ ฉันพยายามช่วยหยิบ หรือหาลูกปัดให้น้องส้ม น้องส้มร้อยลูกปัดที่เป็นรูปดาว ฉันก็พยายามช่วยหาให้เพราะมีน้อย และฉันก็เริ่มแกล้งน้องส้ม ฉันหาลูกปัดเอามาไว้ในมือฉันหมดเลย แล้วฉันก็ส่งจากในมือให้น้อง น้องก็ไม่เอาพยายามหาใหม่ ทั้งๆที่มันหมดแล้ว น้องก็ไม่สนใจจากในมือฉันเลย ตอนนั้นฉันเริ่มรู้สึกว่าทำแบบนี้ยิ่งทำให้น้องไม่พอใจหรือเปล่า กลัวน้องโกรธฉันก็เลยใส่ลูกปัดกลับในกล่องเหมือนเดิม แต่น้องส้มก็ไม่หยิบจากตรงนั้นพยายามหาใหญ่เลย และหาไปเรื่อยๆ จนลูกปัดตรงส่วนที่ฉันวางลงไปผสมกับลูกปัดอันอื่นน้องถึงจะหยิบไปร้อยต่อ ฉันก็คิดต่อไปว่าจะทำยังไงต่อ ก็เลยนั่งถามไปเรื่อยว่าน้องส้มร้อยใส่เองหรือร้อยให้ใคร น้องก็ไม่ตอบฉัน ฉันก็เลยแกล้งน้องโดยการไปแย่งลูกปัดจากมือน้อง น้องก็เริ่มยิ้มให้ฉัน เป็นยิ้มแรก ที่น้องยิ้มให้ฉัน พอเห็นน้องยิ้มให้ฉันแล้ว ฉันคิดว่าเดียวน้องคงพูดกับฉันอีกไม่นานนี้แหละ ฉันก็เลยแกล้งไปด้วย พูดไปด้วย น้องก็เริ่มยิ้ม เริ่มหัวเราะ ฉันก็พยายามชวนคุยไปเรื่อยๆ และฉันได้ถามน้องส้มว่าร้อยสร้อยคอให้ใครเหรอ และแล้วสิ่งที่ฉันหวังมาตลอดก็ประสบความสำเร็จ น้องส้มยอมตอบฉันว่า ให้น้อง ฉันเลยไม่ลดความพยายามถามต่อ น้องชื่ออะไรหรอ น้องส้มก็ยอมตอบฉัน ว่า น้องชื่อฟ้า และฉันก็พยายามคุยกับน้องส้มไปเรื่อยๆ ถามโน้น ถามนี้ และถามน้องว่าทำไมถึงไม่พูด น้องก็ไม่ยอมบอก ฉันก็เลยชวนน้องคุยเรื่องอื่น โดยไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหายไป  น้องก็คุยไป หัวเราะไป ภาพตรงหน้าฉันตอนนี้น้องส้มก็กลับมาเป็นเด็กร่าเริงปกติ แตกต่างจากตอนที่น้องไม่ยอมพูดเลย ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าน้องกำลังคิดอะไรอยู่ รู้สึกยังไง อยากได้อะไร ตอนนั้นฉันอึดอัดมากเลยว่าจะทำยังไงให้น้องยอมพูด และเล่นร่าเริงเหมือนเด็กคนอื่นๆ เค้า แต่ในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จฉันดีใจมากที่น้องยอมพูดคุยกับฉัน ถึงแม้ว่าน้องไม่ยอมเล่าความในใจของน้องออกมาก็เถอะ ว่าทำไมน้องถึงไม่ยอมพูดกับใคร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>                                                          ากเหตุการณ์ที่เจอน้องส้มไม่ยอมพูดกับใครเลยในวันนี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ และเข้าใจถึงชีวิตเล็กๆ อีกชีวิตหนึ่งที่เราไม่สามารถที่จะมองข้างไปได้เลย เพราะการไม่พูด ไม่จาของเด็ก ทำให้เราไม่รู้ว่าเด็กต้องการอะไร อยากได้อะไร หรือเด็กกำลังคิดอะไรอยู่ จากการที่ได้สัมผัสกับน้องส้มในครั้งนี้ทำให้ฉันยังไม่รู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับน้องอย่างแท้จริง เพราะเป็นการเจอน้องส้มแค่ครั้งแรกและครั้งเดียวทำให้สรุปอะไรยังไม่ได้ต้องมีการสังเกตพฤติกรรมเด็กไปเรื่อยๆ ถึงจะรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กได้อย่างแท้จริง และฉันคิดว่าการแก้ไขปัญหานี้เราไม่ควรปล่อยให้น้องอยู่คนเดียว หรือทำอะไรคนเดียว ต้องมีคนคอยเข้าไปพูดคุยกับน้องบ้าง ถึงแม้ว่าน้องจะไม่ยอมพูดตอบโต้ด้วย แต่การที่มีใครสักคนเข้าไปพูดคุยกับน้องอยู่ตลอด อีกไม่นานน้องก็ต้องตอบโต้บ้างแหละ เหมือนอย่างที่ฉันทำ พูดไปเรื่อยๆ ถึงน้องจะไม่ยอมคุยด้วยก็เถอะ แต่การเข้าไปพูดกับน้องแบบนั้นจะทำให้น้องรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว อย่างน้อยก็มีคนอยู่ข้างๆ เค้าตลอดเวลา